Test Report: OCTAVE HP 300 MK 2

0

Test Report: OCTAVE HP 300 MK 2

หัสคุณ

 Q6IZTEGEYZ1U48DW32RE

            OCTAVE AUDIO เป็นอีกนหนึ่งแบรนด์เครื่องเสียงน้องใหม่ที่วางตัวอยู่ในระดับไฮ-เอ็นด์ และเริ่มเป็นที่รู้จักของนักเล่นในบ้านเรามากขึ้นเป็นลำดับ ถึงแม้ว่าชื่อของ OCTAVE AUDIO จะใหม่แต่สำหรับประวัติและความเป็นมาแล้วต้องเรียนว่า OCTAVE AUDIO ถือเป็นมือเก่าในวงการเครื่องเสียงของประเทศเยอรมันเลยก็ว่าได้ ก่อนจะมาเป็น OCTAVE AUDIO นั้น ต้องย้อนหลังกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1968 เมื่อ MR.KARL-HEINZ HOFMANN บิดาของ ANDREAS HOFMANN ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตหม้อแปลงขึ้น MR. KARL-HEINZ HOFMANN นั้นมีความเชี่ยวชาญในการพันหม้อแปลงแกน EI ที่มีคุณภาพสูง ในยุคนั้นต้องถือว่ามีฝีมือที่ดีเยี่ยมให้คุณภาพเสียงในระดับ ULTRASOUND เลยทีเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่ในขณะนั้นกลับไม่ใช่บริษัทผู้ผลิตเครื่องเสียงบ้านแต่อย่างใด แต่เป็นบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในวงการรถยนต์เป็นหลัก ANDREAS HOFMANN ก็เติบโตขึ้นท่ามกลางการผลิตหม้อแปลงเหล่านั้น อาจจะเป็นเพราะโชคชะตา, ความบังเอิญ หรือความโชคดี ที่ ANDREAS HOFMANN ตัวน้อย ได้ซึมซับ, เรียนรู้พร้อมกับสั่งสมประสบการณ์เหมือนกับเป็นการปูทางเพื่อการเป็นนักออกแบบแอมป์หลอดในอนาคต

หลังจากที่ ANDREAS HOFMANN ได้จบการศึกษาด้านอิเล็กทรอนิกส์กับทาง HARMAN KARDON ในช่วงปี ค.ศ. 1970 เขาก็ได้เข้าทำงานกับบริษัทหลายแห่ง แต่ดูเหมือนว่างานเหล่านั้นไม่สามารถที่จะเติมเต็มให้กับความต้อการลึกๆ ที่เก็บซ่อนอยู่ภายในของ ANDREAS ได้ ในที่สุด ANDREAS ก็ได้หันกลับเข้ามาทำธุรกิจของที่บ้าน ที่ MR. KARL-HEINZ HOFMANN บิดาของเขาได้ปูทางเอาไว้ให้ และที่นี่เองที่ทำให้ ANDREAS มีความกระตือรือร้น และมีความเป็นอิสระที่จะก้าวไปตามทางที่เขาไว้วาดฝันเอาไว้ ซึ่งก็คือการพัฒนาเครื่องเสียงแบบไฮไฟ นั่นเอง ในช่วงปี ค.ศ. 1975 ANDREAS HOFMANN ก็ได้เริ่มลงมือพัฒนาแอมปลิไฟเออร์เป็นเครื่องแรก เขาได้ลองสร้างแอมป์ทั้งในแบบทรานซิสเตอร์ที่กำลังมาแรงในขณะนั้น และหลอดที่ถือเป็นปฐมบทของวงการเครื่องเสียง ANDREAS ใช้เวลาประมาณ 2 ปี เพื่อศึกษาถึงข้อดี และข้อด้อย จนในปี ค.ศ. 1977 ANDREAS HOFMANN ก็ได้มองเห็นว่าหลอดนั้นเป็นอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีได้ดีกว่า จากนั้น ANDREAS ก็ได้หันหลังให้กับแอมป์แบบทรานซิสเตอร์ เขาได้ตัดสินใจ และมุ่งมั่น ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีของแอมป์หลอดให้ก้าวไปข้างหน้าโดยยึดถือเอาสูตรที่ถือเป็นตำรับเฉพาะที่เขาคิดค้นขึ้น ซึ่งก็คือการเลือกใช้หลอดในส่วนที่เกี่ยวกับวงจรของเสียง สำหรับอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่นั้น ก็จะถูกนำมาใช้ในวงจรเพื่อส่งเสริมให้หลอดนั้นทำงานได้อย่างมั่นคง ทนทาน และเที่ยงตรงยิ่งขึ้น

และแล้วในปี ค.ศ 1986 ANDREAS ก็นำเสนอปรีแอมป์ตัวแรกคือรุ่น HP 500 ออกสู่ตลาด หลังจากนี้มีการทดสอบโดยนิตยสาร AUDIO ของเยอรมัน ปรีแอมป์ OCTAVE HP 500 ก็กลายเป็นปรีแอมป์ที่ประสบความสำเร็จ และสร้างชื่อให้กับ OCTAVE จนเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นอีก 4 ปี ADREAS ก็นำเสนอเพาเวอร์แอมป์รุ่น RE 280 เพื่อมาจับคู่กับ HP 500 ให้กลายเป็นชุดแอมป์ในฝัน ผลงานที่ถือว่าเป็นงานที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่งสำหรับ OCTAVE ก็คือปรีแอมป์รุ่นเล็ก HP 200 ที่ผลิตออกมาในปี ค.ศ. 1990 หลังจากที่ได้รับการทดสอบโดย นิตยสาร AUDIO ในเยอรมัน HP 200 ก็ได้รับการยอมรับ และกลายมาเป็นปรีแอมป์ชั้นเยี่ยมที่มีศักยภาพเหนือชั้นกว่าปรีแอมป์ตัวอื่นๆ แน่นอน HP 200 สามารถคว้ารางวัลต่างๆ มาครอบครอง พร้อมกับได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นปรีแอมป์หลอดที่มีเทคโนโลยีที่มีลักษณะเฉพาะอัน โดดเด่นในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ (AFFORDABLE)

