สาย HDMI CABLE COPPER & FIBRE ต่างกันอย่างไร

นิตพินัย สุบรรณเสณี

สาย HDMI ที่ใช้ตัวนำอย่างลวดทองแดงหรือโลหะผสมต่างๆ ที่เชื่อมโยงสัญญาณภาพ/เสียงจากต้นทางถึงปลายทาง เช่น จอภาพอยู่ร่วมกับเรามาสักสิบปีแล้วเห็นจะได้ ซึ่งที่ผ่านมามันก็ทำตัวน่ารักรับใช้งานได้ดีมาตลอดจนถึงเข้ายุคทองของ Hi-End Video อย่างระบบ 4k/HDR/HFR

ความจริงสาย Copper HDMI ที่ถูกออกแบบมาดีความยาวที่เหมาะสมก็เพียงพอต่อการใช้งานในระบบ 4k/HDR/HFR อยู่แล้ว สายพวกนี้รู้จักกันดีในชื่อของสาย 4k HDMI บ้าง, สาย Premium Certified หรือสาย HDMI 2.0 บ้างที่ตามข้อกำหนดจะต้องส่งผ่าน Bitrate อย่างน้อยที่ 18 Gbps ได้และสาย HDMI เหล่านี้ราคาก็ไม่ได้แพงมาก

ปัจจุบันเริ่มต้นจากหลักไม่กี่ร้อยบาทจนถึงพัน-สองพันบาท ส่วนใหญ่ก็จะสามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แล้วโดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานสาย HDMI ที่มีความยาวไม่มากนักประมาณไม่เกิน 5 เมตร

สาย Copper HDMI

แต่สำหรับงานด้านภาพหรือโฮมเธียเตอร์ที่ต้องการสาย HDMI ที่มีขนาดยาวกว่าปรกติ เช่น 10-15 เมตร เพื่อใช้งานกับเครื่องฉายภาพหรือเดินข้ามห้องในระบบมัลติรูมมัลติโซน สาย HDMI แบบตัวนำโลหะทั่วๆ ไป อาจจะทำงานได้ไม่ตลอดรอดฝั่งกับสัญญาณภาพระดับ 4k/HDR/HFR (2160p@60Hz, 10-12 Bit, 4:2:2, 4:4:4)

ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยมีตั้งแต่ไม่มีภาพปรากฏที่หน้าจอ ภาพเดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย หรือเป็นจุดๆ กระจายเต็มจอภาพ นั่นเกิดจากสัญญาณดิจิทัลที่ตัวรับปลายทางไม่สามารถคืนรูปสัญญาณที่ต้นทางส่งไปได้เนื่องจากการสูญเสียภายในสาย HDMI ที่มีความยาวมากๆ และทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ Chip ตัวรับส่งสัญญาณต้นทางปลายทางของอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบด้วย

เช่น สาย HDMI 2.0 ความยาว 15 เมตร เส้นหนึ่งอาจจะใช้งานได้เป็นปรกติกับระบบหนึ่ง แต่อาจจะมีปัญหากับอีกระบบหนึ่งก็เป็นได้ เพราะความยาวของสาย 10-15 เมตรนั้นจะเกิดค่าความต้านทานภายในสาย, ค่าความจุเหนี่ยวนำระหว่างสายตัวนำภายในที่สูงมาก ทำให้การส่งสัญญาณ Wide Bandwidth ผ่านสายตัวนำโลหะหลายๆ เส้นที่มีความยาวมากๆ เป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก

ถ้าเป็นงานอาชีพอาจต้องมีการทดสอบข้อกำหนดอื่น เช่น Bit Error Rate (BER) หรือ Eye Pattern ร่วมด้วย เป็นต้น

สาย Fibre HDMI

และก็ถือเป็นโชคดีของนักเล่นผู้ที่จำเป็นต้องใช้สาย HDMI ความยาวมากๆ เพราะปัจจุบันได้มีหลายบริษัทได้มีการพัฒนาสาย HDMI ที่ส่งสัญญาณผ่านสายใยแก้วนำแสงหรือ Fibre Optic กันมาสักระยะหนึ่งแล้วและมันสามารถจะใช้งานที่ระดับความยาวสาย 30-100 เมตร ได้โดยไม่เกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมาในการใช้งานเลย (นอกจากปัญหาที่คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่ม)

หลักการของมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย คือ สาย Fibre HDMI (บางยี่ห้อเรียกสายเลเซอร์ HDMI) เหล่านี้จะมีวงจรเปลี่ยนสัญญาณดิจิทัลจากขั้ว HDMI ให้ไปเป็นสัญญาณแสงแล้วส่งไปในสาย Optical Fibre ที่เรารู้อยู่แล้วว่ามันสามารถส่งข้อมูลได้รวดเร็วมหาศาลแค่ไหน พอถึงปลายทางก็จะมีวงจรแปลงสัญญาณแสงกลับไปเป็นสัญญาณไฟฟ้าอีกครั้ง

ส่วนประกอบของหัวสาย Fibre HDMI

ดังนั้นจะเห็นว่าสัญญาณวิดีโอความเร็วสูงระบบ 4k/HDR/HFR ระดับ 18 Gbps จะถูกแปลงเป็นสัญญาณแสงที่ขั้วต่อ HDMI เท่านั้นไม่ได้เดินไปตลอดความยาวของสายมันจึงไม่เกิดการสูญเสียใดๆและตามหลักการถ้าตัวส่งแสงเลเซอร์ลงสาย Fibre Optic มี Power สูงๆ หน่อย (ซึ่งปัจจุบันหาได้ไม่ยาก+ไม่แพง) มันสามารถจะใช้งานได้ความยาวเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว!

แต่กับนักเล่นทั่วๆ ไปที่ไม่จำเป็นต้องใช้สาย HDMI ยาวมากระดับ 10 เมตร ขึ้นไป สาย HDMI แบบ Copper ปรกติธรรมดานี่แหละแต่ขอให้เป็น Premium Certified หรือ HDMI 2.0 ก็ถือว่าเพียงพอกับการใช้งานของคุณอย่างแน่นอน

หรือจะลองปล่อยสัญญาณ 4k/HDR (2160p@60Hz) จากต้นทางไปยังจอภาพดู ถ้าภาพหน้าจอปรกติไม่มีปัญหาใดๆ สาย HDMI ที่คุณกำลังต่อใช้งานอยู่เส้นนั้นสามารถจะรองรับ Bitrate ระดับ 18 Gbps ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว