Accuphase : E-3000 Integrated Amp. & DIPTYQUE : DP 107 Passive Speaker

0

ในโลกของเครื่องเสียงระดับ High-End ชื่อของ Accuphase ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านงานออกแบบ เทคโนโลยี และคุณภาพเสียงที่ยากจะหาใครเทียบเคียงจากแดนอาทิตย์อุทัย แบรนด์ Accuphase เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของความประณีต ความแม่นยำ และคุณภาพเสียงที่ไร้ที่ติมายาวนานกว่า 50 ปี ในวงการ ใครต่อใครที่ได้เห็นก็ใจละลายได้ง่ายๆ !

สำหรับนักฟังเพลงระดับจริงจัง หรือ ออดิโอไฟล์คงไม่มีใครปฏิเสธชื่อชั้นของ Accuphase เครื่องเสียงระดับไฮ-เอนด์ของญี่ปุ่น อันเป็นที่ยอมรับกันในวงการว่า ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรง ความประณีต และงานออกแบบที่คลาสสิกเหนือกาลเวลา ความเป็น Accuphase มิได้เป็นเพียงแบรนด์ธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบ มีปรัชญาแห่งเสียงอันแน่วแน่ และงานฝีมือไร้ที่ติในโลกของเครื่องเสียงไฮ-เอนด์ จนได้รับการยกย่องจากนักเล่นออดิโอไฟล์ทั่วโลก

ต้นกำเนิดแห่งความมุ่งมั่นที่ไร้ซึ่งการประนีประนอม “Accuphase” ก่อตั้งขึ้นในปี 1972 โดยกลุ่มวิศวกรผู้มากประสบการณ์ และเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์จาก Kenwood (ซึ่งในขณะนั้นคือ Trio Corporation) โดยมีเป้าหมายเดียวคือ การสร้างสรรค์เครื่องเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้ ไม่ใช่เพื่อปริมาณ แต่เพื่อคุณภาพที่ไร้ขีดจำกัด

ชื่อ “Accuphase” เองก็สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่าง “Accurate” (แม่นยำ) และ “Phase” (เฟสเสียง) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีเครื่องเสียงที่สมบูรณ์แบบ ยืนหยัดในงานวิศวกรรมเสียงและงานฝีมือระดับปรมาจารย์ ทำให้ Accuphase แตกต่างและยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการได้อย่างยาวนาน โดดเด่นด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่แนวคิด การออกแบบ ไปจนถึงการประกอบ เพียบพร้อมด้วยวิศวกรรมที่เหนือชั้น (Uncompromised Engineering) มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาวงจรที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะ; คัดสรรส่วนประกอบทุกชิ้นส่วนคุณภาพสูงสุดอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเก็บประจุแบบ Custom-made, ทรานซิสเตอร์คุณภาพสูง หรือหม้อแปลงขนาดใหญ่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและความน่าเชื่อถือที่ยาวนาน; การออกแบบวงจรที่สมมาตร-การจัดวางวงจรแบบ Balance แยกการทำงานแชนเนลซ้าย-ขวาออกจากกันอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลด Crosstalk และเพิ่มมิติเสียงที่แม่นยำ

ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ Accuphase ทุกชิ้นล้วนเป็นงานฝีมืออันประณีต (Master Craftsmanship) ประกอบด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ และยังคงได้รับการปรับจูนด้วยมือโดยช่างผู้เชี่ยวชาญในประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความแม่นยำสูงสุด นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ Accuphase ยังมีความสวยงามในรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดสีทองแชมเปญ ฐานแท่นเครื่องที่แข็งแรงบึกบึน และเข็มวัดระดับสัญญาณแบบอะนาลอก (VU Meter) อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้เป็นเพียงความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความคลาสสิกและความหรูหราที่อยู่เหนือกาลเวลา

สำหรับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Accuphase ประสบการณ์ที่ไร้ที่ติ เมื่อได้สัมผัสกับเสียงจากเครื่องเสียง Accuphase ด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติและสมจริง มุ่งเน้นการถ่ายทอดสัญญาณเสียงให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด ผู้ฟังจะได้ยินเสียงดนตรีที่มีความใสสะอาด รายละเอียดครบถ้วน และความสมจริงราวกับศิลปินมาบรรเลงอยู่ตรงหน้า ควบคู่มิติเสียงและเวทีเสียงที่กว้างขวาง สามารถสร้างสรรค์มิติเสียงที่ลึก กว้าง และแม่นยำ ทำให้สามารถรับรู้ตำแหน่งของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน สร้างประสบการณ์

การฟังที่ดื่มด่ำ พร้อมด้วยพลังและความละเอียดอ่อนที่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่ทรงพลังของกลองหรือความละเอียดอ่อนของเสียงไวโอลิน “Accuphase” สามารถถ่ายทอดไดนามิกของบทเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ขาดตกบกพร่อง

ทั้งนี้เท่าที่มีโอกาสได้พูดคุยกับทีมงานวิศวกรของ Accuphase ที่ได้เดินทางมาเยือน Hi-End Audio-ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Accuphase อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นประจำทุกปีติดต่อกัน สามารถระบุได้ว่า ในช่วงหลายปีมานี้ ผลิตภัณฑ์ Accuphase ได้มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการออกแบบโดยทีมวิศวกรรุ่นใหม่ หัวทันสมัยในการใช้เทคโนโลยีล้ำยุค ส่งผลให้ “แนวทางเสียง”ของ Accuphase ไม่เหมือนกับ Signature เดิมที่ FC คุ้นชินกันมานาน…พูดได้เลยว่า ผลิตภัณฑ์ Accuphase รุ่นใหม่ๆ จะมีแบบฉบับเสียงที่โดดเด่น เข้มข้น และโปร่งใส สดสะอาดยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา อีกทั้งยังมีความคุ้มค่าน่าใช้มากยิ่งขึ้น ด้วยการคัดสรรชิ้นส่วน-อุปกรณ์ที่มีศักยภาพสูง ช่วยยกระดับสมรรถนะการใช้งานให้เกินราคามากกว่าเดิม…และแล้วทาง What Hi-Fi? Thailand ก็ได้มีโอกาสทดสอบผลิตภัณฑ์ Accuphase รุ่นใหม่ล่าสุด “E-3000” ด้วยการรับฟังควบคู่กับลำโพงของ Diptyque Audio รุ่น DP107 ณ โชว์รูมของ Hi-End Audio ถนนราชพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร. 062-551-2410,  02-101-1988 (hiendaudio.com)  

คุณลักษณ์

ในความเป็นจริง Accuphase Laboratory ไม่เคยมองว่า เครื่องขยายเสียงแบบ อินติเกรตแอมป์นั้นเป็นสินค้าชั้นสองรองจากระดับเครื่องแยกชิ้น…ก่อนการเปิดตัว E-3000 ทาง Accuphase มีผลิตภัณฑ์ในไลน์สินค้าประเภทนี้มากกว่าเครื่องขยายเสียงแบบแยกชิ้นเสียอีก ด้วยว่า แพลตฟอร์มแบบ Integrated Amplifier มีข้อดีมากกว่าแค่การประหยัดค่าใช้จ่ายของสายเชื่อมต่อ หรือหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่เข้ากันของอิมพีแดนซ์ ทั้งนี้เพราะการใช้ลายวงจรที่สั้น หรือต่อตรงในดีไซน์แบบ อินทิเกรตแอมป์นั้นช่วยลดผลกระทบจากเสียงรบกวนภายนอกที่ (อาจ) หลุดรอดเข้ามาทางสายสัญญาณเชื่อมต่อ

ทั้งนี้ Accuphase : E-3000 เป็นสเตริโอ อินทิเกรตแอมปลิฟายเออร์รุ่นใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2025 (เป็นรุ่นล่าสุดที่มาจากการผนวกกันของ E-280 กับ E-380) โดยได้รับการ “ยกระดับ” ขีดขั้นศักยภาพให้มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นเรือธง มีจุดเด่นสำคัญ นั่นคือ การใช้ระบบควบคุมระดับความดังเสียง AAVA ที่แม่นยำ ไม่ต่างจากสมรรถนะรุ่นใหญ่ๆ พร้อมทั้งให้กำลังขับที่ทรงพลังในขนาดที่กะทัดรัด ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกสีทองอร่ามนั้นมีการปรับปรุงภายในที่สำคัญหลายอย่าง ทำให้ E-3000 มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 23.1 กก.

Takaya Inokuma -กรรมการผู้จัดการอาวุโส (Senior Managing Director) ของ Accuphase กล่าวว่า “ด้วยการปรับปรุงวงจรอย่างต่อเนื่อง E-3000 จึงเหนือกว่าทั้งสองรุ่น (E-280 กับ E-380) ในราคาที่คุ้มค่ากว่า คำว่า <ระดับเริ่มต้น> (Entry-level) นั้นเป็นคำที่ค่อนข้างสัมพันธ์กัน เพราะ Accuphase ผลิตสินค้าคุณภาพสูงที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกได้ บริษัทที่ไม่ประนีประนอมและยังคงความเป็นอิสระอย่างแรงกล้านี้ หลีกเลี่ยงเทคนิคการผลิตจำนวนมากและจำกัดปริมาณการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทนทานและซ่อมแซมง่ายตลอดอายุการใช้งานโดยไม่ต้องขยายขนาดบริษัทของเรา”

Accuphase ผลิต E-3000 ขึ้นเองทั้งหมดภายในโรงงานที่โยโกฮาม่า ด้วยความใส่ใจและพิถีพิถันเช่นเดียวกับรุ่นที่ราคาสูงกว่า ดังนั้น E-3000 จึงนับเป็นผลิตภัณฑ์ “ระดับเริ่มต้นที่เป็นมาตรฐานระดับเรือธง” และมุ่งมั่นให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทั้งนี้ทั้งนั้นวงจรควบคุมระดับความดังเสียง (Volume Control) นับว่า มีความสำคัญยิ่งยวดสำหรับแอมปลิฟายเออร์ ซึ่ง AAVA (Accuphase Analog Vari-gain Amplifier) นับเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่ Accuphase ได้คิดค้นและพัฒนาด้วยตัวเอง โดยใช้หลักการ ANCC

(Accuphase Noise and Distortion Canceling Circuit) นี่คือวงจรที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งตัดเสียงรบกวนเล็กน้อยที่เกิดจากตัวขยายสัญญาณเซมิคอนดักเตอร์ใน AAVA โดยใช้เทคโนโลยีฟีด ฟอร์เวิร์ด (Feed-forward Technology) การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ใน E-3000 ทำให้สามารถลดเสียงรบกวนได้ดีขึ้นอย่างมาก หัวใจสำคัญของการออกแบบใหม่นี้พบว่า มีการปรับปรุงระดับสัญญาณต่อเสียงรบกวนได้ถึงร้อยละ 20 โดยไม่ขึ้นอยู่กับระดับความดังเสียง เมื่อเทียบกับรุ่น E-380

สำหรับในส่วนของเครื่องขยายเสียง (Power Amplifier Section) จะสร้างสัญญาณสมดุล (Balanced Signals) โดยอาศัยหลักการของ Instrumentation Amplifier ขณะเดียวกันก็สร้างเอาต์พุตสเตจที่แข็งแกร่งผ่านทรานซิสเตอร์กำลัง (Power Transistors) แบบ พุช-พูล ขนานกัน 3 ชุด (Three-fold parallel push-pull) ที่ขับเคลื่อนในแบบฉบับคลาส AB เพื่อส่งมอบเสียงเสียงอันทรงพลังของ E-3000 ในทุกสภาวะการใช้งานอย่างน่าเพลิดเพลินใจ

นอกจากนี้การจัดวางชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน และรูปแบบการเดินสายโดยรวมของแอมปลิฟายเออร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมที่สุด ตัวอย่างเช่น วงจร AAVA ถูกย้ายไปอยู่ที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ในขณะที่บัฟเฟอร์ แอมปลิฟายเออร์แบบขนานห้าตัว (หนึ่งตัวสำหรับแต่ละอินพุต RCA) ถูกวางไว้ใกล้กับแจ็คอินพุตที่ด้านหลัง เพื่อลดสัญญาณรบกวนจากการเหนี่ยวนำระหว่างแจ็คอินพุตและวงจร AAVA ที่สำคัญ การควบคุมสมดุลเสียง (Balance Control) ก็ได้รับประโยชน์จากความชาญฉลาดของ AAVA เช่นกัน

E-3000 ทำงานในคลาส AB และมีโครงสร้างภายในแบบ โมโนบล็อก โมดูลขยายกำลังของแต่ละช่องสัญญาณแยกออกจากกันด้วยส่วนจ่ายไฟที่ทรงพลังบึกบึนอยู่ตรงกลาง ต่างจากภาคปรีแอมป์, ภาคเอาต์พุตเป็นแบบบาลานซ์อย่างสมบูรณ์ และใช้อุปกรณ์เอาต์พุตเป็นทรานซิสเตอร์ไบโพลาร์ (Bipolar Transistors) ที่คัดเลือกมาใหม่ ซึ่งได้รับการอัพเกรดจากการกำหนดค่าแบบ พุชพูลขนานสองตัว (Two-fold parallel push-pull configuration) เป็นการกำหนดค่าแบบสามตัว (Three-fold configuration) ซึ่งช่วยลดอิมพีแดนซ์เอาต์พุตของแอมป์ ส่งผลให้เวลาตอบสนอง (Response Time) เร็วขึ้น และกำลังขับลำโพงรวมไปถึงการควบคุมที่เพิ่มขึ้นด้วย

