Kimber Kable 12TC Loudspeaker Cable

DAWN NATHONG

พี่ใหญ่ตระกูล TC จากคิมเบอร์เคเบิล

ถ้าให้พูดชื่อผู้ผลิตสายสัญญาณและสายลำโพงที่นักเล่นเครื่องเสียงทั้งมือเก่ามือใหม่รู้จักกันมากที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ Kimber Kable ขึ้นมาติดหนึ่งในสามอันดับแน่นอน Kimber Kable เป็นบริษัทผู้ผลิตสายชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาตั้งแต่ปี 1979 โดยเรย์ คิมเบอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งมีพื้นเพการทำงานมาจากกลุ่มเครื่องเสียงระดับโปร ใช้แนวคิดที่ว่า ตัวนำของสายลำโพงนั้นเป็นโลหะ ซึ่งคล้ายกับเสาอากาศวิทยุที่มีโอกาสจะเหนี่ยวนำสัญญาณรบกวนในอากาศเข้าสู่ระบบผ่านตัวสาย

แต่การนำวัสดุมาหุ้มตัวสายเพื่อป้องกันการรบกวนนั้นหากออกแบบไม่ดี จะเกิดผลกระทบข้างเคียงด้านคุณภาพเสียงตามมา เรย์จึงคิดค้นสูตรการนำกลุ่มสายตัวนำมาถักไขว้เข้าด้วยกันเพื่อหักล้างผลกระทบของสนามแม่เหล็ก ในขณะเดียวกันก็ป้องกันสัญญาณรบกวน RF ภายนอกได้สำเร็จ จนกลายเป็นจุดขายของ Kimber Kable นับตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

        Kimber Kable ผลิตสายออกมาครอบคลุมสำหรับความต้องการของนักเล่นทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับเริ่มต้น อย่างสายสัญญาณรุ่น PBJ ที่กลายเป็นสายราคาประหยัดระดับดาวค้างฟ้าของวงการเครื่องเสียงไปแล้ว จนไปถึงสายระดับไฮเอ็นด์ในซีรียส์สูง ๆ อย่าง Select และล่าสุดยังมีสายซีรียส์ใหม่ AXIOS ที่เน้นเจาะกลุ่มตลาดสายหูฟัง ผลิตสายอัพเกรดหูฟังให้กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น AUDEZE LCD, FOCAL, HIFI MAN หรือ SENNHEISER รวมถึงบางค่ายนอกจากสายอัพเกรดหูฟังแล้ว ยังนำไปใช้ไวร์ริ่งในผลิตภัณท์กลุ่มไฮเอ็นด์ออดิโอ อาทิ DMP-Z1 ดิจิทัลมิวสิคเพลเยอร์รุ่นเรือธงของ SONY

        สายลำโพงรุ่น 12TC จัดอยู่ในซีรียส์ ASCENT ของ KIMBER ซึ่งเป็นกลุ่มของ สายลำโพงรุ่น 4TC, 8TC สายสัญญาณรุ่น HERO รวมถึงสายไฟเอซีรุ่น PK10 และ PK14 ซึ่งสายลำโพง 12TC เป็นรุ่นใหญ่สุดของซีรียส์ หากขยับข้ามขั้นจากนี้ขึ้นไปก็จะเป็นสายในกลุ่ม SUMIT ซีรียส์อย่าง MONOCLE-X ที่มีการใช้วัสดุเป็นแกนเข้ามาอยู่ในโครงสร้างสายและถักร่วมไปกับสายตัวนำเงินและทองแดง รวมถึงการหุ้มด้วยชิลด์ตาข่าย

