Cambridge Audio Evo 300 ขยายขอบเขตของเครื่องเสียงแบบ All-in-One ด้วยขุมพลัง 300 วัตต์ พร้อมยกร

0

Cambridge Audio เปิดตัว Evo 300 สตรีมมิงแอมป์แบบ All-in-One รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกที่ทรงพลังที่สุดของตระกูล Evo พร้อมออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ห้องฟังขนาดใหญ่และลำโพงที่ต้องการกำลังขับสูง โดยยังคงปรัชญาการรวมทุกอย่างเอาไว้ภายในตัวเครื่องเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้เอาไว้ครบถ้วน

สานต่อความสำเร็จจาก Evo 150 SE แต่ยกระดับทุกด้าน

Evo 300 ถูกพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์มของ Evo 150 SE โดยผสานภาคขยายกำลัง ระบบสตรีมมิง และความสามารถในการเชื่อมต่อแหล่งสัญญาณต่าง ๆ เอาไว้ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดเพียงเครื่องเดียว ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างระบบ Hi-Fi สมบูรณ์แบบได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์แยกหลายชิ้นเหมือนในอดีต

ขุมพลัง Hypex NCOREx 300 วัตต์ต่อแชนเนล พร้อมสถาปัตยกรรม Dual-Mono

หัวใจสำคัญของ Evo 300 คือภาคขยาย Class D รุ่นล่าสุดจาก Hypex NCOREx ซึ่งให้กำลังขับสูงถึง 300 วัตต์ต่อแชนเนลที่โหลด 8 โอห์ม ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูล Evo

Cambridge Audio เลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบ Dual-Mono เพื่อเพิ่มการแยกสัญญาณระหว่างช่องซ้ายและขวา พร้อมติดตั้งภาคปรีแอมป์แบบ Balanced และระบบควบคุมระดับเสียงแยกอิสระในแต่ละแชนเนล เพื่อให้ได้ทั้งความแม่นยำ ความนิ่ง และเวทีเสียงที่มีมิติยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังใช้ Switching Power Supply ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถควบคุมลำโพงได้อย่างมั่นใจ แม้จะเป็นลำโพงที่ขับยากก็ตาม โดยยังคงรักษาขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดในแบบฉบับ Evo เอาไว้ได้เช่นเดิม

StreamMagic Gen 4 พร้อมรองรับบริการสตรีมมิงครบครัน

Evo 300 มาพร้อมแพลตฟอร์ม StreamMagic Gen 4 รุ่นล่าสุด ซึ่งรองรับบริการสตรีมมิงยอดนิยมอย่าง

• Spotify Connect
• TIDAL Connect
• Amazon Music
• Qobuz Connect
• Deezer
• Internet Radio
• UPnP Streaming
• Roon Ready

ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi หรือ Ethernet และควบคุมทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชัน StreamMagic ได้อย่างสะดวก

ESS Sabre ES9038Q2M รองรับไฟล์ความละเอียดสูงระดับ Audiophile

ภาคแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาล็อกเลือกใช้ชิป ESS Sabre ES9038Q2M ซึ่งรองรับไฟล์ PCM สูงสุดถึง 32-bit/768kHz รวมถึง DSD512

นอกจากนี้ Evo 300 ยังรองรับ Google Cast, Apple AirPlay 2 และ Bluetooth 5.4 พร้อม aptX HD ทำให้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์และระบบสตรีมมิงในปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน

เชื่อมต่อได้อย่างอิสระ รองรับทั้งอนาล็อกและดิจิทัล

Cambridge Audio ติดตั้งช่องเชื่อมต่อมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

• USB Audio
• USB Media
• Optical TOSLINK
• Coaxial Digital
• HDMI eARC สำหรับเชื่อมต่อกับโทรทัศน์

ขณะที่ฝั่งอนาล็อกประกอบด้วย

• RCA Input
• Balanced XLR Input
• MM Phono Stage สำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียง

รวมถึงยังมีช่องหูฟัง, Pre-Out และ Subwoofer Output ที่สามารถปรับจุดตัดความถี่และระดับความดังได้อย่างอิสระ

รองรับลำโพงสองชุดในเครื่องเดียว

อีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจคือ Evo 300 สามารถขับลำโพงได้พร้อมกันสองชุด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างระบบเสียงสองโซนจากแอมป์เพียงเครื่องเดียว เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานภายในบ้านได้มากยิ่งขึ้น

หน้าจอสีขนาด 7.8 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในตระกูล Evo

แม้จะยังคงเอกลักษณ์การออกแบบด้วยตัวเครื่องอะลูมิเนียมและแผงด้านข้างแบบเปลี่ยนได้เพื่อให้เข้ากับสไตล์การตกแต่งภายใน แต่ Evo 300 ได้รับการอัปเกรดครั้งสำคัญด้วยหน้าจอสีขนาด 7.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูล Evo

หน้าจอนี้สามารถแสดงภาพปกอัลบั้ม ข้อมูลเพลง สถานะการทำงาน รวมถึงโหมด VU Meter หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับฟังให้ใกล้เคียงกับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์แบบดั้งเดิมมากยิ่งขึ้น

Cambridge Audio Evo 300 พร้อมวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2026

การมาถึงของ Evo 300 ถือเป็นการยกระดับแนวคิด All-in-One ของ Cambridge Audio ไปอีกขั้น ด้วยกำลังขับมหาศาล เทคโนโลยีสตรีมมิงที่ทันสมัย และความสามารถในการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทุกความต้องการของนักฟังเพลงยุคใหม่

สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องเสียงเพียงเครื่องเดียว แต่สามารถมอบประสบการณ์ได้ใกล้เคียงกับชุดแยกระดับไฮเอนด์ Evo 300 คืออีกหนึ่งคำตอบที่น่าสนใจที่สุดของ Cambridge Audio ในเวลานี้

Cambridge Audio Evo 300 มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2026 โดยมีราคาอยู่ที่ 3,499 ปอนด์