AirPods Max หูฟังไร้สายแบบครอบหูตัวแรกของ Apple

หน้าแรกArticleAirPods Max หูฟังไร้สายแบบครอบหูตัวแรกของ Apple

DAWN NATHONG

AirPods Max

ในที่สุด Apple ก็เปิดตัวหูฟังไร้สายแบบครอบหูระดับพรีเมียมรุ่นแรกของบริษัท อย่างเป็นทางการบนหน้าเวปไซต์ หลังจากที่มีข่าวลือว่า Apple ได้ซุ่มพัฒนามาตั้งแต่แต่ช่วงปีก่อน สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 19,900 บาท ซึ่งแน่นอนว่า Apple ได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้เอาไว้อยู่ในระดับไฮเอ็นด์ ลองมาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับราคากันบ้าง

เทคโนโลยีของ AirPods Max

AirPods Max

AirPods Max เป็นหูฟังไร้สายแบบครอบหู ที่ใช้วัสดุแบบพรีเมียม ดีไซน์เน้นการกระจายแรงกดทำให้สวมใส่สบาย ก้านหูฟังเป็นสแตนเลสสตีล ส่วนคัพเป็นอลูมิเนียมอะโนไดซ์ มีปุ่มเม็ดมะยม Digital Crown (คล้ายกับของ Apple Watch) เอาไว้ควบคุมฟังก์ชั่นต่าง ๆ

ใช้ไดร์เวอร์แบบไดนามิกขนาด 40 มิลลิเมตรที่ออกแบบโดย Apple เอง ระบบขับเคลื่อนใช้วงแหวนแม่เหล็กนีโอไดเมียมคู่ ช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงลงน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ในทุกระดับความดัง ทำงานร่วมกับชิพประมวลตัวเก่ง H1 ที่ติดตั้งอยู่ในตัวหูฟังทั้งสองข้าง (ยังไม่ใช้ชิพ U1 สำหรับ Ultra Wideband)

สีของหูฟังจะมีให้เลือกทั้งหมดห้าสี ได้แก่ เทาสเปซเกรย์, เงิน, เขียว, สกายบลู, และชมพู

ฟังก์ชั่นการทำงานที่น่าสนใจ

AirPods Max
  • EQ แบบปรับแต่งได้: ใช้ EQ แบบปรับแต่งได้เพื่อปรับเสียงให้พอดีกับหูฟังโดยวัดสัญญาณเสียงที่ส่งออกมาและปรับความถี่ต่ำและกลางแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้เสียงที่เต็มอิ่มครบทุกรายละเอียด
  • เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ: มอบเสียงที่เต็มอิ่มสมจริงด้วยเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ ผู้ใช้จึงสามารถจดจ่อกับสิ่งที่กำลังฟัง หูฟังแต่ละข้างประกอบด้วยไมโครโฟนที่รับเสียงด้านนอก 3 ตัวเพื่อจับเสียงรบกวนโดยรอบในขณะที่ไมโครโฟนด้านในหูฟังแต่ละข้างตรวจจับเสียงที่มาถึงหูของผู้ฟัง จากนั้นระบบเสียงที่ประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ การตัดเสียงรบกวนแบบต่อเนื่องจะปรับให้พอดีกับหูฟังและการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์
  • โหมดฟังเสียงภายนอก: ผู้ใช้สามารถสลับไปใช้โหมดฟังเสียงภายนอกเพื่อฟังเพลงไปพร้อม ๆ กับฟังเสียงโดยรอบ จึงมั่นใจได้ว่าทุกเสียงไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้ใช้เอง หรือเสียงธรรมชาติจะได้ยินอย่างครบถ้วนในขณะเล่นเพลง การสลับไปมาระหว่างโหมดตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ และโหมดฟังเสียงภายนอกสามารถทำได้ด้วยการกดปุ่มควบคุมเสียงเพียงหนึ่งครั้ง
  • ระบบเสียงตามตำแหน่ง: ใช้ระบบเสียงตามตำแหน่งร่วมกับการแทร็คเสียงแบบไดนามิกเพื่อวางเสียงแบบเสมือนจริงทุกที่ในบรรยากาศ จึงมอบเสียงที่เต็มอิ่มสมจริง คล้ายประสบการณ์การฟังในโรงละคร สำหรับคอนเท้นท์ที่บันทึกในระบบ 5.1, 7.1 และ Dolby Atmos ไจโรสโคปและเครื่องวัดความเร่งในการเคลื่อนที่ จะจับการเคลื่อนไหวของศรีษะของผู้ใช้และอุปกรณ์มาเปรียบเทียบข้อมูลการเคลื่อนไหว และปรับเสียงให้เหมาะสมแม้ในยามที่ผู้ใช้ขยับศรีษะไปมา

