อยากรู้ไหม? ลำโพงอะไร ที่แพงที่สุดในโลก 12 อันดับ

0

อยากรู้ไหมลำโพงอะไร ที่แพงที่สุดในโลก 12 อันดับ 

บทความนี้ คัดลอกมาจาก What Hi-Fi? โดย Simon Lucas ซึ่งตัดสินใจสืบหาลำโพงที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และราคาก็สูงลิบลิ่วจนน่าตกใจ ลำโพงส่วนใหญ่ในบทความนี้อาจเกินเอื้อมสำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไป แต่การได้เห็นลำโพงขนาดยักษ์ราคาแพงระยับที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่เรา-ท่านจะได้รับรู้ไว้ 

Final Audio : Opus 204-450,000 ดอลลาร์ 

ลำโพงน้ำหนัก 800 กก. ที่พบเห็นครั้งแรกอย่างสะดุดตาในงาน Munich High End Show เมื่อปี 2013 ”Final Audio” เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ทั้งก่อตั้ง, เป็นเจ้าของ และดำเนินกิจการโดย Kanemori Takai ตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งน่าเศร้าที่เขาเสียชีวิตลงเพียงหนึ่งปี หลังจากการเปิดตัว Opus 204   

ทั้งนี้ Takai เชื่อว่า การจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากลำโพงเหล่านี้ จำเป็นต้องติดตั้งในบ้านก่อนจึงจะเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นจึงสร้างอาคารให้รองรับลำโพงได้พอดี นั่นแหละคือ การให้ความสำคัญกับเครื่องเสียงไฮไฟเป็นอันดับแรก ลำโพงเหล่านี้อัดแน่นไว้ด้วยทราย และใช้ลำโพงกรวยอะลูมิเนียมบางเฉียบ ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 8 กรัม ต่อกรวย 

CAT : MBX Powered Speakers-500,000 ดอลลาร์ 

California Audio Technology (CAT) ระบุว่า MBX Systems ของบริษัทมีมูลค่าสูงถึง 16 ล้านดอลลาร์! ลำโพงขนาด 3.6 ม.นี้ผลิตขึ้นเองโดยมีน้ำหนักมากถึง 5 ตัน/ตัว ประกอบด้วยซับวูฟเฟอร์ขนาด 55 ซม. วูฟเฟอร์ขนาด 23 ซม. ลำโพงเสียงกลางขนาด 14 ซม. และทวีตเตอร์ขนาด 3 ซม. นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลระบุว่า ตู้ลำโพงมีความหนามากกว่า 20 ซม. และผลิตขึ้นโดยใช้กระบวนการเคลือบลามิเนต (Lamination Process) สูตรลับเฉพาะของ CAT 

นอกจากนี้ MBX Systems ยังมีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น HDF, Corian, Avonite, MBX105, หินอ่อน, หินแกรนิต, คอนกรีต, อะลูมิเนียม, สแตนเลส และไทเทเนียม ทั้งยังสามารถเลือกไดรเวอร์ได้สูงสุด 10 ตัว ต่อช่องสัญญาณ ราคาประมาณ 500,000 ถึง 16,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ  

Backes & Muller : BM 100-550,000 ดอลลาร์ 

มันคือ ลำโพงหรือตู้เย็นกันแน่? ราคาของ Backes & Müller : BM 100 ที่สูงตระหง่านนี้ยังคงอยู่ที่ประมาณครึ่งล้านดอลลาร์ ซึ่งคงต้องใช้พื้นที่พอสมควรในการตั้งวาง ด้วยความสูงถึง 230 ซม. ของลำโพงเสียงกลางขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ด้านหน้ากว้าง 1.75 ตร.ม. เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่น่าประทับใจที่สุด ลำโพงทั้งหมดล้วนเป็นแบบ Bass Jets Frame และช่วยสร้าง “กำแพงเสียง” ด้วยคลื่นเสียงเบสยาวสูงสุด 10 ม. กระจายไปทั่วความสูงของลำโพง  

Moon Audio : Signature Titan II-550,000 ดอลลาร์ 

ด้วยราคาขายปลีกที่ 520,000 ดอลลาร์สหรัฐ/คู่ “Signature Titan II” คือ ลำโพงรุ่นลิมิติด อิดิชัน ที่ Moon Audio ขนานนามว่า เป็นลำโพงตัวแรกในซีรีส์ “ผลงานศิลปะอะคูสติกฟังก์ชันลิมิติดอิดิชันสุดพิเศษ” (Ultra-Limited Edition Functional Acoustic Art Works) ลำโพงแต่ละคู่มีลายเซ็นของผู้ออกแบบ แน่นอนว่า ลำโพงแต่ละตัวทำด้วยมือ สูง 1.83 ม. และหนักกว่า 1.2 ตัน ตัวตู้ลำโพงทำจากอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน และเหล็กกล้าขาว (White Steel) เป็นส่วนใหญ่ ภายในบรรจุซับวูฟเฟอร์ 2 ตัว ไดรเวอร์เสียงกลาง 2 ตัว และทวีตเตอร์ 1 ตัว ซึ่งมีย่านความถี่สูงไปได้ถึง 90kHz และสามารถต่อสายไบ-วายด์ได้ 

Wisdom Audio : Infinite Wisdom Grande-700,000 ดอลลาร์ 

ด้วย Wisdom Audio : Infinite Wisdom Grande ระดับราคาก็ขยับขึ้นไปอีกขั้น ลำโพงรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ น้ำหนักรวมเกือบสองตัน! ซึ่ง Wisdom Audio ระบุว่า ออกแบบมาเพื่อ “ห้องหลายระดับในบ้านขนาดใหญ่ และพระราชวัง, ห้องโถงใหญ่ และห้องบอลรูม” (Multi-Level Rooms In The Largest Homes And Palaces, Great Halls And Ballrooms) ได้อย่างดีเยี่ยม 

มีตู้ลำโพงแยกสำหรับลำโพงเสียงกลาง/เสียงแหลม และลำโพงเสียงเบส ซึ่งตู้ลำโพงเสียงเบสนี้มีความสูงถึง 243 ซม. และบรรจุวูฟเฟอร์ขนาด 24×30 ซม. ได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งตู้ลำโพงเสียงเบสนี้สามารถวางซ้อนตู้ลำโพง Quasi-Ribbon/Planar-Magnetic Units ขนาด 7.5×190 ซม. จำนวน 6 ตู้ ไว้ในโครงตู้ขนาด 4 ม.โดยรวมถือว่า ตู้ลำโพงเหล่านี้สามารถให้เสียงที่มีระดับความดันเสียง (Sound Pressure Level) ได้เกิน 120 เดซิเบล 

Magico : Ultimate III-700,000 ดอลลาร์ 

ด้วยราคา 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ/คู่ Magico : Ultimate III จึงมีความสูงประมาณ 230 ซม. เป็นระบบตัวตู้อะลูมิเนียมทั้งหมด ขับเคลื่อนด้วยฮอร์น 5 ทาง มีรายงานว่า ต้องใช้แอมป์ 10 ตัว โดยมีจุดเด่นทางเทคนิคหลายประการ รวมถึงส่วนคอของฮอร์น (Throat) แต่ละตัว ซึ่งมี Compression Driver ความไวสูงเป็นจุดเด่น 

นอกจากฮอร์นที่กลึงด้วยเครื่อง CNC แล้ว ยังมี ALE Compression Driver จำนวน 6 ตัว รวมทั้งไดรเวอร์มิด/เบส และเบสสั่งทำพิเศษอีก 4 ตัว แบ่งตามครอสโอเวอร์ที่ควบคุมด้วย DSP แบบแอกทีฟ แต่ละตัวมีน้ำหนักประมาณครึ่งตัน และต้องใช้เวลาเตรียมการ 18 เดือน  

Wilson Audio : WAMM Master Chronosonic-850,000 ดอลลาร์ 

WAMM ย่อมาจาก Wilson Audio Modular Monitor และใช่แล้ว “Master Chronosonic” เหล่านี้ เป็นลำโพงแบบ หลายโมดูล สามารถปรับ Time Alignment ของแต่ละโมดูลได้ทีละ 5 ไมโครวินาที โดยที่ Wilson Audio ยืนยันว่า หากจัดวางไดรเวอร์ให้ตรงกับตำแหน่งการฟังอย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือ เสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น 

ลำโพงแต่ละตัวมีความสูงกว่า 210 ซม. ผลิตจากอะลูมิเนียมเกรดอากาศยาน และโครงสร้างแบบเปิดโล่ง (Open Architecture) ที่ออกแบบมาเพื่อลดพลังงานสะสมให้เหลือน้อยที่สุด แต่ละคู่ใช้เวลาผลิตประมาณ 10 สัปดาห์ ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจที่ Wilson Audio ผลิตเพียง 70 คู่ เท่านั้น…แต่หากว่า กำลังมองหาลำโพงที่ราคาจับต้องได้มากกว่านี้ของ Wilson Audio ขอให้ลองดู Chronsonic XVX ราคา 330,000 ดอลลาร์ดูนะครับ 

