Phase Linear: Model 7000 Series Two / MicroScan Cassette Deck

0

Mongkol Oumroengsri

Phase Linear คือชื่อแบรนด์อุปกรณ์เครื่องเสียงที่ก่อตั้งโดย Bob Carver และ Steve Johnston ในปี 1970 เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะบริษัทผู้ผลิตเครื่องขยายเสียง อย่าง power amplifier โดยผลิตปรีแอมพลิไฟเออร์ และจูนเนอร์ควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้  Phase Linear ยังได้สร้างนวัตกรรมใหม่ทางด้านลำโพงเอาไว้ด้วย นั่นคือ Andromeda loudspeaker

Bob Carver และ Steve Johnston ได้ร่วมกันออกแบบ-สร้างและผลิตแอมปลิฟายเออร์ตัวแรกคือ Phase Linear 700 ที่มีกำลังขับสูงถึง 350 วัตต์ต่อแชนเนล ซึ่งต่อมาไม่นานนัก Phase Linear 700 ก็ได้กลายเป็นแอมปลิฟายเออร์มาตรฐานที่ใช้งานในสตูดิโอบันทึกเสียง รวมถึงนักดนตรีมืออาชีพ และนักฟังออดิโอไฟล์ โดยมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 749.00 ดอลลาร์ในยุคสมัยนั้น ด้วยการออกแบบอันโดดเด่นด้วยแผงด้านหน้าที่เป็นอะลูมิเนียมขัดเงา พร้อมด้วยมิเตอร์ VU แบบคู่ขนาดใหญ่ Phase Linear 700 ถูกแทนที่ด้วย 700B และ 700 II เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังขับพิเศษในการขับขานลำโพงแบบ ตู้ปิดผนึก (sealed-box speakers) ที่มีค่าความไวเสียงค่อนข้างต่ำ อย่าง Acoustic Research AR3/AR3a

Phase Linear 400 นับเป็นแอมปลิฟายเออร์ลำดับที่ 2 ซึ่งมีกำลังขับ 200 วัตต์ต่อแชนเนล และยังคงโดดเด่นด้วยแผงด้านหน้าที่เป็นอะลูมิเนียมขัดเงา พร้อมด้วยมิเตอร์ VU แบบคู่ขนาดใหญ่แบบเดียวกับรุ่น 700 โดยมีราคาขายปลีกเพียงแค่ไม่ถึง 500 ดอลลาร์ ผลิตภัณฑ์ลำดับต่อมาของ Phase Linear คือ Auto-correlation Pre-Amplifier รุ่น Phase Linear 4000 Series ซึ่งเปิดตัวในปี 1973 และผลิตจนถึงปี 1978 โดยจำหน่ายในราคา 700.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่แอมปลิฟายเออร์ที่ทรงพลังที่สุดในยุคนั้นของ Phase Linear ที่ออกแบบโดย Bob Carver ร่วมกับ Steve Johnston ก็คือ Phase Linear D-500 ซึ่งเปิดตัวในปี 1978 โดยเป็น power amplifier ที่ให้กำลังขับสูงถึง 505 วัตต์ RMS ต่อแชนแนล (ด้วยค่าความเพี้ยน < 0.1% โดยรวมที่มากกว่า 20 Hz–20 kHz ) มีราคาขายปลีกอยู่ที่ 1,395 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ทว่าในปี 1979 บริษัท Phase Linear ถูกซื้อโดย Pioneer Electronics ซึ่งต่อมา Bob Carver ได้ก่อตั้ง Carver Corporation ขึ้นในปีเดียวกัน หลังการซื้อกิจการ ทางไพโอเนียร์ได้เพิ่มไลน์การผลิตสำหรับเทปคาสเซ็ตระดับไฮ-เอนด์ที่ Pioneer Electronics ออกแบบขึ้นเอง รวมถึงเครื่องเล่นซีดีที่ออกแบบโดย Kyocera เสริมเข้ากับไลน์การผลิตผลิตภัณฑ์ของ Phase Linear ทว่าด้วยความที่ขาดมันสมองอย่าง Bob Carver บวกกับต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทเริ่มตกต่ำลง จนกระทั่งในปี 1982 Phase Linear ก็ถูกขายให้กับ Jensen Inc. ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ AR และ Advent ในเวลานั้น ทว่าต่อมา Recoton ก็ได้เข้าซื้อ Jensen Inc. ในขณะเดียวกัน Bob Carver ก็มีปัญหาด้านบริหารจัดการของ Carver Corporation ทำให้เขาตัดสินใจลาออก และไปเริ่มต้นก่อตั้งบริษัท Sunfire

