Onkyo TX-SR393 5.2-Channel A/V Receiver

หน้าแรกReviewAV ReviewOnkyo TX-SR393 5.2-Channel A/V Receiver

พิพัฒน์ คคะนาท

Test Talk ● [email protected]

อีกความคุ้มค่าของหัวใจแห่งระบบภาพและเสียง

กับชื่อ Onkyo ในบ้านเราเป็นที่นิยมในระดับใด, ขออนุญาตไม่ก้าวล่วง แต่ใคร่เรียนให้ทราบว่ากับชื่อนี้ในซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะในดินแดนประชาธิปไตยเฟื่องฟู (แบบกูเป็นศูนย์กลางจักราวาล) อย่างสหรัฐอเมริกา และกล่าวเฉพาะในแง่ของเครื่องที่เป็นหัวใจของระบบภาพและเสียงอย่าง A/V Receiver แล้ว ชื่อนี้นับว่าอยู่แถวหน้าๆ ระดับขวัญใจมหาชนของคนแถบนั้นชนิดที่หากจะบอกว่าคือตัวจริง เสียงจริง ก็ว่าได้เต็มปากเต็มคำ

                เพราะเครื่องแทบทุกรุ่นของค่ายนี้ที่ออกมาล้วนได้รับคำชื่นชมอยู่เนืองๆ ทั้งจากผู้บริโภค และนักวิจารณ์ในสังกัดสื่อสารพัดแขนง

                และกับที่จ่าหัวเอาไว้ซึ่งใคร่นำมาให้รู่จักกันเที่ยวนี้ เป็นอีกพัฒนาการของเครื่องที่เป็นหัวใจสำคัญของระบบภาพและเสียงที่เพิ่งอออกตลาดมาไม่นาน และทราบว่าได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นมือใหม่บ้านเราแบบเงียบๆ จนดูเหมือนจะกลายเป็นเครื่องระดับ Best Buy ในกลุ่ม Budget ไปแล้วก็ว่าได้

                เพราะกับสนนราคาค่าตัวไม่ถึงสองหมื่น (เกินเลยหมื่นกลางๆ ไป ไม่กี่มากน้อยด้วยซ้ำ) เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติในแง่มุมต่างๆ ที่ผนวกเข้ามาไว้ในเครื่องแล้ว ต้องบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ

Onkyo TX-SR393 5.2-Ch. A/V Receiver

            ภาพรวมที่น่าสนใจของเอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้ก็คือ สามารถรองรับการเข้ารหัสสัญสัญญาณเสียงที่เป็นเทคโนโลยีล่าสุดทั้งของ Dolby และ DTS ได้ถึงระดับ Dolby Atmos และ DTS:X

            ทั้งยังผนวกระบบการจำลองเสียงเสมือนระดับที่ว่านั้นได้ หากพื้นที่ที่นำไปใช้งานไม่กว้างพอที่จะตั้งวางลำโพงได้เต็มระบบ ผ่านการเชื่อมต่อกับลำโพงเพียง 2.1-Ch. ด้วยฟังค์ชัน Dolby Atmos Height Virtualizer หรือจะเล่นผ่าน DTS Virtual: X เพื่อรังสรรค์บรรยากาศจำลองเสียงเสมือนก็ได้เช่นเดียวกัน

            ซึ่งไม่ว่าจะเล่นด้วยรูปแบบกับลำโพงเต็มระบบ หรือจะเล่นผ่านการจำลองเสียงเสมือน พลังเสียงในภาคขยายจะสามารถรังสรรค์อรรถรสของเสียงออกมาให้สัมผัสได้อย่างอิ่มเอม เต็มอารมณ์ ด้วยภาคการทำงานของวรจรที่ออกแบบให้จ่ายกระแสแบบ High-Current Analogue Amp. ด้วยหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษในลักษณะของ Custom Made ซึ่งหาได้ยากจากเครื่องระดับนี้

                ทางด้านระบบภาพนั้น เอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้รองรับการทำงานของความละเอียดภาพถึงระดับ 4K/60p และภาค HDR Video เป็นแบบ Pass-Through สามารถรังสรรค์ภาพออกมาด้วยรายละเอียดต่างๆ อย่างสมจริง ทั้งในแง่ของสีสันและแสงเงา ให้ความเป็นธรรมชาติที่เสมือนดูภาพจริงด้วยตาเปล่า