ในปี ค.ศ.1997 OCTAVE ก็ได้ออกอินทีเกรทแอมป์หลอดตัวแรก คือรุ่น V 50 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นแอมป์ลูกเป็ดขี้เหร่ที่หน้าตาไม่สวยแต่เสียงดี ถึงแม้จะทำให้นักเล่นรู้สึกลังเลในการตัดสินใจระหว่างรูปลักษณ์กับคุณภาพเสียงก็ตาม แต่ V 50 จาก OCTAVE ก็ได้สร้างตำนานที่น่าจดจำอีกบทหนึ่งให้กับ OCTAVE

OCTAVE ดูจะค่อยๆ เก็บเกี่ยวกับความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการผลิตหม้อแปลงกลายมาเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงในระดับไฮเอ็นด์อย่างจริงจัง หลังจากนั้นทาง OCTAVE ก็ได้ปรับปรุง ปรีแอมป์รุ่น HP 500 โดยพัฒนาขึ้นมาเป็นรุ่น MK2 พร้อมกับออกเพาเวอร์แอมป์รุ่น MRE 120 ซึ่งทั้งคู่ก็ได้สร้างความสำเร็จรวมทั้งรางวัล จากนิตยสาร STEREOPLAY จนกระทั้งในปี ค.ศ. 1998 ANDERAS HOFMANN ก็เติมเต็มความฝันของเขา ด้วยการนำเสนอปรีแอมป์ระดับ TOP-OF-THE-LINE ซึ่งก็คือรุ่น JUBILEE PREAMP ปรีแอมป์ที่ผสมผสานศาสตร์ระหว่างอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแม็คคานิกส์อย่างลงตัว จนได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์ว่าเป็นปรีแอมป์ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดของโลก (WORLD’S BEST SOUNDING PREAMP)

ในปี ค.ศ. 2000 ANDREAS HOFMANN ก็เข้ารับช่วงต่อบริษัท HOFMANN COMPANY ภายใต้ชื่อของ OCTAVE AUDIO พร้อมกับย้ายโรงงานเข้าไปอยู่ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมใน BADEN VILLAGE KARLSBAD ประมาณหนึ่งปี หลังจากนั้น OCTAVE ก็นำเสนอปรีแอมป์รุ่นใหม่คือ HP300 เพื่อสืบสานตำนานของปรีแอมป์รุ่น HP 200 ในอดีต จากนั้นทาง OCTAVE ก็ยังได้นำเสนอผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นอินทีเกรทแอมป์รุ่น V40 ซึ่งออกมาแทนที่ V50 ในอดีต ตามมาด้วยเพาเวอร์แอมป์โมโนบล็อกรุ่น JUBILEE MONO OUTPUT STAGE เพื่อจับคู่กับปรีแอมป์รุ่น JUBILEE ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ในปี ค.ศ. 2003 OCTAVE ก็นำเสนออินทีเกรทแอมป์รุ่น V70 เพื่อเติมช่องว่างระหว่าง V40 กับปรี-เพาเวอร์แอมป์แบบแยกชิ้นของ OCTAVE เอง ในปีเดียวกันทาง OCTAVE ก็ได้ปรับปรุงปรีแอมป์ รุ่น HP-500 MK2 มาเป็นรุ่น HP 500 SE ซึ่งถูกผลิตขึ้นอย่างจำกัดจำนวนแบบ LIMITED EDITION ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 ทาง OCTAVE ก็ทำการปรับปรุง และพัฒนาเพาเวอร์แอมป์รุ่น MRE120 ขึ้นมาเป็นรุ่น MRE 130 เพื่อเข้าคู่กับปรีแอมป์ HP 500SE ในปี ค.ศ. 2007 OCTAVE ได้ต่อยอด อินทีเกรทแอมป์อีกครั้ง ด้วยการนำเสนอรุ่น V80 ที่ได้รับการเพิ่มเติมฟังค์ชั่นใหม่ๆ พร้อมกับเพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง และในปี ค.ศ. 2009 OCTAVE ก็พัฒนาอินทีเกรทแอมป์ V40 SE เพื่อทดแทนอินทีเกรทแอมป์ V40 ในอดีตพร้อมกับการปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็น ‘มาตรฐาน’ หรือ ‘BENCHMARK’ ของแอมป์ชั้นเยี่ยมในระดับชั้นของตนเอง

OCTAVE AUDIO ยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ณ วันนี้ OCTAVE AUDIO ได้วางรากฐานที่มั่นคง และเป็นที่รู้จักในวงการเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ในแง่ของคุณภาพเสียงเป็นหลัก นักเล่นหลายคนคงจะคิดว่า OCTAVE ต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีทีมงานมากมาย จึงสามารถพัฒนาผลงานออกมาได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ลดละ แต่จริงๆ แล้ว OCTAVE AUDIO นั้นมีผู้ร่วมมือที่ช่วยเหลือกันอยู่เพียง 9 คนเท่านั้น (ปัจจุบันได้เพิ่มเป็น 11 คน) ดังนั้นงานของ OCTAVE จึงเป็นการผลิตด้วยมือแบบ HAND MADE ผลงานส่วนใหญ่ก็มาจากมันสมองของ ANDREAS HOFMANN เป็นหลัก ปัจจุบัน OCTAVE มีผลิตภัณฑ์หลักที่ประกอบด้วยปรีแอมป์ 3 รุ่นคือ HP 300, HP 500 SE และ JUBILEE เพาเวอร์แอมป์ 3 รุ่น ด้วยกันคือ RE 280 STEREO, MRE 130 MONOS และ JUBILEE MONOS และอินทีเกรทแอมป์อีก 3 รุ่นคือ V40SE, V70 และ V80