วงจรจ่ายไฟมีหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ EI ที่พัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมด้วยตัวเก็บประจุฟิลเตอร์ขนาดใหญ่พิเศษ 33,000 μF เพื่อการจ่ายกระแสไฟที่เหมาะสมที่สุด มั่นใจได้ว่า E-3000 ให้กำลังขับ 100 วัตต์ที่ 8 โอห์ม และ 150 วัตต์ที่ 4 โอห์ม ทั้งนี้เฟสที่แม่นยำมีความสำคัญไม่แพ้กระแสไฟฟ้า…Accuphase ซึ่งตั้งชื่อแบรนด์ตามแนวคิดนี้ ยังคงมุ่งเน้นศักยภาพด้านเสียงอย่างต่อเนื่อง Takaya Inokuma ได้กล่าวอย่างน่าชื่นชม และตรงไปตรงมาว่า “หูของมนุษย์มีความไวต่อเฟส และสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของเฟสได้อย่างละเอียดอ่อนในรูปของความแตกต่างในคุณภาพเสียง หากอุปกรณ์เสียงสร้างข้อมูลที่ไม่ได้รวมอยู่ในแหล่งกำเนิดเสียง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินดนตรีที่แท้จริง” (The human ear is sensitive to phase and can sensitively perceive phase shifts as differences in sound quality. If audio equipment creates information that is not included in the sound source, it is impossible to hear the true music.)

สำหรับ E-3000 ความแม่นยำของเฟสได้รับการปรับปรุงโดยการเพิ่มค่าแดมปิ้งแฟกเตอร์เป็น 600 กล่าวกันว่า ยิ่งค่าแดมปิ้งแฟกเตอร์สูงเท่าไร ความสามารถในการควบคุมลำโพงของแอมปลิฟายเออร์ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ การเลือกใช้สวิตช์ MOSFET ประสิทธิภาพสูงสำหรับการป้องกันลำโพงแทนรีเลย์เชิงกลแบบเดิม (ซึ่งทำให้เกิดความต้านทานหน้าสัมผัส หรือ Contact Resistance ที่ไม่ต้องการ) ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ Accuphase ได้เลือกมาบรรจุไว้ใน E-3000

E-3000 ได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องขยายเสียงที่ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม บนแผงหน้าเครื่องมีปุ่มเลือกอินพุต (Input Selector) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งให้ความรู้สึกพรีเมียมเช่นเดียวกับปุ่มปรับระดับความดังเสียง (Volume) ที่มีน้ำหนักกำลังดี แม้แต่ขั้วต่อลำโพงได้2 ชุด ก็ให้ความรู้สึกดีเยี่ยม มีอินพุต RCA 5 ช่อง พร้อมอินพุตแบบบาลานซ์ที่ระบุว่า ‘Balanced CD’ ฟังก์ชันใช้งานทั้งหมดแสดงอยู่บนรีโมต อะลูมิเนียมสีทองที่ดูหรูหรา อีกทั้ง E-3000 ยังมาพร้อมกับปุ่มควบคุมโทนเสียง (Tone Control) ที่สามารถปิดการใช้งานได้ และยังสามารถใช้งานเป็นปรีแอมป์หรือเพาเวอร์แอมป์แยกต่างหากได้อีกด้วย รวมถึงมีช่องเสียบสำหรับหูฟังให้ด้วย ที่สำคัญ E-3000 ยังมีช่องเสียบส่วนขยาย (Expansion Ports) ให้มาอีก 2 พอร์ต ซึ่งรองรับกับการ์ด DAC และการ์ด Phono ซึ่งซื้อเพิ่มเติมได้ภายหลัง (ช่วงเดือนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ แถมบอร์ด Phono AD-60 หรือ DAC-60 DAC Module ฟรี จำนวนจำกัด)

คุณสมบัติเด่น E-3000

– วงจรควบคุมระดับเสียง AAVA : ใช้หลักการขยายสัญญาณแบบอะนาลอกที่ไม่มีตัวต้านทานปรับค่า (Potentiometer) ทำให้ปราศจากเสียงรบกวนและความเพี้ยนที่เกิดจากการสึกหรอของหน้าสัมผัส