รายละเอียดที่น่าสนใจ

สายลำโพง Kimber 12TC ใช้เส้นตัวนำที่ผลิตจากทองแดงประเภท OFHC เกรดสูงสุดที่เรียกว่า Cu-OFE (Oxygen Free Electrolytic) ซึ่งมีความบริสุทธิ์ระดับ 99.99 เปอร์เซ็นต์ มีค่าสภาพการนำไฟฟ้าตามมาตรฐาน International Annealed Copper Standard ของสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 102% IACS (ตัวนำเงินบริสุทธิ์จะอยู่ที่ 105% IACS) โดยใช้ตัวนำต่างขนาดทั้งหมด 7 เส้นหุ้มด้วยฉนวนที่ทำจากเทฟล่อน FEP รวมทั้งหมด 24 เส้นนำมาถักไขว้ตีเกลียวรวมกันตามสูตรของ Kimber

เมื่อเทียบขนาดหน้าตัดรวมแล้วจะเท่ากับสายขนาด 8 AWG และสามารถนำมาทำเป็นสายแบบช็อตกันหรือซิงเกิ้ล-ไบไวร์ได้ โดยแบ่งกลุ่มสายสำหรับความถี่สูง 8 เส้น และความถี่ต่ำ 16 เส้น จากโครงสร้างของสายในลักษณะนี้ ทำให้ 12TC มีค่าความต้านทานที่ต่ำเพียง 0.005 โอห์มต่อหนึ่งเมตร ซึ่งส่งผลดีต่อค่าแดมปิ้งแฟ็คเตอร์ หรือความสามารถของภาคขยาย ในการหยุดการสั่นค้างของดอกลำโพง รวมถึงมีค่าการเหนี่ยวนำที่ต่ำเพียง 0.09 uH ต่อหนึ่งเมตร โดยสายขั้วบวกจะใช้ฉนวนหุ้มสีใสและขั้วลบจะใช้ฉนวนหุ้มสีขาวเป็นสัญลักษณ์

        ปกติแล้วสายลำโพง Kimber จะไม่มีสกรีนบอกทิศทางบนสาย หากเป็นสายที่ประกอบสำเร็จจากโรงงาน จะมีการหุ้มท่อหดที่สกรีนบอกทิศทางด้วยตัวอักษรเอาไว้กันการสับสน แต่สำหรับท่านที่ซื้อสายลำโพงแบบตัดแบ่งจากม้วน ควรจะให้ผู้ขายทำสัญลักษณ์ระบุทิศของต้นทางและปลายทางจากม้วนไว้สักหน่อย เพื่อเวลาตัดแบ่งสายแล้ว จะได้กำหนดทิศทางการเดินของสัญญาณไปในทางเดียวกันทั้งสองข้างได้

สาเหตุเพราะในขั้นตอนการผลิตเส้นตัวนำสัญญาน  ต้องผ่านกรรมวิธีการรีดตัวนำให้กลายเป็นเส้นเล็ก ๆ โครงสร้างของผลึกในเนื้อตัวนำก็จะถูกยืดเปลี่ยนรูปทรงไปตามแรงดึงนั้น และทำให้เกิดทิศทางขึ้น ด้วยเหตุนี้การต่อสายไปตามทิศที่ถูกต้องกับย้อนทิศ ก็จะให้บุคลิกเสียงที่ต่างกันไป ซึ่งประเด็นนี้ผู้เขียนจะไม่ขอลงไปในรายละเอียด เพราะท่านสามารถทดลองฟังเพื่อหาข้อสรุปได้ด้วยตนเอง ดีหรือไม่ดีก็ตามแต่รสนิยมความชอบของผู้ใช้งาน แต่สาระสำคัญที่ผู้เขียนอยากจะย้ำเตือน คือ สายลำโพงทั้งสองข้าง “ต้อง” หันจากแอมป์สู่ลำโพงในทิศทางเดียวกันเป็นสำคัญ