ถ้าจะถามว่า แล้ว OCTAVE AUDIO เป็นที่นิยมในประเทศไหน คำตอบที่ได้อาจจะทำให้นักเล่นหลายๆ ท่านแปลกใจ เพราะอันดับต้นๆ กลับไม่ใช่ประเทศในยุโรป แต่กลับเป็นประเทศในแถบเอเชียใกล้ๆ กับบ้านเรานี่เอง OCTAVE ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งฮ่องกง ตามมาด้วยประเทศจีน ส่วนอันดับที่ 3 เป็นประเทศรัสเซีย

 

P1080285

 

HP 300 MK2

หลังจากที่ OCTAVE นำเสนอปรีแอมป์ HP 300 ออกมาทดแทนปรีแอมป์รุ่น HP 200 ในช่วงปี ค.ศ. 2001 แล้วจากนั้นอีก 2 ปี ANDREAS HOFMANN ก็ได้ปรับปรุง และพัฒนาปรีแอมป์รุ่นพี่อย่าง HP 500 MK 2 มาเป็นเวอร์ชั่นพิเศษคือรุ่น HP 500SE เพื่อเป็นการกระชับพื้นที่รวมทั้งรักษาระยะห่างที่เหมาะสมกับปรีแอมป์รุ่นท็อปอย่างรุ่น JUBILEE ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 2007 ก็ถึงคราวที่จะต้องปรับปรุงปรีแอมป์รุ่นเล็กสุดอย่าง HP 300 ANDREAS HOFMANN จึงได้นำเอาเทคโนโลยีที่ได้จากปรีแอมป์รุ่น JUBILEER รวมทั้ง HP-500 SE นำมาประยุกต์ไว้ใน HP 300 ใหม่ ซึ่งก็คือรุ่น HP 300 MK2 ปรีแอมป์ HP 300 MK2 จึงถือได้ว่าเป็นสมาชิกใหม่ในปรีแอมป์ยุคใหม่ (NEW GENERATION) ของ OCTAVE AUDIO นั่นเอง

ถ้าจะมองจากรูปร่างภายนอกแล้ว HP 300 MK2 นั้นแถบไม่ต่างไปจาก HP 300 ในอดีตเลย นอกจากตัวอักษรที่ระบุไว้บนแผงหน้า ตรงมุมซ้ายด้านล่างเป็น HP 300 MK2 ขนาด และสัดส่วนยังคงเป็นขนาด 435 x 65x 390 มม. (กxสxล) มีน้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 9 กก. แผงหน้าขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมขัดเสี้ยนแบบหยาบที่มีความหนาประมาณ 9 มม. เริ่มจากทางด้านซ้ายจะเป็นปุ่มกดสวิตช์เปิด/ปิด (MAIN POWER) จากนั้นจึงเป็นปุ่มบิดเพื่อใช้เลือกการใช้ได้ทั้งหมด 3 โหมด โหมดแรกคือ โหมด STANDBY ซึ่งในโหมดนี้จะสั่งงานให้ภาคเอาท์พุทอยู่ในโหมด MUTING หรือหยุดทำงานโดยในภาคเซมิคอนดักเตอร์ยังคงทำงานเป็นปกติ สำหรับตัวหลอดนั้นจะยังคงทำงานโดยลดปริมาณของกระแสรวมทั้งความร้อนลง OCTAVE แนะนำให้ใช้โหมดนี้ เมื่อต้องหยุดการใช้งานถึง 10 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องการจะปิดเครื่องหรือเพื่อใช้ในการเบิร์นอินหลอดใหม่ ไฟ LED สีฟ้าที่ตำแหน่ง STANDBY จะสว่างขึ้น

สำหรับโหมดที่ 2 ก็คือการปรับเกนภาคขยายไว้ที่ GAIN NORMAL (ตำแหน่งกึ่งกลาง) ซึ่งจะเซ็ตค่า AIN FACTOR ของไลน์สเตจไว้ที่ +7 ทาง OCTAVE แนะนำให้เซ็ตค่านี้เมื่อแอมปลิไฟเออร์ และลำโพงที่ใช้ร่วมกันมีประสิทธิภาพ (EFFICIENCY) ต่ำ

อันดับต่อมาเป็นโหมดที่ 3 ก็คือการปรับเกนภาคขยายไว้ที่ -6 dB ตำแหน่งนี้จะเซ็ตค่า AIN FACTOR ของไลน์สเตจไว้ที่ +3 OCTAVE แนะนำค่านี้เมื่อใช้งานร่วมกับแอมปลิไฟเออร์ และลำโพงที่ใช้ร่วมกันมีประสิทธิภาพปกติ (NORMAL)