– กำลังขับสูง : ให้กำลังขับ 100 วัตต์ต่อแชนเนลที่ 8 โอห์ม และ 150 วัตต์ต่อแชนเนลที่ 4 โอห์ม ในโหมด Class AB ซึ่งเพียงพอต่อการขับลำโพงได้หลากหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงวางหิ้ง หรือลำโพงตั้งพื้นขนาดใหญ่ E-3000 ก็เอาอยู่…

– โครงสร้างเพาเวอร์แอมป์ : ใช้ทรานซิสเตอร์กำลังแบบ ขนานสามคู่ (Three-fold parallel push-pull) ช่วยเพิ่มความสามารถในการจ่ายกระแสและลดความร้อนในขณะรับภาระการทำงาน

– แดมปิ้งแฟคเตอร์สูง : มีค่าแดมปิ้งแฟกเตอร์ที่สูงถึง 600 ช่วยให้ควบคุมการเคลื่อนที่ของลำโพงได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้เสียงเบสกระชับและเที่ยงตรง

– วงจรตัดเสียงรบกวน ANCC : ใช้วงจร Accuphase Noise and Distortion Canceling Circuit (ANCC) ในภาคแปลงกระแสเป็นแรงดันของ AAVA เพื่อลดสัญญาณรบกวนและสัญญาณเพี้ยนให้เหลือน้อยที่สุด

– การออกแบบโมโนบล็อก : ภาคเพาเวอร์แอมป์แยกวงจรซ้าย-ขวาอย่างเด็ดขาด ช่วยลดการรบกวนระหว่างช่องสัญญาณ

– การเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น : มีทั้งอินพุตแบบบาลานซ์ XLR และอันบาลานซ์ RCA รวมถึงช่องต่อ Pre-Out/Main-in สำหรับการใช้งานแบบแยกส่วนหรือไบ-แอมป์

– รองรับออปชันบอร์ด : มีช่องเสียบเพิ่มเติม 2 ช่อง สำหรับติดตั้งออปชันบอร์ด DAC-60 (ดิจิทัลอินพุต) หรือ AD-60 (โฟโนอีควอไลเซอร์) เพื่อขยายความสามารถของเครื่อง 

ในส่วนของลำโพงที่ใช้รับฟังควบคู่กับ E-3000 ก็คือ Diptyque Audio รุ่น DP-107 ซึ่งเป็นลำโพงแบบ Magnetostatic หรือ แผงแม่เหล็กสถิต (Diptyque Audio เรียกขานว่า Isodynamic) จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น DP77 โดยมีความโดดเด่นในด้านคุณภาพเสียงที่โปร่งใส เป็นธรรมชาติ และมีมิติเสียงที่ดี ลำโพงรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี PPBM (Push-Pull Bipolar Magnet) และมีส่วนประกอบหลักคือแผ่นไดอะแฟรมเสียงกลาง-ทุ้มแบบ Mylar และทวีตเตอร์แบบ Ribbon ที่ทำจากฟิล์ม Mylar เพื่อให้ได้เสียงที่สมดุลและแม่นยำ 

ทั้งนี้ DP107 ได้รับการรังสรรค์ขึ้นหลังจากการวิจัยและพัฒนามาเป็นเวลา 10 ปี โดยอิงจากเทคโนโลยีและการออกแบบของรุ่น DP77 ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างมาก ประกอบด้วยเมมเบรน เสียงเบส-กลางขนาด 0.198 ตร.ม. ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี PPBM* ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Diptyque Audio ทำงานร่วมกับทวีตเตอร์แบบริบบอนที่มีแม่เหล็ก นีโอไดเนียม เป็นแถบยาว 45 ซม. โครงสร้างแบบ Mechanical Sandwich Structure ที่ให้ความแข็งแกร่งมาก และรับประกันว่า จะไม่มีการเจือสีสันในน้ำเสียง ขาตั้งเหล็กและไม้โอ๊คทำให้มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง และยังสามารถปรับความเอียงตามความเหมาะสมของจุดนั่งฟังได้ แผงสัดส่วนที่กลมกลืนกันนี้ทำให้ DP107 เป็นลำโพง Isodynamic ที่ให้คุณภาพสูงมาก รวมทั้งความโปร่งใส, ความรวดเร็ว-ฉับไว และจินตภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม

*PPBM® (Push Pull Bipolar Magnet) เป็นสถาปัตยกรรมนวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตร แม่เหล็กไบโพลาร์ขนาดใหญ่ ผลิตตามข้อกำหนดของ Diptyque Audio โดยจะอยู่ที่ด้านหน้าและด้านหลังของไดอะแฟรม ช่วยให้สามารถรักษาขดลวด (แถบอะลูมิเนียม) ไว้ในสนามแม่เหล็กคงที่ ซึ่งเมื่อเมมเบรนเคลื่อนที่ ก็จะได้รับการควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงเบสมีไดนามิกมากกว่า และเสียง ทรานเชียนต์ก็จะถูกสร้างขึ้นอย่างแม่นยำ การรับฟังมีความสมจริงอย่างน่าประทับใจ

DP107 เป็นระบบ 2-ทาง ค่าความไวเสียง 86db/1W/1m อิมพีแดนซ์ 6 โอห์ม ครอบคลุมช่วงการตอบสนองความถี่เสียง 40-19000Hz รองรับอัตรากำลังขับ 150 วัตต์ (กำลังขับแนะนำปกติ>60 วัตต์ มิติขนาดตัวตู้ 1070×470×20 มม. (สูง/กว้าง/ลึก) น้ำหนัก 15 กก. (รวมขาตั้ง 22 กก.)

คุณสมบัติเด่น DP107

เทคโนโลยี : ใช้เทคโนโลยี PPBM แบบ Push-Pull Bipolar Magnet และมี Ribbon Tweeter สำหรับเสียงแหลม

วัสดุ : โครงสร้างแบบ Sandwich ที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อลดการสั่นสะเทือนของเสียง

การออกแบบ : ออกแบบมาให้มีความโปร่งใสและมีมิติเสียงที่ดีเยี่ยม โดยใช้ขาตั้งที่ทำจากเหล็กและไม้โอ๊ค

การปรับตั้ง : สามารถปรับมุมเอียงของลำโพงได้ เพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งการฟัง

ความทนทาน : ไม่ไวต่อฝุ่นและความชื้น และไม่มีวงจรไฟฟ้าแรงสูงเหมือนลำโพงแบบไฟฟ้าสถิตทั่วไป 

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค 

ขนาดแผง : 1070×470×20 มม.

ความไว (Sensitivity) : 86dB/1W/1m

อิมพีแดนซ์ (Impedance) : 6 โอห์ม

การตอบสนองความถี่ : 40-19,000 Hz

กำลังขับแนะนำ : มากกว่า 60วัตต์


ผลการรับฟัง

บอกได้เลยว่า “E-3000+DP107” สร้างประสบการณ์เสียงที่แตกต่าง ไม่อาจลืมเลือน หรือมองข้ามไปได้ง่ายๆ “E-3000+DP107” ส่งมอบเวทีเสียงที่กว้างขวาง ตำแหน่งชิ้นดนตรีที่ชัดเจน และเนื้อเสียงที่บริสุทธิ์เป็นธรรมชาติ การตอบสนองสัญญาณฉับพลันที่รวดเร็ว ทำให้ทุกจังหวะดนตรีมีชีวิตชีวา เป็นเสียงที่ให้ความละเมียดละไมทางดนตรีอย่างแท้จริง คุ้มค่าเกินราคาเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับ

“E-3000” นับเป็นแอมปลิฟายเออร์ที่ให้ประสบการณ์การรับฟังอันน่าประทับใจ ด้วยระดับความซับซ้อนและความประณีตที่เกินกว่าราคา เสียงเพลงโดยรวมถูกนำเสนอด้วยความแจ่มชัด และความสมบูรณ์ของโทนเสียงที่กระตุ้นประสาทสัมผัส ส่งมอบความรู้สึกถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในทุกครั้งที่ฟัง และสร้างความประทับใจทางอารมณ์ได้อย่างมาก มิติเสียงกว้างขวางและสมบูรณ์แบบในทุกทิศทาง ท่วงท่าจังหวะจะโคนและการเก็บรายละเอียดนั้นไร้ที่ติ

“E-3000” บ่งบอกด้วยตัวมันเองว่า มีความแม่นยำที่ดีเยี่ยม พร้อมการขยายเสียงที่เยี่ยมยอดในทุกช่วงย่าน ความถี่ต่ำจรดความถี่สูง อย่างมีความสมดุลของโทนเสียงที่เป็นกลาง ฟังได้สมจริง ที่สำคัญเสียงกลางนั้นบริสุทธิ์ และฟังได้ไหลลื่น ให้การแยกเสียงและความแม่นยำของเนื้อเสียงที่โดดเด่น รายละเอียดทางฮาร์โมนิกที่ละเอียดอ่อน รวมไปถึงการรับรู้สภาพบรรยากาศต่างๆ ทำให้การรับฟังมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างสมจริง