        Kimber Kable มีตัวเลือกของหัวเชื่อมต่อสายที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายเปลือย, หัวแบบสเปรดหรือบานาน่า หรือจะอัพเกรดไปใช้หัวของ WBT ก็ย่อมได้ ส่วนสายลำโพงที่ผู้เขียนนำมาทดสอบ เป็นสายประกอบสำเร็จแบบซิงเกิ้ลไวร์ เข้าหัวบานาน่า SBAN ของ Kimber ซึ่งผลิตจากทองแดงเบอริลเลียมเคลือบผิวด้วยนิกเกิ้ล และหุ้มท่อหดมาให้เรียบร้อย ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นสายเข้าหัวสำเร็จจากโรงงานหรือไม่เพราะไม่ได้มีแพ็คเกจมาด้วย

ข้อดีของการเข้าหัวสำเร็จจากโรงงานนั้น คือเรื่องของความยาวสายที่ถูกตัดมาอย่างเหมาะสม รวมถึงเทคนิคการเข้าหัวที่ใช้ตะกั่วเชื่อมผสมเงินปริมาณสูง บัดกรีด้วยแก็สไนโตรเจนช่วยไล่อ็อกซิเจนป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นเมื่อใช้ไปนาน ๆ ทำให้ส่งผ่านสัญญาณไฟฟ้าได้ต่อเนื่องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นการซื้อสายแบ่งตัดไปเข้าหัวเองหรือให้ร้านเข้าหัวให้ ก็จะมีผลต่อคุณภาพเสียงแปรผันกันไปตามหัวปลั๊กที่ใช้และกรรมวิธีการเข้าสายของแต่ละคน (ซึ่งมีผลสำหรับสาย Kimber พอสมควร)

ความยาวสายอยู่ที่ประมาณ 2.50 เมตร ทางร้านมีการรัดท่อหดสีฟ้ามาให้เพื่อเป็นเครื่องหมายไว้ระบุทิศทางของสายทั้งสองข้าง

ผลการลองฟัง

สายลำโพง Kimber ตระกูล TC เป็นสายที่ถ่ายทอดเสียงในลักษณะเปิดโปร่งไร้การอำพราง ตลอดย่านทุ้มจรดแหลม ให้น้ำเสียงที่ขยันขันแข็ง พุ่งเปิดกังวาน เนื้อเสียงควบแน่น สะอาดเกลี้ยงเกลา และมีรายละเอียดของเสียงที่ชัดเจน เรียกว่าไม่ตกหล่นทุกรายละเอียด เกรนเสียงไม่ถึงกับเนียนละเอียดยิบแต่ก็ปราศจากความจัดจ้านหรือหยาบกระด้าง

เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นกลางอย่าง 8TC รุ่น 12TC จะให้มวลเสียงที่มีความเต็มอิ่ม มีโทนัลบาล้านซ์ที่สมดุลกว่า เวทีเสียงที่ขยายใหญ่และถ่ายทอดไดนามิกได้สมจริงมากยิ่งขึ้น ช่วงชั่วโมงแรก ๆ ของการใช้งาน น้ำเสียงจะตึงและปลายเสียงยังโฟกัสไม่เข้าที่นัก ต้องผ่านการใช้งานไปสักห้าสิบถึงร้อยชั่วโมง น้ำเสียงจึงจะคลายตัวและทอดประกายหางเสียงได้อย่างน่าฟัง

        ด้วยความที่ 12TC ให้น้ำเสียงที่มีความใส มีความตรงไปตรงมาในการนำเสนอค่อนข้างสูง ดังนั้นหากซิสเต็มที่ไหนแอมป์ยังไม่แม็ตช์กับลำโพง หรือซิสเต็มที่มีเนื้อเสียงบอบบางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สายลำโพงเส้นนี้ก็จะถ่ายทอดออกมาอย่างไม่อำพรางใด ๆ เลย ทำให้หลาย ๆ ครั้งมักจะมีคนที่หันไปหาสายลำโพงที่มีบุคลิกความประนีประนอมมากขึ้นเพื่อมาชดเชยข้อบกพร่องในซิสเต็มแทน ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะการเล่นเครื่องเสียงเป็นเรื่องของรสนิยมความชอบที่แตกต่างกันไป

แต่สำหรับท่านที่มีซิสเต็มค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว ใช้ลำโพงที่ตอบสนองไดนามิกได้กว้าง และมีแอมป์ที่ขับลำโพงได้เต็มประสิทธิภาพ สายลำโพง 12TC จะเข้าไปเสริมในด้านของโฟกัส และไดนามิกที่สดสมจริงได้อย่างวิเศษ หรือหากเป็นลำโพงวางหิ้งขนาดเล็ก ก็จะช่วยเสริมย่านทุ้มให้มีน้ำหนักทิ้งตัวได้น้ำได้เนื้อมากขึ้นในระดับหนึ่ง คล้ายกับไปเพิ่มกำลังอัดฉีดของลำโพง ให้มีพละกำลังแฝงในน้ำเสียงทุกย่านความถี่

เนื้อเสียงจะมีความอิ่มแน่น กระชับฉับไวไม่อืดอาด เหมือนเราฟังกีตาร์ที่ขึงสายตึงขึ้นเล็กน้อย ไม่ปล่อยหางเสียงให้ทอดตัวยาวเกินไปจนฟุ้ง ทำให้มีช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีที่ชัดเจน ใสสะอาด และไม่สับสนตีรวนกันเอง สามารถสกัดตัวเสียงที่กลมกลึงให้ลอยเด่นจากพื้นหลังออกมาเป็นเม็ด ๆ ได้อย่างน่าฟัง

นอกจากนี้ยังให้น้ำหนักการย้ำเน้นที่เด็ดขาดในทุกย่านความถี่ ซึ่งยากจะหาสายแบรนด์ไหนมาเลียนแบบได้ในจุดนี้ ไม่ว่าฟังดนตรีรูปแบบใดเราจะสัมผัสได้ถึงรายละเอียดหยุมหยิมแผ่วเบาต่าง ๆ ที่สอดแทรกอยู่ได้อย่างหมดจด

        ย่านแหลมให้ความสุกใส สว่าง ควบแน่นเป็นเม็ด มีความกังวานและทอดตัวไปจนสุดหางเสียง ให้ความฉับไวและความสดได้ค่อนข้างสมจริงทีเดียว ไม่มีการถนอมปลายแหลมย่านบน ๆ ให้ฟังดูนุ่มนวลเกินไปเพื่อเอาใจหู แต่เลือกที่จะเปิดเผยทุกอย่างออกมาตามศักยภาพที่แท้จริงของอุปกรณ์จะให้ได้ ในขณะเดียวกันก็รักษาสมดุลไปกับย่านเสียงกลางและทุ้มได้อย่างราบรื่น ไม่รู้สึกว่าย่านแหลมโดดเด่นออกมาเกินหน้าเกินตา

นอกจากนี้ยังถ่ายทอดบรรยากาศรายล้อมรอบตัวเสียงที่บางเบาออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน ทำให้สัมผัสกับบรรยากาศของการบันทึกเสียงได้อย่างอบอวลไม่แห้งแล้ง เสียงพวกเครื่องเคาะโลหะ เช่น ไตรแองเกิ้ล เสียงฉิ่ง ให้ความสุกใสกังวานเป็นประกาย เก็บรายละเอียดหยุมหยิมได้หมดจด

        เสียงกลางพุ่งเปิด ชัดถ้อยชัดคำ คล้ายนักร้องขยับมาข้างหน้าสักครึ่งก้าว เด็ดขาดด้วยการขึ้นรูปทรงเป็นสามมิติชัดเจนเด่นลอยขาดจากพื้นแบ็คกราวด์ฉากหลัง ใครชอบความชัดเจนของเสียงนักร้องที่ไม่ขึ้นขอบ น่าจะถูกใจได้ไม่ยาก อุดมด้วยรายละเอียดหยุมหยิมอยู่อย่างครบถ้วน ถ่ายทอดทักษะและอารมณ์การร้องออกมาได้อย่างเด็ดขาด โฟกัสชัดเจนไม่คลุมเครือ

