Western Electric > Bell Telephone Company > Altec > JBL กับความเชื่อมโยงถึงกัน มิใช่ตัวใครตัวมันในการพัฒนา (1)

0

Mongkol Oumroengsri

…ตามบันทึกประวัติศาสตร์ Western Union (1851); Western Electric (1869) และ Bell Telephone Company (1877) รวมถึง GE (1892) น่าจะเป็นบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และมีความเกี่ยวพัน-โยงใยกับทั้ง Altec และ JBL ในด้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบเสียงทางฟากฝั่งอเมริกา  โดยมี Vitavox (1931), Tannoy (ที่แม้จะเริ่มต้นบริษัทในปี 1926 แต่การเข้ามาสู่แวดวงลำโพงนั้น เป็นในช่วงปี1932) และ Voigt-Lowther (1934) เป็นบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทางด้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเสียงทางฟากฝั่งอังกฤษ… ซึ่งจากนี้ไป บทความนี้จะเรียงร้อยความโยงใยถึงกันทางฟากฝั่งอเมริกานั้นมานำเสนอครับ

[1]

Western Union

หน้าร้าน Western Union Telegraph ที่เห็นในอาคารหอการค้าในเมือง Toledo รัฐโอไฮโอ ค.ศ. 1895

ในปี1851, New York and Mississippi Valley Printing Telegraph Company ได้รับการจัดตั้งขึ้นใน Rochester, New York นำโดย Samuel L. Selden, Hiram Sibley และอีกหลายคน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบโทรเลขที่ยอดเยี่ยมด้วยการดำเนินงานที่เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน บริษัท Erie and Michigan Telegraph Company ซึ่งเป็นคู่แข่งของ New York and Mississippi Valley Printing Telegraph Company ที่บริหารงานโดย John James Speed, Francis Ormand Jonathan Smith and Ezra Cornell  ได้ล้มละลายลง แต่ต่อมา Ezra Cornell  ก็ได้ซื้อกลับคืนมา และเปลี่ยนชื่อเป็น New York & Western Union Telegraph Company

ซึ่งด้วยการแข่งขันที่รุนแรงอย่างมาก, ในปี1856 ทั้งสองกลุ่มต่างก็เชื่อมั่นว่าการควบรวมกิจการเป็นทางเลือกเดียวสำหรับความคืบหน้า จากนั้น New York & Western Union Telegraph Company ได้ควบรวมกับ New York and Mississippi Valley Printing Telegraph Company และได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า Western Union Telegraph Company ภายใต้การยืนยันของ Cornell และแล้ว “Western Union” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

ในปี 1857, Western Union ได้เข้าร่วมใน ‘Treaty of Six Nations’ ซึ่งเป็นความพยายามของบริษัทโทรเลขที่ใหญ่ที่สุด 6 แห่ง เพื่อสร้างระบบการผูกขาดโทรเลขในระดับภูมิภาคโดยใช้เครือข่ายสายหลักร่วมกัน หลังจากการสร้างระบบ ‘Six Nations’ ร่วมกันแล้ว Western Union ยังคงทุ่มซื้อบริษัทโทรเลขทั้งขนาดใหญ่และเล็ก กระทั่งในปี 1864 ได้เปลี่ยนจากการผูกขาดระดับภูมิภาคให้กลายเป็นผู้ผูกขาดระดับประเทศ โดยมีคู่แข่งสำคัญเพียงแค่ American Telegraph Company กับ United States Telegraph Company เท่านั้น

โทรเลขของเวสเทิร์น ยูเนี่ยน เพื่อรายงานตำแหน่งของดาวหางสองดวงเมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 1896

Western Union ดำเนินการโทรเลขข้ามทวีปครั้งแรกเป็นผลสำเร็จในปี 1861 และได้ก่อตั้งบริษัทโทรเลขรัสเซีย-อเมริกัน เพื่อพยายามเชื่อมโยงอเมริกากับยุโรป ผ่านแอแลสกาสู่ไซบีเรียไปยังมอสโก – ซึ่งต่อมากลายเป็นโครงการที่ถูกละทิ้งไปในอีก 1 ปีถัดมา หลังจากการวางสายเคเบิลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกประสบความสำเร็จในปี 1866