การตอบสนองต่อสัญญาณฉับพลันทันใด (Transient Response) ที่รวดเร็วฉับไวเป็นจุดเด่นของ Accuphase มาโดยตลอด ผสานกับช่วงเสียงแหลมที่นวลละมุนและละเอียด เมื่อทำหน้าที่ขับขานร่วมกับ “DP107” สรรพเสียงที่รับฟังจาก “E-3000+DP107” จึงสรรค์สร้างมิติเสียงที่สมจริงได้อย่างแจ่มชัดและราบรื่น จินตภาพเสียงมีความชัดเจนและเสถียร มีขอบเขตที่เป็นธรรมชาติ มีโทนเสียงและระดับเสียงที่สมบูรณ์แบบ เสียงดนตรีพุ่งออกมาจากลำโพงด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ พิสูจน์ถึงการมีพลังสำรองพร้อมขับดันอยู่เสมอของ E-3000 และการปรับระดับความดังเสียงก็แม่นยำตามต้องการ ไม่ว่าคุณจะเร่งเสียงดัง-เบาแค่ไหน รวมทั้งให้ความสงัดจนน่าทึ่ง

ไม่ว่าดนตรีที่รับฟังจะเป็นแบบใด ประเภทใด “E-3000+DP107” ก็ทำให้รับรู้ได้ถึงรายละเอียดที่ดีเยี่ยมในการบันทึก นับว่า E-3000 นั้นโปร่งใสต่อแหล่งกำเนิดสัญญาณ-มาอย่างไง ไปอย่างนั้น ยิ่งสัญญาณเสียงที่ได้รับการบันทึกมาดีเพียงใด การออกเสียงและรายละเอียดต่างๆ ที่ปลดปล่อยออกมาจาก “E-3000+ DP107” ก็จักยอดเยี่ยมเปี่ยมในละเอียดเพียงนั้น  เสียงดนตรีคลาสสิกอย่างเพลงออร์เคสตราฟังดูอบอุ่นและผ่อนคลาย โดยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในย่านเสียงเบส การผสานความถี่ตลอดช่วงย่านนั้นนับว่า ดีมาก ๆ ในราคาระดับนี้

ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกที่ต้องการความละเอียดอ่อน เปิดเผยความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในบทเพลง ดนตรีแจ๊สที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แนวร็อกที่ต้องการพลัง หรือเพลงร้องที่เน้นห้วงอารมณ์ “E-3000+DP107” สามารถถ่ายทอดทุกบทเพลงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ให้ผู้ฟังดื่มด่ำไปกับดนตรีได้ในทุกห้วงอารมณ์เพลงและดนตรีที่รับฟัง “E-3000+DP107” นั้นให้ความรื่นรมย์ ฟังได้เพลิดเพลินใจมาก เอกลักษณ์ของ Accuphase ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ล้วนสร้างความประทับใจแก่ผู้ฟังในน้ำเสียงที่อบอุ่น นุ่มนวล ให้ความเป็นธรรมชาติ คงไว้ซึ่งความละเอียดอ่อน พร้อมเสียงร้องมีชีวิตชีวา เปี่ยมด้วยอารมณ์ และเครื่องดนตรีชิ้นต่าง ๆ ที่มีเนื้อเสียงอิ่มเอิบ ให้ความรู้สึกเสมือนจริง

“E-3000+DP107” ส่งมอบความละเอียดของเสียงสอดประสานภายในบทเพลงที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังให้พลังเสียงที่ลื่นไหลน่าฟังอย่างต่อเนื่องตลอดห้วงเวลาที่รับฟัง ไม่พลาดในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของบทเพลง ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมหายใจของนักร้อง เสียงก้องกังวานของห้องบันทึก หรือเสียงการดีดสายกีตาร์ที่แผ่วเบา ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ

“ความสะอาด” และ “เปิดโปร่ง” ของสรรพเสียง รับรู้ถึงทุกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนและเป็นธรรมชาติ เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นแยกแยะออกจากกันอย่างเด็ดขาด ทั้งเสียงกีตาร์ที่ละเมียดละไม เสียงเปียโนที่กังวาน หรือปลายเสียงฉาบที่พลิ้วไหว เสียงร้องไม่ว่าหญิง หรือชายให้ความคมชัด มีความเป็นน้ำเสียงมนุษย์อย่างสมจริง เสียงกลางอิ่มเอิบมีน้ำหนัก และเสียงแหลมสะอาดพลิ้วไหว ทำให้เรา-ท่านเข้าถึงห้วงอารมณ์เพลงและดนตรีได้เต็มเปี่ยม มิติและสภาพเวทีเสียง นับว่าเป็นจุดเด่นสำคัญให้ทั้งความลึกและแผ่กว้าง ตำแหน่งของนักร้องและเครื่องดนตรีถูกจัดวางอย่างแม่นยำในสภาพเวทีเสียง ไล่ระดับความลึก-ตื้นในตำแหน่งซ้ายขวาอันสมจริง พร้อมบรรยากาศ (Atmosphere) ราวกับกำลังนั่งฟังดนตรีสดอยู่ตรงหน้า

ยืนยันว่า “E-3000+DP107” สามารถถ่ายทอดทุกบทเพลงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้คุณดื่มด่ำไปกับดนตรีได้ในทุกห้วงอารมณ์ “E-3000+DP107” นับเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรถูกมองข้าม สามารถนำพาคุณไปสัมผัสโลกของเสียงเพลงในแบบที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน และยกระดับการฟังเพลงของคุณให้เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น

สรุปส่งท้าย

นี่คือ “ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิกและเทคโนโลยีล้ำสมัย…ยกระดับการฟังเพลงของคุณไปสู่ประสบการณ์ใหม่ ด้วยพลัง ความโปร่งใส ฉับไว และรายละเอียดระยิบระยับ เวทีเสียงที่กว้างขวาง มีมิติสมจริง”

สำหรับ E-3000 นั้นเป็นอินทิเกรต แอมปลิฟายเออร์ Class AB รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Accuphase พัฒนาต่อยอดจาก E-280 และ E-380 ที่ผนวกเข้าด้วยกัน หลอมรวมเทคโนโลยีระดับเรือธงเข้ากับแบบฉบับงานฝีมือสุดประณีตให้เป็นบรรทัดฐานใหม่ของอินทิเกรต แอมปลิฟายเออร์ระดับเริ่มต้นที่มีศักยภาพระดับสูงกว่าที่เคยเป็นมา มีบุคลิกเสียงที่ส่งมอบไปในทาง “สดและสมจริง” มากขึ้นกว่ารุ่นเก่า โดยยังคงรักษาความสมดุลของเสียงในทุกย่านความถี่ได้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีเสียงใด-ย่านใดโดดเด่นเกินหน้า ทุกเสียงสอดผสานร่วมกันอย่างกลมกลืน สร้างสรรค์ประสบการณ์การฟังที่สมบูรณ์แบบ รับฟังได้ยาวนานโดยไม่ก่อให้เกิดความล้า เสียงเบสมีความหนักแน่นและกระชับดีมาก ไม่ย้วยยวบยาบ และลงได้ลึก รับรู้ได้ในความแตกต่าง ความถี่ต่ำๆ มีแรงปะทะที่ยอดเยี่ยม ให้พลัง กระชับ เหมาะสำหรับดนตรีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิกที่ต้องการความละเอียดอ่อน ซับซ้อน แจ๊สที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ร็อกที่ต้องการพลัง หรือเพลงร้องที่เน้นอารมณ์

สำหรับ Diptyque Audio : DP-107 ด้วยความเป็นลำโพง Isodynamic ที่ให้คุณภาพสูงมาก โดดเด่นด้วยการถ่ายทอดเสียงที่มีความสมดุลสูง ไม่มีการเร่งย่านความถี่ใดเป็นพิเศษ ทำให้เสียงที่ออกมามีความเป็นธรรมชาติและเที่ยงตรง จุดเด่นสำคัญอยู่ที่เสียงแหลม

อันโปร่งกระจ่าง สดใส สะอาดสะอ้าน มีรายละเอียดระยิบระยับ ไม่บาดหู ให้ความรู้สึกเปิดกว้างและมีมวลอากาศ ให้ความฉับพลันทันใด รับรู้ได้ในไดนามิกอันยอดเยี่ยม รวมถึงย่านเสียงกลางที่อบอุ่น ชัดเจน และมีมิติ เสียงร้องของนักร้องฟังดูมีชีวิตชีวาอย่างสมจริง เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นถูกแยกแยะออกจากกันได้อย่างแม่นยำ แสดงถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างจากลำโพงทั่วไป จนมิอาจมองข้ามไป

ขอขอบคุณ : HI-END Audio สำหรับการรับฟัง Accuphase : E-3000+Diptyque Audio : DP107 อย่างเป็นกันเองมา ณ ที่นี้ครับ

________________________