ถัดมาเป็นสวิตช์แบบคันโยก เพื่อเลือกระหว่างแหล่งโปรแกรมกับเทป (TAPE-MONITOR SWITCH) จากนั้นตรงกึ่งกลางจึงเป็นโวลลุ่มสำหรับทางด้านขวามือจะเป็นสวิตซ์แบบคันโยก ซึ่งมีทั้งหมด 3 โหมดให้เลือกด้วยกัน อันดับแรกในตำแหน่ง TOP POSITION จะเป็นตำแหน่งปฏิบัติงานหรือ OPERATE ที่ตำแหน่งนี้ HP-300 MK2 จะทำงานตามปกติในโหมด 2 แชนแนลสเตอริโอ โดย LED สีฟ้าที่ INPUT SELECTOR จะสว่างเพื่อแสดงให้เห็นถึงแหล่งโปรแกรมที่เลือกใช้งาน ถัดมาเป็นตำแหน่งตรงกลาง จะเป็นโหมด MUTE ที่ตำแหน่งนี้จะตัดสัญญาณในภาคเอาท์พุทของปรีแอมป์ออกเพื่ออำนวยความสะดวกในการถอด-เปลี่ยนสายนำสัญญาณหรือแหล่งโปรแกรมในภาคอินพุทของ HP 300 MK2 โดยไม่ต้องปิดเครื่องหรือเซ็ตเครื่องไปที่โหมด STANDBY แบบเครื่องทั่วๆ ไป ซึ่งนับว่าช่วยอำนวยความสะดวกได้ดีขึ้น เมื่อทำการเชื่อมต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ปรับไปที่โหมด OPERATE ปรีแอมป์ HP 300 MK2 ก็พร้อมที่จะทำงานได้ในทันทีแต่ถ้าผู้ใช้งานเลือกที่จะใช้โหมด STANDBY แทนแล้วละก็ HP 300 MK2 จะต้องใช้เวลา 3 นาทีจึงจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ

สำหรับตำแหน่งโหมด BYPASS/ AUX นั้น เมื่อเลือกใช้งานตำแหน่งนี้ สัญญาณจะถูกส่งผ่านจากช่องอินพุท AUX แบบ BYPASS โดยไม่ผ่านวงจร LINE AMP รวมทั้งปุ่มปรับระดับความดังหรือโวลลุ่ม ออกตรงไปยังช่องเอาท์พุท 2 (OUTPUT 2) ทั้งในแบบ RCA และ BALANCED XLR กล่าวคือคุณจะไม่สามารถใช้โวลลุ่มของ HP 300 MK2 ในการปรับระดับความดังของแหล่งโปรแกรมที่ต่อในช่อง AUX ได้เลย ระดับสัญญาณของแหล่งโปรแกรมที่ต่ออยู่และเลือกใช้นั้นก็จะถูกส่งออกไปแบบเต็มๆ ตามค่าเอาท์พุทของแหล่งโปรแกรมนั้นๆ ดังนั้นจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าพลาดพลั้งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับลำโพงหรือเพาเวอร์แอมป์ได้ จะว่าไปแล้วทาง OCTAVE คงเล็งเห็นว่าฟังก์ชั่นโหมด BYPASS/AUX นี้จะมีประโยชน์สำหรับนักเล่นที่นำเอาชุดระบบสเตอริโอ 2 แชนแนลไปใช้งานร่วมกับระบบ MULTI CHANNEL SYSTEM หรือระบบโฮมเธียเตอร์ ซึ่งโหมด BYPASS/AUX นี้จะสามารถช่วยลดความยุ่งยากในการถอดเปลี่ยนสายนำสัญญาณรวมทั้งสายลำโพงของระบบลง

ถัดจากนั้นจึงเป็นปุ่มลูกบิดสำหรับเลือกแหล่งโปรแกรม หรืออินพุทซึ่งใน HP-300 MK2 จะมีมาให้ 4 ชุด และ TAPE LOOP อีก 1 ชุด สำหรับ CD นั้นจะสามารถต่อใช้งานด้วยสายนำสัญญาณแบบ RCA โดยเลือกปุ่มอินพุทไปที่ตำแหน่ง CD สำหรับตำแหน่ง CD SYM จะเป็นการเลือกใช้งานเครื่องเล่น CD ผ่านสายนำสัญญาณแบบ BALANCED XLR INPUT ส่วนในภาค PHONO นั้นเป็นอ็อปชั่นบอร์ดที่ต้องสั่งเพิ่มเติมได้ในภายหลัง

ด้านหลังของ HP 300 MK2 จะมีขั้วต่อกราวด์ GND เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อขั้วกราวด์ของเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือเทิร์นเทเบิ้ล อีกทั้งสามารถใช้ในการต่อสายกราวด์เข้ากับระบบไฟภายในบ้านด้วยเช่นกัน HP 300 MK2 จะมีขั้วต่อเอาท์พุทแบบ RCA มาให้ 2 ชุด โดยชุด OUT 1 จะใช้เพื่อต่อใช้งานตามปกติ ส่วนในชุด OUT 2 ที่จะเป็นขั้วแบบ RCA และแบบ BALANCED XLR จะสามารถใช้งานในแบบปกติหรือผ่านสัญญาณตรงแบบ BYPASS เมื่อใช้โหมด BYPASS/ AUX ได้ ขั้วต่อ RCA ทั้งหมดเป็นแบบเคลือบทองอย่างดี สำหรับขั้ว BALANCED XLR จะเป็นของ NEUTRIX สำหรับขั้วต่อสายไฟ AC เป็นแบบ IEC 2 ขา ไม่มีกราวด์สามารถถอดเปลี่ยนสาย AC ได้