                อีกทั้งยังได้ผนวก AccuEQ System ระบบปรับแต่งอัตโนมัติที่เอื้อให้ใช้งานได้อย่างสะดวก และง่ายดาย ทำงานร่วมกับเครื่องเล่น และเครื่องรับโทรทัศน์ ที่นำต่อร่วมในซิสเต็มได้อย่างสมบูรณ์ และได้คุณภาพเสียงที่สอดประสานกับเนื้อหา หรือ Content ที่กำลังชมได้อย่างลงตัว อาทิ ฟังค์ชัน Vocal Enhancer ที่ช่วยให้เสียงสนทนามีความกระจ่างชัดเจนมากขึ้น เป็นต้น ทั้งยังให้ทำงานแบบไร้สายร่วมกับอุปกรณ์อื่น เช่น Wireless Headphones รวมทั้งการใช้งานแบบสตรีมมิงผ่านแอพพลิเคชันด้วยเทคโนโลยี Bluetooth ได้อย่างสะดวก

                นอกจากนี้ยังมีฟังค์ชัน Advanced Music Optimizer สำหรับมิตรรักนักฟังเพลงโดยเฉพาะ เพื่อจะได้สัมผัสกับสุดยอดของคุณภาพเสียงแบบที่เรียกขานกันว่า The Golden Onkyo Sound นั่นเอง

            ทั้งยังสามารถเพิ่มลำโพงเพื่อใช้งานในแบบ Multi-Room ได้ด้วย

ภาพลักษณ์และคุณสมบัติทั่วไป

                เครื่องบรรจุมาในกล่องพร้อมวัสดุปกป้องการกระแทกระดับมาตรฐานอย่างเรียบร้อย แต่ไม่มีคู่มือการใช้ หรือ Owner Manual ติดมาด้วย ก็เลยต้องเข้าไปหารายละเอียดจากเว็บไซต์ ซึ่งไปพบในเว็บของออนเกียวยูเอสเอ ก็เลยพอได้นำมาใช้เป็นแนวทางทั้งในแง่ของการสอบทานอุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มา และการใช้งานด้วย

                พบว่าอุปกรณ์ที่มีมาในกล่องครบถ้วนตามระบุในเว็บไซต์ คือนอกจาก Main Unit แล้ว ยังประกอบไปด้วยรีโมท คอนโทรล (ที่มาในกล่องไม่มีแบตเตอรีย์ 3A จำนวน 2 ก้อน เหมือนที่ระบุในคู่มือ), ชุดไมโครโฟนพร้อมสายสำหรับเซ็ท-อัพลำโพง, สายอากาศสำหรับภาครับ FM แบบ Indoor และเสาอากาศสำหรับภาครับ AM แบบ Loop Antenna

            สายไฟ AC เป็นแบบติดกับตัวเครื่อง ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้

                ภาพรวมของโครงสร้างตัวถังเครื่องแลดูประกอบมาประณีต เรียบร้อยดี แผงหน้าปัดโดดเด่นด้วยลูกบิดทรงกลม ขนาดใหญ่ ติดตั้งอยู่ทางด้านขวาตอนบน ผนังด้านข้างทั้งสองด้านของเครื่องปิดเรียบ ส่วนฝาเครื่องด้านบนเซาะร่องเป็นซี่ถี่ๆ เกือบเต็มพื้นที่ สำหรับระบายความร้อนจากการทำงานของเครื่อง โดยมีสติกเกอร์ตราสัญญลักษณ์ไอร้อนโชยขึ้นมาติดเอาไว้ด้วย ส่วนที่แผงหลังก็เป็นขั้วต่อและจุดเชื่อมต่อต่างๆ

                ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวทั้งที่แผงหน้าปัด และแผงหลังเครื่อง มีรายละเอียดพอสังเขปดังนี้