ให้ความหวานใสของเสียงกลางได้อย่างโดดเด่น หรือเสียงเครืองเคาะอย่างเปียโนสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเสียงค้อนกระทบสายหนักเบาออกมาได้อย่างหมดจด ถ้าฟังสายเส้นนี้จนชินหูแล้ว จะรู้สึกว่าสายบางรุ่นคล้ายจะมีม่านหมอกมาปกคลุมบาง ๆ (บางคนอาจจะชอบแล้วแต่รสนิยม) ให้ความสดของเสียงกลางที่ดี มีจังหวะจะโคนที่แม่นยำ ไม่รู้สึกว่าเร่งจังหวะหรือช้าเกินจริง

ใครที่ฟังดนตรีสดที่ไม่ผ่านเครื่องขยายจะทราบดีว่า เสียงของเครื่องดนตรีหรือเสียงร้องมันไม่ได้นุ่มนวลชวนฝันมากเกินจริงอย่างที่สายบางรุ่นนำเสนอ

        ส่วนไฮไลท์ของ Kimber 12TC ที่หลายคนทราบดีอยู่แล้วก็คือย่านทุ้ม ซึ่งเป็นจุดแข็งของคิมเบอร์มาช้านานตั้งแต่รุ่นเล็กไปถึงรุ่นใหญ่ ทั้งความหนักหน่วง หนักแน่น และกระชับฉับไวมีรายละเอียด ท่านที่ลองใช้สายเส้นนี้แล้วยังมีปัญหาด้านทุ้มยานคราง หรืออื้ออึง คงต้องตัดประเด็นเรื่องสายออกแล้วพิจารณาในจุดอื่นของระบบ

ทุ้มของ 12TC นั้นแม้จะกระชับแน่นแต่หางเสียงไม่ห้วนสั้น มีหัวเสียงแรกกระทบที่มีน้ำหนักทิ้งตัวและค่อย ๆ ทอดหางเสียงแผ่เป็นระลอกจางหายไปในเวลาที่เหมาะสม และรักษาโฟกัสความชัดคมเอาไว้โดยตลอด ไม่ปล่อยหางเสียงให้พร่าเบลอหรือคลุมเครือแม้แต่น้อย เป็นเสียงทุ้มที่ใสสะอาดและมีรายละเอียดสูงทีเดียว แถมดีดเด้งตัวฟังสนุก มีชีวิตชีวา

เวลาฟังเสียงดีดสายอะคูสติกส์เบสจะขึ้นรูปเป็นตัวและรับรู้การสั่นไหวของเส้นสายที่ถูกดีดได้ดีมาก หรือเสียงหวดกลองใหญ่ก็จะให้ความฉับพลันที่สมจริง และสัมผัสมวลเสียงที่ทิ้งตัวและแผ่ขยายลงพื้นได้จนสุดหางเสียง

        ความโปร่งใสในเวทีเสียงของสาย Kimber 12TC เกิดจากการให้โฟกัสของอิมเมจตัวเสียงที่ชัดคม ไม่ปล่อยหางเสียงให้ฟุ้งกระจาย จึงเกิดเป็นช่องว่างช่องไฟระหว่างชิ้นดนตรีที่สะอาด ส่งผลให้การแยกแยะอิมเมจตัวเสียงชัดเจนไม่คลุมเครือตามไปด้วย เวทีเสียงด้านกว้างโดดเด่นมากเป็นพิเศษ แผ่ขยายเลยลำโพงออกไปได้ไกลและแสดงอาณาเขตได้ชัดเจนไม่แพ้สายลำโพงรุ่นสูง ๆ

ด้านลึกก็ให้ความชัดเจนที่ดีเช่นกันแยกแยะความลึกของเลเยอร์ชิ้นดนตรีหลาย ๆ ชิ้นออกมาได้ไม่สับสนและมีความใสในเวทีเสียงที่ดี หากอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบแม็ตชิ่งลงตัวกัน สายลำโพงเส้นนี้ก็พร้อมจะถ่ายทอดไดนามิกของเสียงที่เปิดโล่ง และปลดปล่อยอย่างเป็นอิสระ ไม่รู้สึกถึงความอั้นตื้อของเสียงในทุกระดับความดังออกมาอย่างชัดเจน