Phase Linear Model 7000 Series Two จึงเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต ระบบสเตอริโอ ภายใต้กลไกการทำงานที่ราวกับถอดแบบมาจาก Pioneer Electronics ซึ่งมาพร้อมระบบลดสัญญาณรบกวน Dolby B วางจำหน่ายครั้งแรกโดย Phase Linear ในปี 1979 (เป็นปีเดียวกับที่ทาง Sony ออกวางจำหน่าย Walkman) ด้วยราคาขายปลีกที่ 1,350 ดอลลาร์สหรัฐฯ และยุติการผลิตลงในอีก 4 ปีต่อมา (ปี 1983)

คุณสมบัติหลักของ Phase Linear Model 7000 Series Two ก็คือ ระบบ 3 หัวเทป และ off-tape monitoring จอตัวเลขนับเทปดิจิทัลที่มี 4 หลัก และหน่วยความจำหยุดการทำงาน (memory stop), การเลือกประเภทเนื้อเทปด้วยมือ (manual tape type selection) สำหรับเนื้อเทปธรรมดา, โครเมียม, เฟอร์โรโครม และโลหะ พร้อมด้วยระบบ dual capstan transport

ช่องใส่ตลับเทปแบบโหลดด้านหน้า โดยมีช่องใส่ตลับเทปอยู่ทางด้านซ้ายของแผงหน้าเครื่อง การนำเทปออกทำงานโดยใช้กลไก และต้องวางตลับเทปไว้เหนือบล็อกส่วนหัวโดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงหัวเทปเพื่อทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย

มิเตอร์วัดระดับสัญญาณ (Level meters) ที่ใช้ใน Model 7000 Series Two 7000 เป็นมิเตอร์ตัวเลขดิจิทัลหลายสีแบบอ่านตำแหน่งค่าพีค (peak) ผู้ใช้สามารถปรับค่าความเร็วในการเล่นกลับ (รับฟัง) ได้ด้วย pitch control นอกจากนี้ยังสามารถทำการปรับไบอัส (bias), อีควอไลเซชั่น (equalization) และค่าความไว (sensitivity) เพื่อให้ได้มาซึ่งระดับที่เหมาะสมที่สุดที่จะสามารถทำบันทึกเสียงได้

Model 7000 Series Two ยังได้รับการบรรจุระบบ Dolby-B ช่วยทำหน้าที่ลดเสียงรบกวนของเนื้อเทปได้มากถึง 10 dB ที่ช่วงความถี่สูงสุด พร้อมวงจรตัดสัญญาณนำร่องมัลติเพล็กซ์ 19kHz ที่ใช้สำหรับการส่งออกอากาศคลื่นวิทยุ FM ระบบสเตอริโอ รวมถึง MPX filter เพื่อเอื้ออำนวยคุณภาพสูงสุดในการบันทึกเสียงจาก FM stereo

สำหรับผู้ชื่นชอบในการบันทึกเสียงสด (live recordings) Model 7000 Series Two มีอินพุตไมโครโฟน 2 ช่อง และสำหรับการรับฟังอย่างเป็นส่วนตัว โดยไม่รบกวนใครๆ ก็จะมีช่องเสียบแจ็คสำหรับหูฟังสเตอริโอมาให้หนึ่งชุด ส่วนการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับการรับฟังเสียงจะกระทำโดยใช้สาย RCA รวมทั้งการบันทึกจากแหล่งสัญญาณภายนอกด้วยสาย RCA เช่นกัน

สำหรับเครื่องคู่แข่งในช่วงเวลานั้น ก็คือ Nakamichi 670ZX ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต ระบบสเตอริโอ พร้อมระบบลดสัญญาณรบกวนแบบ Dolby B วางจำหน่ายครั้งแรกโดย Nakamichi ในปี 1979 โดยมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 1,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทว่าได้ยุติการผลิตลงในอีกหนึ่งปีต่อมา