                ไล่จากด้านซ้ายของแผงหน้าปัดมา ด้านบนเป็นปุ่ม On/Standby แบบกด ใต้ลงมาเป็นปุ่มแบบตุ่มกดของฟังค์ชัน Music Optimizer ระบุกดใช้งานสำหรับเพิ่มคุณภาพเสียงโดยเฉพาะกับ Compressed Audio หรือก็คือใช้กับไฟล์เสียงที่ผ่านการบีบอัดข้อมูลมานั่นแหละครับ ล่างสุดเป็นช่องเสียบสำหรับชุดหูฟังแบบแจ็คมาตรฐาน ขนาด 1/4 นิ้ว ใกล้ๆ กับช่องเสียบชุดหูฟังเป็นตุ่มกดเล็กๆ แบบเรียงตามแนวนอน 3 ปุ่ม ประกอบไปด้วย Stereo, Movie/TV และ Music

            มาที่กึ่งกลางแผงหน้าปัดในส่วนของดิสเพลย์ ที่มุมซ้ายบนจะเป็นแผงเซ็นเซอร์ ทรงกลม รับคำสั่งการจากรีโมท คอนโทรล ใกล้ๆ กันเป็น Indicator หรือไฟส่องสว่างบอกสถานะการทำงานสองตำแหน่งของ Bluetooth กับ Dolby Atmos ถัดจากจอดิสเพลย์ไปทางด้านขวา แต่ยังอยู่ในกรอบของแผงดิสเพลย์เป็นปุ่ม Cursor สำหรับเลือกกดแบบสี่ทิศทาง

                ใต้แผงดิสเพลย์เป็นปุ่มสำหรับเลือกอินพุท รวมทั้งมีปุ่มกดลักษณะเป็นแถบแนวนอนให้อีกสี่ซ้าห้าปุ่มทั้งที่ด้านซ้าย และขวา ที่อยู่ใต้กรอบแผงดิสเพลย์สำหรับเลือกการทำงานต่างๆ อาทิ Set-Up, Zone A/B, Dimmer เป็นต้น ส่วนทางด้านขวาใต้กรอบแผงดิสเพลย์เป็นกลุ่มปุ่มกดต่างๆ ในภาค Tone Control สามชุดด้วยกัน แถวบนเป็นส่วนของ Treble แถวกลางสำหรับควบคุม Vocal และแถวล่างสุดสำหรับ Bass

            ด้านขวาของแผงหน้าปัดที่เห็นเป็นลูกบิดทรงกลม ขนาดใหญ่ นั้นคือ Master Volume และล่างสุดเป็นช่องเสียบแจ็คสำหรับ Set-Up Microphone เพื่อการปรับแต่งเสียงของลำโพงในระบบ

                มาดูที่แผงหลังเครื่องกันบ้างครับ

                ที่แผงหลังมีพอร์ท HDMI ให้ 5 ชุด เป็น HDMI Out หนึ่งชุด ซึ่งเป็นแบบ ARC: Audio Return Channel ส่วนอีกสี่ชุดเป็น HDMI In ซึ่งแต่ละชุดมีระบุไว้พร้อมสรรพว่าพอร์ทไหน สำหรับเสียบต่อกับอะไร โดยประกอบไปด้วย BD/DVD, GAME, CBL/SAT และ STRM BOX พร้อมทั้งมีพอร์ท USB สำหรับจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์อื่นจำพวก Streaming Media Player อีกหนึ่งชุด

            ในส่วนของ Digital In มีให้เลือกใช้ทั้ง Optical และ Coaxial ในส่วนของ Audio In แบบช่องเสียบ RCA Jack มีให้สามชุด คือ CD, AUX และ PC และมี Line Out สำหรับ Zone B ให้หนึ่งชุด และมี Pre-Out สำหรับเพาเวอร์ สับ-วูฟเฟอร์ ให้สองชุด

                ที่เหลือเป็นขั้วต่อลำโพงแบบ 5-แชนเนล โดยขั้วต่อของชุด Front L/R เป็นแบบเกลียวหมุน ส่วนที่เหลือคือ Center หนึ่งชุด และ Surround อีกสองชุดนั้น เป็นขั้วต่อแบบสปริงหนีบ

                ครับ, ภาพรวมของโครงสร้างเครื่องก็เป็นดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