ในปี 1866, Western Union ได้เข้าซื้อกิจการ American Telegraph Company และ United States Telegraph Company ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญสองรายของบริษัท ทำให้ในช่วงเวลานั้น  Western Union ก็ได้เสมือนผูกขาดในอุตสาหกรรมโทรเลขของอเมริกา ทางบริษัทยังได้เริ่มพัฒนาบริการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโทรเลข ผ่านทางการสื่อสารและการนำส่งเทเลแกรม (telegram) รวมถึงการเปิดตัว stock ticker ตัวแรกในปี 1866 และ standardized time service ในปี 1870 และการโอนเงินผ่านทางสายในปี 1871

ในยุค 1870, Western Union ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มบริษัทโทรเลขที่เป็นคู่แข่งกัน ซึ่งเพิ่งก่อตั้งใหม่อย่าง Atlantic and Pacific Telegraph Company รวมทั้งจากอุตสาหกรรมโทรศัพท์ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งก็คือ Bell Telephone Company ทว่าเดิมทีนั้น Western Union ได้รับการเสนอสิทธิบัตรสำหรับโทรศัพท์ ซึ่งถูกเรียกว่า ‘talking telegraph’ ในตอนนั้น จาก Alexander Graham Bell โดยตรงในราคา $100,000 แต่ Western Union ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้น Western Union พยายามที่จะเปิดตัวระบบโทรศัพท์คู่แข่ง ก่อนจะฟ้องร้องคดีสิทธิบัตรกับ Bell Telephone Company และได้เลิกกิจการโทรศัพท์อย่างสิ้นเชิงไปในปี 1879

ต่อมาในปี 1881 นักการเงิน Jay Gould ได้เตรียมการควบรวมกิจการของบริษัท Atlantic Telegraph Company กับ Western Union ทำให้เขามีส่วนแบ่งในการควบคุม 2 บริษัทที่ควบรวมกิจการกัน กระทั่งเมื่อดัชนีตลาดหุ้น Dow Jones Railroad Average สำหรับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ถูกสร้างขึ้นในปี 1884, Western Union นับเป็นหนึ่งในบริษัทดั้งเดิม 11 แห่งที่ถูกนำมารวมไว้ …นับถึงปี 1900, Western Union ดำเนินการสายโทรเลขหลายล้านไมล์ และสายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศอีก 2 สาย

เด็กชายผู้ส่งสาร Western Union อายุ 12 ปี ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ปี 1911

ต่อมาในปี 1909, AT&T ได้เข้าควบคุม Western Union โดยเข้าถือหุ้น 30% ในบริษัท อย่างไรก็ตามในปี 1913  AT&T ได้ถูกฟ้องในข้อหาละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของ Sherman Antitrust Act of 1890 กระทั่งถูกบังคับให้ขายหุ้นของบริษัท ซึ่งทำให้ Western Union กลายเป็นอิสระอีกครั้ง

Western Union ได้เข้าซื้อกิจการคู่แข่งรายใหญ่เพียงรายเดียวในภาคโทรเลขของอเมริกา นั่นคือ Postal Telegraph, Inc. ในปี 1945 ทำให้บริษัทมีอำนาจผูกขาดในอุตสาหกรรมนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าหลังปี 1945 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมโทรเลขเริ่มเสื่อมความนิยม โดยมีข้อความโทรเลขทั้งหมดลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากปี 1945 ถึง 1960

ในปี 1963, Western Union ได้จัดระเบียบคุณสมบัติของระบบเคเบิลระหว่างประเทศ และสิทธิในการเชื่อมต่อสายโทรเลขระหว่างประเทศเข้ากับบริษัทที่แยกจากกันในชื่อ Western Union International (WUI) ซึ่งถูกขายให้กับ American Securities ในปีเดียวกัน ต่อมาในปี 1967 American Securities ได้จดทะเบียน WUI เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก “WUI” ถูกซื้อกิจการโดย Xerox ในตลาดหุ้น ด้วยราคา 207 ล้านดอลลาร์ในปี 1979 และต่อมาได้ขายเป็นเงินสดจำนวน 185 ล้านดอลลาร์ให้กับ MCI Communications ในปี 1981 ซึ่งทาง MCI ได้เปลี่ยนชื่อ WUI ไปเป็น MCI International โดยยุติการใช้แบรนด์ Western Union

Western Union Company ถือเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการเงินและการสื่อสารทั่วโลกของสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน Denver, Colorado, Western Union เป็นบริษัทอเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลกในธุรกิจการแลกเปลี่ยนเทเลแกรม (telegrams) จนกระทั่งมีการหยุดให้บริการลงในปี 2006

สำนักงานใหญ่ของ WU ในช่วงต้นและกลางศตวรรษที่ 20 ที่ 60 Hudson Street, Manhattan

To be continued