DENON HOME SERIES ลำโพงไร้สายเพื่อการฟังสตรีมมิ่งคุณภาพ

หน้าแรกReviewDENON HOME SERIES ลำโพงไร้สายเพื่อการฟังสตรีมมิ่งคุณภาพ

DAWN NATHONG

ลำโพง Denon Home ซีรียส์ เป็นลำโพงบ้านไร้สายแบบออลอินวันที่ออกแบบเพื่อให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานรวมทั้งคุณภาพเสียงที่ไม่แพ้การฟังชุดเครื่องเสียงแบบแยกชิ้น เพราะทาง Denon เองตั้งใจจูนเสียงลำโพงซีรียส์นี้ดุจเดียวกับการจูนเครื่องเสียงไฮไฟของ Denon เองทุกประการ แต่มาในรูปแบบของความกะทัดรัดและประหยัดพื้นที่การจัดวางมากกว่า ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น

Denon Home ซีรียส์มีทั้งหมดด้วยกันสามรุ่น (มีให้เลือกสองสี ขาว-ดำ) ประกอบไปด้วย ลำโพงรุ่นเล็กสุดคือ Home 150 รุ่นกลาง Home 250 และรุ่นใหญ่สุด Home 350 โดยทั้งสามรุ่นนี้จะทำการติดตั้ง HEOS ซึ่งเป็นระบบเสียงไร้สายแบบมัลติรูมมาให้ในตัว

โดยลำโพงทั้งสามรุ่นนั้น ก็จะมีฟังก์ชั่นการทำงานหลัก ๆ เหมือนกัน แตกต่างกันไปในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อย จำนวนลำโพงและกำลังขับ ซึ่งเราสามารถสั่งงานลำโพงทั้งสามตัวนี้ได้ด้วยแอพลิเคชั่น HEOS ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากแอพสโตรทั้งระบบ iOS และ Android ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ต

รายละเอียดที่น่าสนใจ

ฟีเจอร์หลัก ๆ เลยของลำโพงทั้งสามตัวนี้คือเอาไว้เล่นเพลงแบบสตรีมมิ่ง ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Deezer, TIDAL, Tune In, Soundclound, เล่นเพลงผ่านมิวสิคเซิฟเวอร์ หรือ USB ซึ่งสามารถเล่นไฟล์ไฮเรส 24 / 192 รวมถึงรองรับการเล่นไฟล์ DSD 2.8 และ DSD 5.6 ได้ด้วย ถือว่าน่าสนใจเพราะลำโพงลักษณะนี้หลายตัวไม่สามารถสตรีมไฟล์ DSD มาเล่นโดยตรงได้เลย

สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์คเพื่อใช้งานลำโพง Denon Home ซีรียส์นั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ สองวิธีคือผ่าน Wi-Fi, หรือผ่านระบบแลน ในกรณีการเชื่อมต่อผ่านระบบแลนทำได้โดยการเชื่อมต่อสายแลยเข้าที่ช่อง Ethernet ด้านหลังรอสักครู่ตัวลำโพงจะจัดการเชื่อมต่อเข้าระบบเน็ตเวิร์คโดยอัตโนมัติ

จากนั้นเปิดแอพ HEOS เพื่อทำการตั้งค่าลำโพงต่อไป ส่วนการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi ต้องกดปุ่ม Connect ด้านหลังลำโพงก่อน และเปิดแอพ HEOS เพื่อทำการเซ็ตอัพตามขั้นตอนต่อไป (รายละเอียดดูจากในคู่มือที่แนบมา)

หรือถ้าใครไม่สะดวก เปิดแอพให้วุ่นวาย ก็ยังเชื่อมต่อได้ด้วยการกดปุ่มสัญลักษณ์บลูทูธด้านหลังเพื่อทำการ Pairing จับคู่กับมือถือเพื่อเล่นเพลงได้เลย สำหรับคนใช้ iOS ก็จะใช้ AirPlay 2 เชื่อมต่อ  หรือจะฟังเพลงผ่าน Spotify Connect ก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ลำโพง Denon Home ซีรียส์ยังสามารถใช้งานแบบมัลติรูม โดยนำลำโพงไปวางตามตำแหน่งในห้องต่าง ๆ แล้วเชื่อมต่อเข้าเน็ตเวิร์คเดียวกัน และสั่งงานผ่านแอพ HEOS ได้สุงสุดถึง 32 ตัว และจับกลุ่มลำโพงให้ทำงานพร้อมกันแบบปารตี้โหมดได้ถึง 16 ตัว