ภายใน HP 300 MK2 จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยทางด้านซ้ายมือจะเป็นชุดบอร์ดภาคเพาเวอร์ซัพพลายขนาดใหญ่ ชุดอินพุทจะถูกวางอยู่ด้านหลังใกล้กับขั้วต่ออินพุททั้งหมด สำหรับวงจรภาคปรีแอมป์จะถูกวางตัวในแนวตั้งติดอยู่กับแผ่นบอร์ดซัพพลาย สำหรับพื้นที่ๆ ว่างอยู่อีกครึ่งหนึ่งนั้น มีไว้สำหรับเพื่อใช้ในการติดตั้งแผ่นบอร์ดวจรภาค PHONO ที่เป็นอ็อปชั่น

ในภาคเพาเวอร์ซัพพลาย ซึ่งถือว่าเป็น ‘มันสมอง’ ของเครื่องนั้นทาง OCTAVE ได้ออกแบบ และให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เริ่มจากหม้อแปลงแบบ EI ขนาดประมาณ 25VA ที่ทาง OCTAVE จัดทำ และพันขึ้นเอง เป็นหม้อแปลงที่มีผลต่อระบบสนามแม่เหล็กที่ต่ำเป็นพิเศษ ทำงานร่วมกับวงจรที่ทาง OCTAVE เรียกว่าระบบ POWER MANAGEMENT ที่จะควบคุมการเล็กกูเรต รวมทั้งการทำงานทั้งหมดของ HP 300 MK2  ทาง OCTAVE ให้ความสำคัญกับวงจร SOFT START ELECTRONICS ที่จะควบคุม และค่อยๆ จ่ายกระแสของโวลสเตจอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่เหมาะสม โดยช่วยยืดอายุ พร้อมทั้งลดทอนความสึกหรอของอุปกรณ์ลงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีวงจรป้องกันแบบ PROTECTION SYSTEM ที่จะสามารถตัดการทำงานของวงจรออกจากระบบในทันที ถ้าเครื่องมีปัญหา เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพเสียงของ HP 300MK2 รวมทั้งอายุการใช้งานที่ยาวนานอย่างมั่นใจ

6_big

สำหรับในภาคปรีแอมป์นั้น HP 300MK2 ถูกออกแบบมาโดยใช้วงจรแบบ 2 STAGE VALVE PREAMP ทำงานร่วมกับ SOLID-STATE OUTPUT CURRENT BUFFER หรือจะเรียกว่า เป็นปรีแอมป์แบบ HY-BRID ก็คงจะไม่ผิดนัก สัญญาณในภาคอินพุทจะถูกส่งมาที่โวลลุ่มก่อนจะส่งต่อไปยังหลอดอินพุท ECC 802-S ของ JJ ( 12 AU7) และหลอด 6922 ของ SOVTEK ตามลำดับ หลอดทั้ง 2 จะทำงานแบบ MEDIUM GAIN DUAL TRIODE สำหรับภาคเอาท์พุทบัฟเฟอร์จะเป็นหน้าที่ของ POWER IC จาก BURR BROWN BUF 634 จำนวน 1 ตัวต่อข้าง BUF 634 เป็นบัฟเฟอร์แบบ HIGH SPEED UNITY-GAIN OPEN-LOOP ทาง OCTAVE มองว่าถ้าใช้หลอดทำหน้าที่เป็น OUTPUT BUFFER จะมีปัญหาในเรื่องของเอาท์พุทอินพีแดนซ์ (OUTPUT IMPEDANCE) ที่จะมีค่าสูง ซึ่งต้องใช้คาปาซิเตอร์คัปปลิ้งที่มีขนาดใหญ่ ส่งผลให้การตอบสนองความถี่ขาดความราบเรียบ การใช้ IC อ็อปแอมป์แทน นอกจากจะสามารถควบคุมค่าเอาท์พุทอินพีแดนซ์ได้แล้ว ยังช่วยให้ HP 300 MK2 สามารถที่จะต่อสายนำสัญญาณได้ยาวขึ้น โดยไม่มีปัญหาของค่าความต้านทาน (RESISTANCE) ภายในสายได้อีกด้วย

อุปกรณ์ภายในได้ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ไมว่าจะเป็นคาปาซิเตอร์ของ FROLYT, EPOS/ SIEMENS, WIMA รีซิสเตอร์แบบเมทัลฟิล์ม 1% สำหรับโวลลุ่มนั้นเป็นของ ALPS ปรีแอมป์ HP 300MK2 มาพร้อมกับรีโมทคอนโทรลแบบ PRO-GRAMMABLE TOUCH SCREEN (ซึ่งในการทดสอบในครั้งนี้นั้น ไม่ได้ให้มา) สำหรับสเปคของ HP 300 MK2 มีดังนี้

 

Specifications
Gain High 17,5 dB = 7,4
Gain Low 12,5 dB = 4,2
Frequency Response 1 Hz – 1.5 MHz -3 dB
Total Harmonic Distortion 0.001% @ 3V / 7.5 kOhm
Signal-to-Noise Ratio :Gain High – 94 dB
Signal-to-Noise Ratio Gain Low -100 dB
Left/Right Crosstalk 65 dB 1 kHz
Input to Input Crosstalk – 86 dB 10 kHz
Input Impedance 100 kOhm
Output Impedance 56 Ohm Cinch; 2 x 22 Ohm XLR
Channel Balance 0.5 dB – 70 dB
Phono-MC
RIAA-Equalization Accuracy 0,3 dB 15 Hz – 20 kHz
Corner Frequency Subsonic Filter 15 Hz / – 3 dB
Input Impedance 30 – 1000 Ohm
Input Sensitivity 0.1 mV / 0.5 mV
Gain Low 71 dB
Gain High 80 dB
Signal-to-Noise Ratio (weighted) – 75 dB
Connections Inputs : 5 x Cinch, 1 x XLR, 1 x Phono Option