                สำหรับคุณสมบัติของเครื่องในแง่ของภาคขยายหรือแอมปลิไปเออร์ ระบุว่าเป็นเครื่องระบบ 5.2-แชนเนล ให้กำลังขับแชนเนลละ 80 วัตต์, ที่โหลด 8 โอห์ม ตลอดย่านความถี่ 20Hz – 20kHz วัดค่าความเพี้ยนฮาร์โมนิครวม (THD) ได้ 0.08% ตามมาตรฐาน FTC หากวัดที่โหลด 6 โอห์ม จะได้กำลังขับ 155 วัตต์/แชนเนล (ตามที่ระบุไว้ข้างกล่อง) โดยวัดค่า THD ได้ 10% ที่ 1kHz และมีประสิทธิภาพสามารถทำงานที่โหลด 4 โอห์ม ได้ สำหรับภาคเพาเวอร์ ซัพพลาย เป็นแบบ High Current วงจรของภาคเอาท์พุท สเทจ เป็นแบบ Discrete และลำโพงชุดหน้าสามารถใช้งานแบบ Bi-Amp ได้

                ขณะที่คุณสมบัติทางด้าน Processing ระบุว่า ใช้ชุดการทำงานแบบแบบ 32-bit Digital Signal Processing Engine รองรับการถอดรหัสของ Dolby Lab ถึงระดับ Dolby Atmos พร้อมฟังค์ชัน Dolby Atmos Height Virtualizer และ Dolby Surround Upmixing ทางด้าน DTS รองรับถึงระดับ DTS: X พร้อมฟังค์ชัน DTS Virtual: X และ DTS Neural: X Upmixing พร้อมผนวก Cinema FILTER และ AccuEQ Room Calibration รวมทั้งมีฟังค์ชัน Advanced Music Optimizer เพื่อการฟังเพลงโดยเฉพาะ

            สำหรับคุณสมบัติทางด้าน Connectivity ระบุว่า มี Analogue Audio In ให้ 3 ชุด; Digital Audio In แบบ Optical และ Coaxial อย่างละชุด; HDMI In 4 ชุด พร้อมรองรับ HDR: High Dynamic Range, 3D, ARC, CEC, Deep Color, x.v. Color, LipSyn, DVD-Audio, SACD, Multi-Channel PCM และมี HDMI Out 1 ชุด; มี USB Input; รองรับการทำงาน 1080p to 4K Upsampling และ 4K Pass-Through; มี Zone B Line Out และใช้ Bluetooth v4.2

            ครับ, ทั้งหมดนั้นก็เป็นภาพรวมที่กล่าวมาพอเป็นสังเขปของเอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้

การลองเล่นและคุณภาพเสียง

                แม้จะดูรู้อยู่ในที ว่าเครื่องนี้ผ่านการใช้งานมาแล้ว และควรผ่านพ้นระยะ Burn-In ที่สามารถนำมาใช้งานแบบฟังเอาการเอางานได้เลยก็ตามที ผมก็ยังขอเริ่มทำความรู้จักกันและกันด้วยวัตรปฏิบัติแบบเดิมๆ ของผมก่อน

                นั่นคือเริ่มด้วยการฟังเพลงที่ให้เครื่องทำงานแบบสเตรีโอ 2-แชนเนล พร้อมนำลำโพงแบบวางหิ้ง (ใช้งานจริงด้วยการวางลงบนขาตั้ง) มาต่อเข้ากับขั้วต่อลำโพงชุด Front ของเครื่องเพียงคู่เดียว

                ก็ดังที่ได้เล่าสู่กันฟังอยู่เนืองๆ นั้นแหละครับ ที่ว่าธรรมเนียมปฎิบัติของผมอย่างหนึ่งเมื่อได้เครื่อง หรือชุดลำโพง ที่ให้ใช้งานได้ทั้งดูหนังและฟังเพลงนั้น ผมมักจะใช้เครื่องหรือลำโพงนั้นกับงานดนตรีก่อนเสมอ ด้วยมีความเชื่อที่เป็นส่วนตัวประการหนึ่ง คือ เชื่อว่าหากเครื่องหรือลำโพงนั้นๆ สามารถให้เสียงดนตรีออกมาได้ดี – คือดีตามความหมายที่เป็นความพอใจส่วนตัวผมแล้ว, ผมเชื่อว่าว่าเครื่องหรือลำโพงนั้นๆ ย่อมมีแนวโน้มไปในทางที่ว่าจะสามารถให้เสียงอื่นๆ จากการบันทึกในรูปของเสียงแบบโฮม เธียเตอร์ ออกมาได้ดีพอด้วย

                ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกเช่นนั้น และประสบการณ์นั้นยังบอกให้ตัวเองเชื่อได้ในทางที่กลับกันด้วย ว่าเครื่องหรือลำโพงใดก็ตาม ที่เอามาใช้งานโฮม เธียเตอร์ ได้ถูกอกถูกใจ แบบสะใจนักสะใจหนา – นั้น,หาได้หมายความว่าจะต้องให้เสียงดนตรีออกมาได้ดีในความหมายของความเป็นดนตรีด้วยแต่อย่างใด

                คือบ่อยครั้งเลยนะครับ ที่เจอเครื่องเจอลำโพงให้เสียงตอนดูหนังออกมาแบบว่าสนุกเอาเรื่อง แต่พอเอาไปฟังเพลงฟังดนตรีแล้ว หลายเครื่อง หลายคู่ ฟังได้ไม่จบแทร็คแรกๆ ของแผ่นก็พอมีให้เจออยู่เนืองๆ ครับ

                และกับเอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้ หลังจากเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ในคู่มือการใช้ที่โหลดมาจากเว็บของออนเกียวอเมริกาแล้ว พบว่าการเซ็ท-อัพลำโพงให้ฟังเพลงแบบ 2-แชนเนล สเตรีโอ นั้นไม่มี เพราะจะเริ่มการให้ตั้งค่าตั้งแต่ระบบ 2.1 เป็นต้นไป ซึ่งเพื่อให้รับรู้อรรถรสของเสียงดนตรีจริงๆ ก็เลยไป Off สับ-วูฟเฟอร์ พร้อมๆ กับ Off ลำโพงเสมือนที่จำลองเสียงด้านบน ที่ฟังค์ชัน Speaker Virtualizer ด้วย เพราะลำโพงนี้จะถูกตั้งค่าให้เปิด หรือ On เป็น Default Value มาจากโรงงาน อย่างไรก็ตาม, หากปิดลำโพงเสมือนที่ว่านี้แล้ว จะไม่สามารถใช้งานบาง Listening Modes ได้

                และหลังจากที่ได้อุ่นเครื่องทำความรู้จักกันด้วยเสียงดนตรีหลากรูปแบบ หลายลีลา ที่มีทั้งงานแสดงสดแบบ Live ในแจสส์ คลับ เล็กๆ กับเครื่องดนตครีอะคูสติคไม่กี่ชิ้น ผ่านต่อไปยังบางอัลบัมที่เป็นแจจส์แบบ Big Band รวมทั้งงานแจสส์ในแนว Standard แล้วมาต่อกันด้วยแนว Pop กับ Country ก่อนจะจบเสียงเพลง เสียงดนตรี ด้วยงานคลาสสิคทั้งขนาดใหญ่แบบ Symphony กับวง Orchestra และงานที่ใช้เครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นแบบ Chamber Music กับวง String Quartet พบว่าเอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้ทำงานกับเพลงและดนตรีหลากรูปแบบที่ได้ลองนำมาเล่นด้วยแบบสอบผ่าน ชนิดที่พอเอาตัวรอดได้สบายๆ

                คือให้ความเพลิดเพลินออกมาได้ในระดับน่าพึงพอใจ ยิ่งเอาราคาค่าตัวมาเป็นตัวตั้งด้วยแล้ว กับเงินแค่นี้ให้เสียงดนตรีออกมาได้อย่างนี้ แถมยังมีคุณสมบัติอื่นที่สามารถให้ความบันเทิงในรูปแบบของระบบเสียงโฮม เธียเตอร์ ผนวกเข้ามาด้วยอีก คิดเพียงแค่นี้ (ที่แม้จะยังไม่ได้ลองเล่นแบบที่ว่า) ก็เห็นความคุ้มค่า (แบบออกจะเกินราคา) ขึ้นมาให้เห็นป็นเงาๆ แล้วล่ะครับ