หรือถ้าใครที่อยากเพิ่มคุณภาพเสียงแบบชุดฟังเพลงสองแชนแนลแท้ ๆ  ก็สามารถนำลำโพง Denon Home ซีรียส์ สองตัวมาจับคู่ทำงานแบบสเตริโอได้อีก คือแยกการทำงานตัวนึงแชนแนลซ้าย ตัวนึงแชนแนลขวา โดยเซ็ตอัพผ่านแอพ HEOS ก็จะยิ่งได้มิติของเสียงที่กว้างมากขึ้นไปอีก

ส่วนการสั่งงานด้วยคำสั่งเสียง จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับอุปกรณ์รับคำสั่งเสียงประเภท Amazon Echo, Dot หรือใกล้เคียง มาเชื่อมต่อกับตัวลำโพง แต่หากได้รับการอัพเดตเฟิร์มแวร์ล่าสุดแล้ว จะสามารถรับคำสั่งเสียงได้โดยตรงผ่านไมโครโฟนที่ติดตั้งอยู่ในตัว

ฟีเจอร์อีกอย่างที่มีประโยชน์มากคือ Speaker Placement ที่สามารถเลือกรูปแบบการวางลำโพงได้สามรูปแบบ จากนั้นตัวลำโพงจะทำการปรับเสียงเบสให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพราะในการใช้งานจริง หลายคนวางลำโพงในพื้นที่ที่จำกัด วางติดพนังบ้าง วางเข้ามุมบ้าง ทำให้เสียงเบสอาจจะฟังดูล้นหรือโด่งจนกลบย่านความถี่อื่นมากไป ฟีเจอร์นี้ก็จะช่วยปรับระดับเสียงต่ำให้มีความสมดุลบาล้านซ์กับย่านกลางและแหลม ทำให้มีความใสและรายละเอียดที่ดีขึ้น

รายละเอียดของลำโพงแต่ละรุ่น

อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นว่าลำโพงซีรียส์ Home นั้นออกแบบอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ดีไซน์ภายนอกหุ้มผ้าตาข่ายเกือบทั้งหมดยกเว้นด้านบนที่เป็นกระจกเทมเปอร์ ชวนให้นึกถึงลำโพง HomePod ของ Apple อยู่กลาย ๆ ใช้วัสดุที่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นได้ (ไม่กันน้ำ)

มาพร้อมกับปุ่มสั่งการแบบระบบสัมผัส โดยด้านบนมีเซนเชอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว เมื่อมีการเคลื่อนไหวปุ่มควบคุมจะแสดงผลทันที ใช้ภาคขยายแบบคลาสดีแยกขับตามจำนวนลำโพง (ไม่ได้ระบุกำลังขับ) และมีชิปประมวลผล DSP ทำหน้าที่คอยปรับแต่งเสียงอย่างแม่นยำ สามารถติดตั้งได้ทั้งวางขาตั้งหรือแขวนติดผนัง

Denon Home 150 รุ่นที่เล็กสุดในซีรี่ส์มีขนาด 120*187*120 มิลลิเมตร (W*H*D) น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัม มีปุ่ม Preset ตั้งค่าส่วนตัวได้ 3 ปุ่ม และสามารถเล่นเพลง, หยุดเพลง หรือ เพิ่ม-ลด เสียงได้ ออกแบบเป็นลำโพงระบบเสียงโมโน ติดตั้งลำโพงทั้งหมด 2 ตัว เป็นทวีตเตอร์ขนาด 25 มม.หนึ่งตัวกับวูฟเฟอร์ขนาด 89 มม. อีกหนึ่งตัว มีแอมป์คลาสดีแยกขับลำโพงแต่ละตัว ราคา 9,900 บาท

Denon Home 250 ลำโพงรุ่นกลางของซีรียส์ มีขนาด  295*216*120 มิลลิเมตร (W*H*D) น้ำหนัก 3.7 กิโลกรัม มีปุ่ม Preset ตั้งค่าส่วนตัวได้ 3 ปุ่ม และสามารถเล่นเพลง, หยุดเพลง หรือ เพิ่ม-ลด เสียงได้ นี้ที่ด้านหลังจะทำเป็นร่องที่ใช้มือหิ้วได้สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายมากขึ้น