ว่าด้วยเรื่องการเชื่อมต่อ

AirPods Max

ส่วนของการเชื่อมต่อแบบไร้สายจะเป็นบูลทูธ 5.0 รองรับ A2DP Audio Codec AAC ตามสไตล์ของ Apple ดังนั้นแม้ว่า Apple จะออกหูฟังที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมออกมาทั้งในแง่วัสดุและการออกแบบ แต่การเชื่อมต่อแบบไร้สายก็ยังถูกจำกัดอยู่บนพื้นฐานของ Codec AAC ซึ่งมีบิตเรตสูงสุดประมาณ 256 kbps และเป็นการบีบอัดข้อมูลแบบมีการสูญเสีย (Lossy) เช่นเดิม ก็ขึ้นอยู่กับว่าการทำงานของชิพ H1 นั้นจะช่วยปรับแต่งเสียงให้ออกมาได้ถูกหูคนฟังได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับราคา

ข้อดีของการใช้บูลทูธ 5.0 อีกอย่างคือทำให้ AirPods Max สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ของ Apple และไม่ใช่ Apple ได้ด้วยเพียงแต่จะโดนจำกัดฟังก์ชั่นการทำงานบางอย่างลง

สำหรับนักเล่นระดับออดิโอไฟล์ที่เสพการฟังเพลงคุณภาพสูงแบบ Lossless และไฮเรส อยากจะสัมผัสคุณภาพเสียงสูงสุด (ไม่ผ่านบูลทูธ) ก็สามารถทำได้โดยการใช้สายสัญญาณออดิโอ Lightning to 3.5 mm ราคา 1,290 บาท หรือสายแบบเดียวกันของแบรนด์อื่น ๆ ที่มี MFi Certified เชื่อมต่อจาก AirPods Max มายังช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 mm ของซาวด์การ์ดบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เครื่องเสียงแทน

การใช้พลังงานและการชาร์จ

  • ฟังได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเมื่อเปิดใช้งานการตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟหรือ
    โหมดฟังเสียงภายนอก
  • เล่นภาพยนตร์ได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเมื่อเปิดใช้งานระบบเสียงตามตำแหน่ง
  • สนทนาได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ชาร์จเพียง 5 นาที สามารถใช้ฟังได้นานประมาณ 1.5 ชั่วโมง
  • การจัดเก็บใน Smart Case จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ในสถานะใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ
  • การชาร์จด้วยช่องต่อ Lightning

ของที่มาในกล่อง

คงจะเป็นธรรมเนียมของ Apple ไปซะแล้วที่จะไม่มีการแถมอะแดปเตอร์ชาร์จมาให้ หลังจากการเปิดตัว iPhone 12 เป็นต้นมา ส่วนอุปกรณ์ทั้งหมดที่อยู่ในกล่องมีดังต่อไปนี้

  • หูฟัง
  • สมาร์ทเคส
  • สาย Lightning to USB-C
  • เอกสารคู่มือ

อุปกรณ์เสริม

ในเวปไซต์ Apple นั้นมีในส่วนของอุปกรณ์เสริมโฟมรองหูแบบนุ่ม ราคา 2,290 บาท / คู่ เอาไว้เปลี่ยนทดแทน ซึ่งมีให้เลือกถึง 5 สีแบบเดียวกับหูฟัง ที่จะตามออกมาในเร็ว ๆ นี้

กำหนดวันวางจำหน่ายในบ้านเราคาดว่าจะเป็นวันที่ 15 ธ.ค. 63 สามารถเข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดได้ ที่นี่


spot_img

Latest articles

spot_img