Outputs : 2 x Cinch, 1 x XLR, 1 x Rec

Features HT Bypass, Sym. In and Outputs
Download :          Owner’s Manual

 

General Facts
Power Consumption 25 W
Weight 9 kg
Standard Accessories Power cord, IR-Remote Control
Dimensions W x H x D = 435 x 65 x 390 mm

inside

ผลการทดลองฟัง

          OCTAVE HP 300MK2 มีเวลามาอยู่กับพวกเรานานกว่า 1 เดือน จึงมีเวลาในการวอร์มเครื่องอย่างเต็มที่ พร้อมกับการฟังเป็นระยะ หลังจากที่เครื่องพร้อมก็นำเข้าห้องฟัง เพื่อสรุปผลในการฟัง HP 300 MK2 มีลูกขุนหลายท่านแวะเวียนเข้ามาช่วยฟังพร้อมกับแสดงความคิดเห็นกันต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งก็ได้รวบรวมความคิดเห็นไว้ในคราวเดียวกัน สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการฟังประกอบด้วย

เครื่องเล่นซีดี                                     : MARANTC CD 17 (CLOCK II), CD 11 MK II (CLOCK II)

ปรีแอมป์ที่ใช้ในการฟังเทียบเคียง : ADCOM GFP 750, MUSICAL FIDELITY SINFONIA

เพาเวอร์แอมป์                                   : PASS LABS ALEPH 5, KRELL KSA 50S, FORTE’ P5, MUSICAL               FIDELITY SINFONIA

อินทีเกรทแอมป์                                 : INCRECABLE iMP TIA 240 (UPGRADE VERSION BY INNERSOUND)

ลำโพง                                                 : B&W 805S, XAV PATRIOT SE, XAV SMALL ONE CLASSIC

สายนำสัญญาณ                                 : VAMPIRE AI -II (RCA, BALANCED XLR) VAN DEN HUL ‘THE FIRST ULTIMATE’ (RCA) VAN DEN HUL ‘THE SECOND’ (BALANCED XLR)

สายลำโพง                                          : VAMPIRE ST II

สายไฟ AC                                          : XAV XAC#5, MUSIC MUSE ‘JORMUNGANDR’ AC CABLE

ฟิวส์                                                     : MUSIC MUSE V2

ห้องฟัง                                                ขนาด 4 x 8 เมตร ได้รับการปรับแต่งอะคูสติกมาอย่างดี

            เนื่องจาก HP 300 MK 2 ใช้ปลั๊ก IEC แบบ 2 ขา ไม่มีกราวด์ พวกเราจึงได้ลองต่อสายกราวด์เข้าที่ขั้ว GND ด้านหลังเครื่อง แล้วทดลองฟังดู ปรากฏว่าน้ำเสียงมีความนิ่ง พร้อมกับความสงัดที่ดีขึ้น พวกเราจึงคงการต่อกราวด์ไว้ตลอดการฟังทั้งหมด

HP 300 MK2 มีขั้วต่อสำหรับ CD ทั้งในแบบ RCA และ BALANCED XLR มาให้เลือกใช้ ได้ทดลองต่อใช้งานทั้ง 2 แบบ ผลปรากฎว่าการต่อในแบบ BALANCED XLR จะให้ความชัดเจนและซาวด์สเตจที่กว้างกว่ามีความจริงจัง กระฉับกระเฉงพร้อมกับการจัดรูปวงที่วางตัวเดินหน้าเข้าหาผู้ฟังมากกว่า ในขณะที่การต่อในแบบ RCA นั้นจะวางวงให้ถอยหลังลงไปมากกว่า มีไดนามิคและการย้ำเน้นที่ฟังผ่อนคลาย มีความกลมกลืนที่เป็นธรรมชาติมากกว่า พวกเราจึงเลือกการต่อสายนำสัญญาณแบบ RCA ตลอดการฟังทั้งหมด

สำหรับในเรื่องของเกนขยายแบบ GAIN NORMAL และ GAIN – 6 dB เท่าที่ได้ลองใช้งานพบว่า มีความแตกต่างและความเหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับเพาเวอร์แอมป์ที่นำมาใช้งานร่วมกัน ขอแนะนำให้ผู้ใช้งานควรทดลองฟังเปรียบเทียบดูถึงความเหมาะสมอีกที แต่ในการทดสอบโดยรวมแล้ว พวกเราพบว่าส่วนใหญ่จะไปได้ดีเมื่อปรับเกนไปที่ตำแหน่ง GAIN NORMAL เป็นหลักครับ

หลังจากที่ HP 300 MK2 พ้นช่วงรันอินเครื่องไปแล้ว แต่ในการใช้งานทุกครั้งควรจะเปิดเครื่องไว้สักประมาณ 20 นาที HP 300 MK2 ก็จะอยู่ในสภาพพร้อมที่จะถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาได้อย่างเต็มที่