เป็นลำโพงระบบเสียงสเตอริโอ ติดตั้งลำโพงทั้งหมด 4 ตัวบวกพาสซีพเรดิเอเตอร์หนึ่งตัว เป็นทวีตเตอร์ 19 มม.สองตัว กับวูฟเฟอร์ 100 มม. สองตัวและพาสซีฟเรดิเอเตอร์ขนาด 133 มม. มีแอมป์คลาสดีแยกขับลำโพงสี่ตัว ราคา 15,900 บาท

Denon Home 350 ลำโพงใหญ่สุดของซีรียส์ ขนาด 380*225*180 มิลลิเมตร (W*H*D) ซึ่งพอมาเป็นรุ่นนี้จะไม่ค่อยเหมาะกับการยกไปไหนมาไหนแล้ว เนื่องจากมีน้ำหนักตัวร่วม 6.3 กิโลกรัม มีปุ่ม Preset ตั้งค่าส่วนตัวได้ 6 ปุ่ม และสามารถเล่นเพลง, หยุดเพลง หรือ เพิ่ม-ลด เสียงได้

ส่วนคุณภาพพอเป็นรุ่นใหญ่สุด คุณภาพเสียงก็จัดเต็มเลยทีเดียว เพราะเป็นลำโพงระบบ 3 ทางแท้ ๆ แบบสเตอริโอ ติดตั้งลำโพงทั้งหมด 6 ตัว เป็นทวีตเตอร์ 19 มม.สองตัว, มิดเรนจ์ 50 มม. สองตัว, กับวูฟเฟอร์ 165 มม. สองตัว (หน้า-หลัง) มีแอมป์คลาสดีแยกขับลำโพงทั้งหกตัว ราคา 19,900 บาท

เสียง

ผู้เขียนทดสอบด้วยการฟังสตรีมมิ่งจาก TIDAL และเล่นไฟล์เพลงจาก NAS เป็นหลัก เพื่อให้รู้ประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Denon Home ซีรียส์ หลังจากได้ลองฟังเสียงแล้วต้องบอกว่าค่อนข้างเกินคาดทีเดียว ทาง Denon จูนเสียงลำโพงรุ่นนี้มาได้น่าสนใจทั้งในแง่น้ำเสียงและรายละเอียด

เมื่อปรับแต่งฟังก์ชั่น Speaker Placement ให้สอดคล้องกับตำแหน่งการวางจริงในห้องแล้ว โทนเสียงทั้งสามย่านมีความกลมกลืนก็ดีทีเดียว ย่านเสียงทุ้มมีพลังดีดตัวดีมาก ชัดเจนไม่พร่าเบลอ แยกแยะโน้ตเบสต่ำ ๆ ออกมาได้ดีเกินราคา  โดยที่ย่านกลางแหลมยังคงความใสและรายละเอียดให้ได้ยินอย่างชัดเจน ไม่รู้สึกว่าหนักแต่เสียงย่านทุ้มเพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นไปได้ลองจัดว่างลำโพง Denon Home บนชั้นวางเครื่องเสียงที่มีความแข็งแรงมั่นคงดู คุณจะแปลกใจกับคุณภาพเสียงที่ใกล้เคียงการฟังจากลำโพงแยกชิ้นดี ๆ สักคู่

ลำโพง Denon Home 150 รุ่นเล็กสุดแม้ว่าจะเป็นลำโพงระบบโมโน แต่ให้มุมกระจายเสียงที่กว้างขวางทำให้การรับฟังไม่รู้สึกอึดอัด เมื่อเทียบกับลำโพงบ้านในขนาดไกล้เคียงกันถือว่าเล่นได้ดังเกินตัวโดยที่เสียงไม่มีความพร่าเบลอ น่าจะเป็นเพราะมีวงจร DSP ที่คอยปรับแต่งเสียงให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

หากนำ Denon Home 150 อีกตัวมาจับคู่เลยในระบบสเตอริโอชุดนี้ถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะราคารวมกันไม่เกินสองหมื่น แต่ได้ชุดลำโพงสเตอริโอไร้สายที่เล่นสตรีมมิ่งได้เหมือนกับพวก KEF LS50 Wireless ในราคาต่ำกว่าราวสามเท่า