            ว่าแล้วก็ไปลองแบบที่ว่ากันต่อเลยดีกว่า

                แต่ก็ยังไม่ได้ลองเล่นแบบเต็มรูปแบบ หรือเต็มระบบที่เครื่องกำหนดมาแบบ 5.2-แชนเนล ดอกนะครับ คือเครื่องมาถึงผมขณะยังนั่งทำงานอยู่ที่คอนโดมิเนียม ยังไม่ได้ยกกลับไปลองเล่นในห้องที่บ้าน กอปรกับห้องที่คอนโดนี่ ผมมีชุดแบบ 3.1-แชนเนล ใช้อยู่สำหรับดูหนังฟังเพลงแบบเอาเพลินที่พอได้ความอยู่แล้วกับห้องลักษณะสติวดิโอ พื้นที่ใกล้ๆ 40 ตารางเมตร ก็เลยได้ลองแบบง่ายๆ เบื้องต้นเพียงแค่เอา Onkyo TX-RS393 เครื่องนี้ เข้าไปแทนที่แอมป์เซอร์ราวน์ดที่ใช้อยู่ ก็เป็นอันใช้การได้เลย

                คือเอามาลองเล่นเป็นระบบ 3.1-แชนเนล กับลำโพงคู่หน้า ลำโพงเซ็นเตอร์ และเพาเวอร์-สับวูฟเฟอร์ ร่วมกับทีวีและเครื่องเล่นแผ่นที่ใช้อยู่ ซึ่งเป็น Multi-Disc Player ครับ

                จากนั้นก็เข้าไปเซ็ท-อัพเครื่องกับลำโพงให้ทำงานสอดประสานกันในรูปแบบ 3.1 ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด เพราะเมนูออกแบบมาให้ทำตามได้อย่างง่ายดาย ซึ่งหลังจากทุกอย่างเรียบร้อยก็หยิบแผ่นใกล้มือมาลอง พบว่าบรรยากาศเสียงที่ให้ออกมานั้นเป็นที่น่าพอใจไม่น้อย จนอดคิดไม่ได้ว่าระบบเพียงแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับประชาชนชาวแฟล็ต (ยุคก่อน) หรือมนุษย์คอนโดในปัจจุบันได้แล้ว โดยเฉพาะกับผู้คนรุ่นใหม่ๆ ในยุคนี้ ที่มักจะชอบอาศัยอยู่ในบ้านกล่องคอนกรีต และสามารถเข้าถึงความบันเทิงทั้งทางด้านภาพและเสียงได้ง่าย แบบไร้สายผ่านผู้ให้บริการที่มีอย่างหลากหลาย ทำให้นอกจากประหยัดพื้นที่เพราะไม่ต้องเผื่อที่ทางสำหรับจัดเก็บซอฟท์แวร์ เหมือนคนรุ่นก่อนอย่างผมที่ชั้นวางในห้องมีตั้งแต่แผ่นเสียง ม้วนเทป แผ่นซีดีเพลง แผ่นเลเซอร์ ก่อนจะมาเพิ่มจำพวกแผ่นเอสเอซีดี แผ่นดีวีดี และแผ่นบลู-เรย์ในวันนี้ ให้สิ้นเปลืองทั้งพื้นที่และหนักชั้นวางอีกต่างหาก

                นั้นเอง, ที่ทำให้รู้สึกว่าหากต้องการความบันเทิงภายในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด อย่างคอนโดมิเนียม ที่ต้องแบ่งปันพื้นที่ให้กับแต่ละภาคส่วนของกิจกรรมประจำวันในชีวิตแล้วล่ะก้อ รูปแบบของการดูหนัง ฟังเพลง ผ่านสตรีมมิงจากผู้ให้บริการด้วยการติดตั้งระบบเสียงแบบ 3.1 ก็น่าจะได้ทั้งอรรถรสและบรรยากาศเสียงอย่างเพียงพอแล้ว มิพักต้องใส่เต็มระบบที่ต้องเริ่มต้นแบบ 5.1 คือไม่จำเป็นต้องใส่ลำโพงให้บรรยากาศเสียงด้านหลัง หรือด้านข้าง ก็ได้

                ยิ่งปัจจุบันเอวี รีซีฟเวอร์ รุ่นใหม่ๆ มักจะมีฟังค์ชันเสริมเสียงด้านบนด้วยลำโพงเสมือนให้มาด้วยแล้ว (อย่างเอวี รีซีฟเวอรื รุ่นนี้ แม้จะเป็นรุ่นเล็กสุดในซีรีส์ ก็ยังมีฟังค์ชันนี้ให้) สำหรับผมแล้ว ผมให้รู้สึกว่าเพียงพอต่อความต้องการละ