b3

            HP 300 MK2 เปิดตัวด้วยน้ำเสียงที่สดใส มีความโปร่งที่เรียกร้องความสนใจได้ดี ลูกขุนท่านหนึ่งกล่าว (CAROL KIDD : NICE WORK) อีกท่านมองว่า HP 300 MK2 ให้น้ำเสียงที่รวดเร็วมีความคึกคักที่โดดเด่น ดู HP 300 MK 2 จะไปได้ดีเป็นพิเศษ กับเพลงที่มีจังหวะเร็วๆ (THE MERRY ANGEL OPUS 5 “พญาลำพอง”) อีกท่านแสดงความรู้สึกแปลกใจเมื่อทราบว่า HP 300 MK2 เป็นปรีหลอดแบบ HYBRID ถ้าไม่บอกต้องนึกว่าเป็นปรีทรานซิสเตอร์แน่ๆ (JACKIE EVANCHO : DREAM WITH ME IN CONCERT) สำหรับลูกขุนมือเก๋าประจำคณะของเราก็ชมว่าน้ำเสียงของ HP 300 MK2 นั้นน่าฟัง มีหน่วยก้านที่ไม่เลว แต่เสียดายที่เสียงแหลมยังไม่พลิ้วเท่าที่ควร (UNPLUG 3 : ACOUSTIC BURN IN & REVITALICE CD : TIS-UP 3) ลูกขุนประจำคณะอีกท่านั่งอมยิ้มเพื่อถามความเห็นพร้อมกับกล่าวชมว่า HP 300 MK 2 เสียงดีฟังได้เพลิน มิน่าทำไม OCTAVE จึงเป็นที่กล่าวขวัญถึงจากนักเล่นในปัจจุบัน ในขณะที่อีกท่านหนึ่งนั้นก็แสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ผมก็ว่าเสียงมันดีนะ แต่รู้สึกว่ายังไม่ใช่แนวที่ผมชอบ

ในครั้งนี้ดูคณะลูกขุนจะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง และค่อนข้างหลากหลายไม่น้อยเลยทีเดียว ในช่วงเก็บตก HP 300 MK2 ก็นำเสนอเสียงกลางที่สดใสได้อย่างโดดเด่น เป็นเสียงกลางที่โปร่ง เนื้อเสียงแม้จะค่อนมาทางบางอยู่บ้าง แต่ก็มีตัวตนที่ชัดเจน แจ่มชัด เสียงร้องของ JACKIE EVANCHO นั้นถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมกับการเน้นย้ำถ้อยคำที่ดีเป็นพิเศษ มีความสะอาดใสที่แฝงไว้ด้วยความมีชีวิตชีวา เนื้อเสียงละเอียดเนียนมีความกลมกลืนที่ดี และมีความเป็นธรรมชาติอย่างยากจะปฏิเสธ (JACKIE EVANCHO : DREAM WITH ME IN CONCERT) กับเสียงร้องของป้า ELLA FITZGERALD แล้ว HP 300 MK 2 ก็ยังแสดงความโดดเด่นดังกล่าวออกมาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น (ELLA FITZGERALD : FOREVER ELLA)

สิ่งที่กล่าวมานี้ต้องนับว่าเป็นความสามารถของ HP 300 MK2 ที่นำเสนอออกมาได้อย่างโดดเด่น มีความพิเศษที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ สำหรับเสียงในย่านกลางสูงขึ้นไปถึงเสียงแหลมต้นนั้น HP 300 MK2 ดูจะลดปริมาณความสว่างรวมทั้งความใสลง แจกแจงรายละเอียดได้ดีพอประมาณมีอาการเหมือนกับจะพยายามจะควบคุมไม่ให้เสียงแหลมนั้นมีอาการโด่ง หรือกร้าว เสียงบรรเลงเปียโนของ VLADIMIR HOROWITZ จึงเหมือนกับจะถูกควบคุม และลดหย่อนความกังวานของเสียงลง (HOROWITZ IN MOSCOW : DG) เสียงแหลมยังคงรักษาระดับรวมทั้งความกลมกลืนมาอย่างต่อเนื่อง แจกแจงรายละเอียดได้ดี ปลายเสียงแหลมจะไม่ทอดตัวออกไปไกลนัก และเก็บตัวลงอย่างรวดเร็ว (OPUS 3 : LARS ERSTRAND AND FOUR BROTHERS)

เสียงในย่านกลางต่ำแม้จะมีมวลเสียงที่ค่อนมาทางบางสอดคล้องกับย่านเสียงกลาง แต่ก็มีความต่อเนื่องพร้อมกับความชัดเจนที่ดี (JOHN MICHAEL MONTGOMERY : KICKIN’ IT UP) จังหวะดนตรีของ HP 300 MK2 ค่อนข้างรวดเร็ว และมีความฉับไวเป็นพิเศษกับเพลงบรรเลงคลาสสิกอย่าง OVERTURE (ALLEGRO) FROM WATER MUSIC ของ HANDEL หรือ PIZZICATO POLKA ของ JOHANN STRAUSS II/JOSEF STRAUSS แม้แต่ MOVEMENT ที่ 3 อย่าง PRESTO FROM SUMMER ใน THE FOUR SEASONS ของ VIVALDI นั้น HP 300 MK2 สามารถถ่ายทอดการบรรเลงดนตรีที่มีความรวดเร็วอย่างโดดเด่น เป็นความรวดเร็วที่มีความแตกต่าง ไม่แสดงการเน้นย้ำในช่วงความถี่ต่ำเหมือนกับปรีแอมป์ หรือแอมปลิไฟเออร์ตัวอื่นๆ โดยทั่วไป (DENON : HIFI STRINGS) เบสต่ำของ HP 300 MK2 ลงได้ไม่ลึกนักพร้อมกับเก็บตัวเร็ว (EXOTIC DANCES FROM THE OPERA : R&R)

สมรรถนะทางด้านอิมเมจนั้น HP 300 MK2 จะนำเสนออิมเมจที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ อีกทั้งยังวางวงให้เดินหน้า (FORWARD) เข้าหาผู้ฟังสร้างความตื่นตาตื่นใจและประทับใจได้ดี ซาวด์สเตจด้านกว้างจะทำได้โดดเด่นกว่าทางด้านลึกเมื่อปรับเกนไปที่ตำแหน่ง GAIN -6 dB ซาวด์สเตจจะวางวงถอยหลังมากขึ้น พร้อมกับการนำเสนอรูปวงที่เป็นกลุ่มเป็นวงมากขึ้น