ขยับมาที่รุ่นกลางอย่าง Denon Home 250 พอเปลี่ยนมาเป็นรุ่นนี้ถือว่าคุณภาพขยับขึ้นมาต่างกันมากพอควร เพราะทำงานในระบบสเตอริโอแล้วแถมยังมีจำนวนลำโพงเพิ่มขึ้น พร้อมพาสซีฟเรดิเอเตอร์อีกตัวอยู่ด้านหลังช่วยเสริมพลังย่านทุ้มเข้าไปอีก สเกลเสียงเหมือนขยับจากลำโพงวางหิ้งวูฟเฟอร์ 5 นิ้ว มาเป็นลำโพงตั้งพื้นขนาดกลาง ๆ

ให้เวทีเสียงที่แผ่กว้างออกไป หากประเมินด้วยความรู้สึกจะเหมือนการฟังลำโพงสองตัวที่วางห่างจากกันสัก 140-150 เซนติเมตร แต่ออกมาจากลำโพงแค่ตัวเดียว เนื้อเสียงจะมีความอิ่ม ย่านเสียงกลางและทุ้มมีเนื้อเสียงที่เข้มข้นขึ้นกว่ารุ่น Home 150 ในขณะที่ได้ยินรายละเอียดกรุ๊งกริ๊งของย่านปลายแหลมที่ดีขึ้นด้วย ถือว่าถ้าใครไม่ได้กะว่าจะเล่น Denon Home 150 สองตัว ขยับมาเล่นรุ่นนี้ตัวเดียวเลยก็น่าสนใจ

สุดท้ายคือรุ่นท็อปอย่าง Denon Home 350 เหมือนเอาลำโพงสามทางแท้ ๆ สองตัวมารวมอยู่ในตู้เดียวกัน ให้เสียงที่กว้างเหมือนมีลำโพงแยกชิ้นสองตัววางห่างจากกันสัก 160-170 เซนติเมตร ที่เหนือกว่ารุ่น Home 250 คือมีไดร์เวอร์ที่แยกกันรับผิดชอบทำงานทั้งย่านความถี่สูง-กลาง-ต่ำ ทำให้น้ำเสียงนั้นนอกจากจะทรงพลังแล้ว ยังสะอาดสะอ้าน มีรายละเอียดระยิบระยับเหมือนฟังลำโพงบ้านดี ๆ ตัวมิดเรนจ์ขนาดเล็ก 2 นิ้ว ขยับตัวได้อย่างฉับไว และไม่ต้องรับภาระด้านความถี่ต่ำ ทำให้เสียงกลางมีความใส และโดดเด่น ลอยเป็นสามมิติ สอดรับกับย่านเสียงต่ำอย่างกลมกลืน

เสียงเบสนอกจากสะอาดและยังหนักแน่นลงได้ลึกเหมือนติดซับวูฟเฟอร์สัก 8 นิ้วเข้าไป ลองฟังเพลง Hotel california ดูเสียงกีตาร์ เสียงเบส เสียงกลอง เสียงร้องนี่ ชัดใส มีพลัง มีรายละเอียด เบสกระหึ่มทิ้งตัวลงพื้นเป็นลูก ๆ เรียกว่า สำหรับใครที่อยากมองหาลำโพงที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์ แต่ต้องการฟังเพลงที่เน้นความเป็นออดิโอไฟล์ได้ด้วย รุ่น Home 350 นี้ตอบโจทย์ได้ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว

สรุป

เสียงจากHome ซีรียส์นั้นโดดเด่นในเรื่องของพลังเสียงที่เกินตัว รวมถึงสนามเสียงที่กว้างมาก ๆ ให้รายละเอียดของเสียงได้ใกล้เคียงกับการฟังชุดเครื่องเสียงแบบแยกชิ้น ที่สำคัญคือไม่มีอาการเสียงก้องอู้จากตู้เหมือนพวกลำโพงบลูทูธราคาถูก ความแตกต่างระหว่างรุ่นเล็กสุดไปยังรุ่นใหญ่ก็คือความสามารถในการถ่ายทอดพลังเสียงได้ครอบลุมพื้นที่มากขึ้น รวมถึงเล่นได้ดังมากขึ้น มีรายละเอียดของเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นไปตามลำดับ ตัวแอพ HEOS นั้นใช้งานง่ายและสะดวกดีทีเดียว แนะนำให้รีบไปลองฟังก่อน ที่คุณจะตัดสินใจซื้อลำโพงไร้สายเพื่อมาขับกล่อมเสียงดนตรีในบ้านครับ

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทมหาจักร ดีเวลอปเมนท์ โทร. 02 256 0020


spot_img

Latest articles

spot_img