                อย่างไรก็ตาม, เมื่อนำมันกลับไปเล่น (เกือบ) เต็มประสิทธิภาพที่มีในตัว (ใช้สับ-วูฟเฟอร์เพียงตู้เดียว) ด้วยระบบ 5.1 มันยิ่งให้การทำงานที่ออกจะคุ้มค่าเอามากๆ

                เพราะอย่างที่บอกไปนั่นแหละครับ คือราคาค่าตัวมันแค่เกินเลยหมื่นกลางๆ ไปนิดเดียวเอง

สรุป

                ด้วยเพียงแค่ดูจากคุณสมบัติที่ผนวกเข้ามาไว้ในตัว ก็แทบไม่น่าเชื่อแล้วล่ะครับว่านี้เป็นเครื่องเล่นรุ่นเล็กสุดในซีรีส์นี้

                ลำพังกำลังขับแชนเนลละ 80 วัตต์, ที่โหลด 8 โอห์ม ก็นับว่าอยู่เหนือเกณฑ์ระดับมาตรฐานเครื่องเริ่มต้นแล้ว แต่นี่ยังสามารถทำงานกับโหลด 6 โอห์ม ได้สบายๆ และให้กำลังขับได้มากถึง 155 วัตต์/แชนเนล อีกด้วย ทั้งยังใช้ภาคจ่ายกระแสหรือเพาเวอร์ ซัพพลาย แบบ High Current อีก จึงวางใจได้ในเรื่องกำลังขับว่าเป็น ‘วัตต์’ ที่จริงแท้แน่นอน เพราะฉะนั้นจึงมิพักต้องเป็นกังวลในเรื่องการทำงานกับลำโพงในกลุ่ม Budget ด้วยกันแต่อย่างใด

            สำหรับการทำงานในระบบ 5.1 ที่เป็นมาตรฐานเริ่มต้นของระบบเสียงแบบโฮม เธียเตอร์ นั้น เอวี รีซีฟเวอร์เครื่องนี้รังสรรค์เสียง และบรรยากาศเสียงโดยรวม ของซาวน์ดแทร็คออกมาได้อย่างสมบูรณ์พอ และครอบคลุมพื้นที่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นในห้องส่วนตัว หรือในห้องนั่งเล่นเพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางความบันเทิงของทุกคนในครอบครัว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากใช้งานในห้องเปิดอย่างห้องพักผ่อน ห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขก ยังได้เปรียบเครื่องอื่นๆ ในระดับเดียวกันตรงที่มี Pre-Out สำหรับต่อใช้งานกับแอ็คทีฟว์ สับ-วูฟเฟอร์ ได้ถึงสองชุด จึงมิพักต้องเป็นกังวลเรื่องพลังเสียงในย่านความถี่ต่ำๆ แต่อย่างใด

                และอีกสองคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้รู้สึกว่าเอวี รีซีฟเวอร์ เครื่องนี้ให้ความคุ้มค่าอย่างเหนือชั้นกว่าก็คือ การผนวกฟังค์ชันรังสรรค์บรรยากาศเสียงจากลำโพงเสมือน หรือ Speaker Virtualizer ซึ่งทำงานเสริมในลำโพงชุด Front กับการใส่ Bluetooth เข้ามาเพื่อรองรับการเล่นแบบไร้สายกับไฟล์เสียงได้อย่างสะดวกนั้นเอง

            นอกจากนั้นแล้ว, ทางด้านอินพุทต่างๆ ก็มีให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอะนาล็อก อิน หรือดิจิทัล อิน โดยอะนาล็อกมีให้ถึงสามชุด ขณะที่ดิจิทัลนั้นมีให้ครบทั้งออพทิคัลและโคแอ็กเชียล ทั้งยังมีพอร์ท HDMI ให้ถึงห้าชุดอีกต่างหาก

                เรียกว่ามาครบแบบจัดเต็มมากจริงๆ

                จึงกับราคาค่าตัวหมื่หกหมื่นเจ็ดนี่ ถ้าไม่บอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มแล้ว ก็ไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไรได้แล้วล่ะครับ


ขอขอบคุณตัวแทนจำหน่าย Power Buy โทร. 02-904-2000 ที่เอื้อเฟื้อสินค้าสำหรับการทดสอบ

Latest articles