Cessaro Horn Acoustics : Omega 1-1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Cessaro Horn Acoustics ผู้เชี่ยวชาญด้านลำโพงฮอร์น มีรุ่นท็อปสุด สูง 2.8 ม. และหนัก 4.5 ตัน เผื่อคุณสงสัยว่า ระบบ Omega I ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับห้องนั่งเล่นทั่วไป ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ ลำโพงแบบนี้ติดตั้งตัวขับเสียงเบสขนาด 40 ซม. จำนวน 6 ตัว ขับเสียงฮอร์นแบบโหลดด้านหน้า (Front-Loaded Horns) ทั้งยังสามารถสั่งทำสีได้ตามใจชอบ ส่วนตู้ลำโพงและแผงข้างก็มีให้เลือกหลากหลาย  

Kharma : Grand Enigma-1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

แม้ว่า Exquisite Extreme Grand Limited Edition 25 ของ Kharma ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องเสียงระดับไฮ-เอนด์สัญชาติดัตช์ อาจดูมีราคาแพงพอสมควร โดยมีรายงานว่า ราคาอยู่ที่ 318,000 ปอนด์/คู่ แต่สำหรับ Grand Enigma นั้นสูงกว่ามาก กล่าวกันว่า ระบบนี้ผลิตขึ้นเพียงชิ้นเดียว ได้รับการออกแบบในห้องใต้ดินขนาดใหญ่ในเบลเยียม และมีราคาสูงถึงหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ…ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลำโพงรุ่นนี้ และถึงแม้ว่า พวกมันจะถูกปกปิดไว้ตั้งแต่ตอนที่ถ่ายภาพนี้ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวให้ค้นหาได้- ลึกลับจริงๆ เลยอะ 

Moon Audio : Opulence-1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Moon Audio กลับมาอีกครั้งสำหรับรายการนี้ ด้วยลำโพงที่อลังการยิ่งกว่ารายการแรก และยังผลิตเพียงแค่ 10 คู่ เท่านั้น ด้วยต้นทุน 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี ‘Dark Star’ ที่ให้เสียงอันน่าสะพรึงกลัวเป็นลำโพงคู่ใจ 

บริษัทอ้างว่า มี “ทางเลือกที่สองในการสัมผัสกับประสบการณ์การฟังเพลง ซึ่งเป็นอิสระจากตัวขับเสียงในลำโพง และถ่ายทอดเสียงเพลงเข้าสู่สมองของผู้ฟัง โดยไม่ผ่านหู” ทว่าก็ไม่ทราบแน่ชัดว่า มันทำงานอย่างไร? แต่ก็มั่นใจได้ว่า หูจะไม่ล้าสมัยในตอนนี้ 

Transmission Audio : Ultimate-2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Transmission Audio ภูมิใจใน Ultimate มากทีเดียว ถึงกับบอกว่า ถ้าจะเปรียบเทียบกับรถสปอร์ต คงต้อง “รวมสเปกของ Ferrari, Mazerati และ Koenigsegg ไว้ในแชสซีเดียวกัน” 

คู่ที่สมบูรณ์ พร้อมเครื่องขยายเสียงนั้นราคาแพงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประกอบด้วยส่วนประกอบมากมายที่รวมอยู่ในชุดสเตริโอสองช่องสัญญาณเต็มรูปแบบ : Dipole Subwoofers 4 ตัว ซึ่งแต่ละตัวประกอบด้วยองค์ประกอบ Ultra Class ขนาด 38 ซม. จำนวน 10 ชิ้น ; Dipole Woofers 2 ตัว (แต่ละตัวต่อช่องสัญญาณ) โดยแต่ละตัวประกอบด้วย Ultra Low Distortion 24 ชิ้น ; Wide Band Woofers ขนาด 20 ซม. ; แผงตัวขับเสียง Dipole MF/HF Ribbon Panels 4 แผง (2 แผง ต่อช่องสัญญาณ) โดยแต่ละแผงประกอบด้วยแถบริบบอนกว้าง 5 ซม. ยาว 14 ม. และแผงตัวขับเสียง Dipole HF Super Ribbon Panels 2 แผง (หนึ่งแผงต่อช่องสัญญาณ) โดยแต่ละแผงประกอบด้วยริบบอนกว้าง 2.5 ซม. ยาว 2 ม. ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันสูงกว่า 2.1 ม. 

Hart Audio : D&W Aural Pleasure-5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

…ขยี้ตาเท่าไหร่ก็ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ลำโพงสุดสวยคู่นี้ เปลี่ยนไปเลย สำหรับราคา 5 ล้านเหรียญสหรัฐ/คู่ ซึ่งถ้าเรามีลำโพงนี้ใช้งานอยู่แล้ว ก็คงไม่กล้าใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้หรอกนะ เพราะกลัวว่า จะเกิดความเสียหาย…แล้วอะไรที่ทำให้ลำโพงคู่นี้มีราคาแพงนักรึ? ซึ่งก็คงบอกได้ว่า เป็นเพียงคาดเดา ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับตู้ลำโพงขนาด 76 ซม. ที่หล่อด้วยทอง 24 กะรัต!!! 

                                         …………………………………………………………