ประเด็นในเรื่องของเบสนั้น HP 300 MK2 ดูจะสร้างความสงสัยขึ้นมาไม่น้อย ยิ่งเมื่อพิจารณาในเรื่องของค่าเอาท์พุทอิมพีแดนซ์ของ HP 300 MK2 ที่มีค่าอยู่ที่ 56 Ohms ด้วยแล้ว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของความเหมาะสมหรือการแมทชิ่งระหว่างปรีแอมป์กับเพาเวอร์แอมป์ที่ใช้งานร่วมกัน ได้ลองปรับเปลี่ยนนำเอาเพาเวอร์แอมป์ทรานซิสเตอร์หลายเครื่องเข้ามาใช้งานร่วมกับ HP 300 MK2 ผลที่ได้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมแม้จะมีการปรับเกนทั้งในค่า GAIN NORMAL และ GAIN -6 dB เพื่อดูความเหมาะสมในการใช้งานร่วมกันด้วยแล้วก็ตาม

สุดท้ายได้นำเอา INCRECABLE IAMP TIA-240 เข้ามาใช้งานร่วมกับ HP 300 MK2 เซ็ตค่าเกนไว้ที่ NORMAL ผลที่ได้ต้องนับว่าน่าพอใจไม่น้อย คราวนี้ HP 300 MK2 ถ่ายทอดน้ำเสียงของ JACKIE EVANCHO ออกมาด้วยความสดใสที่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล น้ำเสียงมีความเปล่งปลั่งที่มาพร้อมกับความสดชื่น และมีชีวิตชีวาที่ดีเป็นพิเศษ น้ำเสียงถูกนำเสนอออกมาด้วยความต่อเนื่อง ลื่นไหล แม้การย้ำเน้นของดนตรีจะไม่เด่นชัดที่ชิ้นดนตรีชิ้นไหนเป็นสำคัญ แต่ HP 300 MK2 ก็นำเสนอพร้อมกับการเกลี่ยหรือเฉลี่ยความสำคัญออกไปอย่างเท่าเทียมกัน เปรียบเหมือนกับการหล่อหลอมสรรพสำเนียงเสียงของดนตรีให้รวมเป็นหนึ่งเดียว และถ่ายทอดออกมาดั่งสายน้ำที่หลั่งไหลไปอย่างต่อเนื่อง จังหวะของดนตรีจะฟังดูช้าลงเล็กน้อย แต่มีการย้ำเน้นโดยรวมที่ชัดเจนขึ้น อัพเปอร์เบสจะมีแรงปะทะที่ดีขึ้น น้ำเสียงโดยรวมจะมีพละกำลังที่ดีขึ้น ถึงแม้เบสต่ำจะยังเก็บตัวเร็วก็ตาม

จากการใช้งานที่ผ่านมาพอจะบอกได้ว่า OCTAVE HP 300 MK2 นั้นจะไปได้ดีเมื่อทำงานร่วมกับเพาเวอร์แอมป์หลอดและมีความโดดเด่นทางคุณภาพเสียงมากกว่าเมื่อจับคู่ทำงานกับเพาเวอร์แอมป์แบบทรานซิสเตอร์

 

hp_300_MKII

สรุป

OCTAVE ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ใหม่ในแวดวงเครื่องเสียงบ้านเรา แต่ HP 300 MK2 จาก OCTAVE ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานซึ่งมีอยู่ในทีมงานของ OCTAVE อย่างเต็มเปี่ยม อีกทั้ง OCTAVE เองก็ยังได้พัฒนาและปรับปรุงศักยภาพในผลิตภัณฑ์ของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง มีความชัดเจนในการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้อยู่ในรุ่นท็อปอย่าง JUBILEE นำมาประยุกต์ และถ่ายทอดลงสู่รุ่นรองๆ ลงมา สำหรับ HP 300 MK2 นั้นก็ดูจะประสบความสำเร็จตามที่ ANDREAS HOFMANN แห่ง OCTAVE ได้คาดหวังไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ประณีต วงจรแบบ HYBRID ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แก้ปัญหาของเอาท์พุทโหลด หรือเอาท์พุทอิมพีแดนซ์ที่มักจะเป็นปัญหาของหลอด อีกทั้งการออกแบบวงจรให้หลอดนั้นสามารถเปล่งคุณภาพเสียงออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีการจำกัด HP 300 MK2 จึงให้คุณภาพเสียงที่สดใส มีชีวิตชีวาที่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลฟังสบายและเป็นอิสระแบบ “SIMPLY LIGHT” ตามที่ ANDREAS HOFMANN ต้องการทุกประการ แต่ HP 300 MK2 ก็ยังมีข้อจำกัดที่ยังสามารถปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิมได้ ซึ่ง ANDREAS HOFMANN ก็คงจะทราบถึงข้อจำกัดดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะเท่าที่ทราบทาง OCTAVE ได้นำเสนอ HP 300 SE ที่พัฒนาพร้อมกับการปรับปรุงที่ต่อยอดขึ้นไปจาก HP 300 MK2 ออกมาสู่สายตาของนักเล่นนักฟังแล้วซึ่งต้องนับว่าน่าสนใจทีเดียว สำหรับ HP 300 MK2 ถือว่าเป็นปรีแอมป์ HYBRID ที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การหาโอกาสไปสัมผัส และทดลองฟังดูครับ

ขอขอบคุณ หจก.ปิยะนัสอิเล็กทริคส์ โทร.0-2746-4302-4 ที่เอื้อเฟื้อให้เครื่องมาทดสอบในครั้งนี้