สรุป

ส่วนตัวของผู้เขียนเคยใช้สายลำโพง 8TC รุ่นเก่า (ฉนวนฟ้า-ดำ) มาก่อน หลังจากได้ทดสอบสายลำโพงรุ่นใหม่อย่าง 12TC แล้ว แม้จะเปลี่ยนสีของฉนวนเป็นขาว-ใสแล้ว บุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Kimber ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ด้วยความที่ 12TC เป็นรุ่นใหญ่กว่าก็จะให้น้ำเสียงที่มีความสมบูรณ์มากขึ้นไปอีกระดับ ทั้งเนื้อเสียงและการถ่ายทอดไดนามิก

ท่านที่ชอบความหนักแน่น ฉับไวของเสียงเบส กลางแหลมที่หวานใส น้ำเสียงที่มีชีวิตชีวา เปิดเผยตรงไปตรงมา รวมถึงมีซิสเต็มที่ค่อนข้างแม็ตชิ่งลงตัวกันดีอยู่แล้ว หรือใช้ลำโพงขนาดใหญ่ สายลำโพง Kimber 12TC ก็พร้อมจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจลำดับต้น ๆ

อุปกรณ์ร่วมทดสอบ

  • แหล่งโปรแกรม – PC เน็ตเวิร์คเพลเยอร์ + Roon, แด็ค Chord: Mojo,
  • ภาคขยายอินทิเกรทแอมป์ Bryston: B-60, เพาเวอร์แอมป์ NAD: 216THX
  • ลำโพงลำโพงวางหิ้ง Totem Signature One, KEF Q Compact
  • สายเชื่อมต่อสายดิจิทัล USB Furutech: Formula 2, สายดิจิทัลโคแอ็คเชี่ยล QED: Qunex SR75, สายสัญญาณอนาล็อก Tchernov Special XS, สายสัญญาณอนาล็อก Taralabs: TL-101, สายไฟเอซี Shunyata: Python VX, Cardas: Crosslink 1s, Kimber: Powerkord สายลำโพง Furukawa FS-2T30F, PAD: Aqueous Aureus
  • อุปกรณ์เสริมปลั๊กผนัง PS Audio: Power Port Premiere (Audiophile Grade), ปลั๊กกรองไฟ Clef: Power Bridge 8 (เปลี่ยนปลั๊กเป็น Wattgate 381), ตัวกรองไฟ X-filter, ตัวกรองน้อยส์ Audio Prism: Quite Line mkIII, ตัวกรองน้อยส์ Audio Quest: Jitter Bug, iFi Audio: iDefender 3.0, ผลึกควอตซ์ Acoustic Revive: QR-8, ตัวอุดปลั๊ก Isoclean, บานาน่าปลั๊ก Monster X-Terminator, ขาตั้งลำโพง Atacama: HMS 1, ชั้นวางเครื่องเสียง Audio Art

รายละเอียดด้านเทคนิค

Kimber 12TC

  • 24 strands of 19.5 AWG OFE (102% IACS)
  • Aggregate combination of 12, 19.5 AWG strands = 8 AWG per +/- leg
  • Teflon insulation (White/Clear)
  • Low loss fluorocarbon dielectric (FEP)
  • 24 wire counter opposed helix
  • VariStrand copper conductors
  • Nitrogen assisted hand soldered termination
  • Parallel capacitance: 494 pF / meter
  • Series inductance: 0.09 uH / meter
  • DC loop resistance: 0.005 Ohm / meter

ขอขอบคุณ บริษัท อินเวนทีฟ เอวี จำกัด โทร. 0-2238-4078-9 ที่เอื้อเฟื้อสินค้าสำหรับการทดสอบในครั้งนี้