รีวิว NAD C 658 – BluOS Streaming DAC

DAWN NATHONG

C 658 เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มดีทูเอคอนเวอร์เตอร์ / ปรีแอมป์รุ่นแรกของ NAD ที่ติดตั้งภาคเน็ตเวิร์ค BluOS Streaming จากโรงงานอยู่ภายในเครื่องเลย ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีแต่กลุ่มอินทเกรตแอมป์อนุกรมสูงอย่าง M10 และ M33 เท่านั้น ก็ถือเป็นเรื่องดีเลยทีเดียวเพราะมีราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น (NAD C 658 ราคาลดแล้วอยู่ที่ 59,000 บาท) เหมาะสำหรับใครที่มีเพาเวอร์แอมป์คุณภาพสูงไว้ใช้งานอยู่แล้วและต้องการมองหาอุปกรณ์เล่นมิวสิคสตรีมมิ่งคุณภาพดีที่มีภาคปรีแอมป์มาให้ด้วยในตัว

ตัว NAD C 658 นั้นออกแบบอยู่บนพื้นฐานเดียวกับผลิตภัณฑ์อนุกรม Classic ใหม่อย่างอินทิเกรตแอมป์ C 368 หรือ C 388 ที่เป็นระบบโมดูลล่าร์ ที่ด้านหลังของเครื่องจะมีสล็อต 2 ช่องสำหรับใส่โมดูล MDC เพื่ออัพเกรดฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มเติม ในกรณีของ C 658 หนึ่งในโมดูลอัพเกรดที่ออกมาแล้วคือ MDC HDM-2 (กรุณาสอบถามรายละเอียดจากตัวแทนจำหน่าย) เป็น HDMI สวิตชิ่งโมดูลที่จะทำให้ C 658 รองรับการเชื่อมต่อ HDMI Control และ ARC ที่รองรับ 4K@60 4:4:4 และ HDCP 2.2 ได้

รายละเอียดที่น่าสนใจ

NAD C 658 รองรับการเชื่อมต่อทุกรูปแบบ จัดการไฟล์เพลง สตรีมมิ่งเซอร์วิส และการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย BluOS ซอฟท์แวร์ ภาคถอดรหัสใช้ชิพ ESS Sabre ซึ่งในสเปคไม่ได้ระบุรุ่นเอาไว้ แต่จากข้อมูลของ Bob Moran ผู้เชี่ยวชาญพิเศษของ NAD ระบุว่าเป็นชิปรหัส ES9028 รองรับแซมปลิ้งเรท 32bit / 384kHz รวมถึงมี MQA Full Decoder ที่สามารถคลี่ (Unfold) ข้อมูลของไฟล์ MQA ออกมาได้จนสุดทาง

ภาคปรีแอมป์ในส่วนของโวลุ่มทำงานอยุ่บนดิจิทัลโดเมนทั้งหมด เป็นดิจิทัลโวลุ่มที่ปราศจากการตัดทอนสัญญานเสียงแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน NAD Master ซีรียส์ ให้ความละเอียดสเต็ปละ 0.5 ดีบี และให้ระดับของการเพิ่ม-ลดระดับความดังเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ใช่กดนิดเดียวดังไปหรือค่อยเกินไป ส่วนของช่องปรีแอมป์เอาท์พุตมีให้มาทั้งแบบบาล้านซ์ XLR และอันบาล้านซ์ RCA

มีฟังชั่น Dirac Live Room Correction สำหรับปรับชดเชยสภาพอคูสติกส์ของห้องผ่านการวัดด้วยไมโครโฟนที่แถมมาด้วย โดยซอฟท์แวร์ Dirac Live ที่แถมมาจะเป็นเวอร์ชั่น Lite ที่ปรับได้เฉพาะย่านความถี่ต่ำเหมือนกับรุ่น M10 ซึ่งสามารถซื้อตัวเวอร์ชั่นเต็มเพิ่มเติมได้ทีหลัง มีภาครับ-ส่งบลูทูธ aptX HD, พร้อมภาคโฟโนสเตจสำหรับหัวเข็มแบบ MM และภาคเฮดโฟนแอมป์แบบ High Current และยังมีช่องต่อซับวูฟเฟอร์เอาท์พุต 2 ช่องที่เลือกปรับจุดดัดความถี่ต่ำได้

การเซ็ตอัพและติดตั้ง

หลังจากต่อสายเชื่อมต่อทั้งหมดเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อย อันดับแรกหลังจากเปิดสวิตช์เครื่องของ C 658 ขึ้นมาแล้วให้ทำการเข้าเมนู Setting เพื่อทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสียก่อน (กรุณาดูรายละเอียดจากคู่มือ)

โดยเฟิร์มแวร์ล่าสุดที่ผู้เขียนทำการอัพเดตนั้นคือ BluOS firmware 3.12.6 ซึ่งเป็นเฟิร์มแวร์ที่รองรับฟังก์ชั่น TIDAL connect เป็นที่เรียบร้อย สามารถใช้แอพ TDAL บนมือถือเป็นรีโมทเพื่อควบคุมการเล่น TIDAL บนเครื่อง C 658 ได้โดยตรง (คล้ายกับ Spotify connect) โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอพ BluOS ก่อนเพื่อเล่น TIDAL อีกต่อไปและรองรับการเล่นไฮเรสกับ MQA ได้เหมือนปกติ

ส่วนของการทำมิวสิคไลบรารี่ สแกนเพลงจากคอมพิวเตอร์หรือ NAS ผ่านระบบเน็ตเวิร์คก็เหมือนกับรุ่นอื่น คือเข้าไปในเมนูย่อย Network shares และทำการค้นหา ซึ่งโดยปกติจะทำการค้าหาให้โดยอัตโนมัติและรอเวลาในการทำ Index ในคลังเพลงให้เรียบร้อย (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับจำนวนเพลง) แต่ในกรณีที่หาโฟลเดอร์ไม่พบก็สามารถพิมพ์แอดเดรสของโฟลเดอร์ที่แชร์เพลงไว้แบบแมนน่วลเข้าไปได้เลย

โดย C 658 จะรองรับไฟล์ไฮเรสในฟอร์แมต MQA, FLAC, WAV, AIFF ส่วนไฟล์ DSD ตัวซอฟท์แวร์ BluOS (บนเดสท็อป) จะทำการแปลงให้อยู่ในรูปแบบไฟล์ FLAC 24bit / 88.2kHz แทน ดังนั้นถ้าใครต้องการจะเล่นไฟล์ที่เป็น DSD บน C 658 ต้องเก็บไฟล์ไว้บนคอมพิวเตอร์ที่ลงแอพ BluOS เพื่อทำการเปลงเป็น Flac ก่อนเท่านั้น

ผู้เขียนเซ็ตอัพ C 658 ให้ทำงานในรูปแบบของแด็ค / ปรีแอมป์เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับเพาเวอร์แอมป์ NAD 216THX ซึ่งค่าเริ่มต้นของโวลุ่มจากโรงงานจะมาเป็น Variable ซึ่งสามารถเพิ่ม-ลดระดับเสียงได้อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการจะใช้งาน C 658 เป็นแด็คเพียว ๆ จำเป็นต้องเข้าไปปรับตั้งค่าโวลุ่มให้เป็น Fixed เสียก่อน ซึ่งแต่ละอินพุตนั้นปรับแยกกัน ค่อยนำไปต่อเข้ากับปรีแอมป์หรืออินทิเกรตแอมป์อีกที

ส่วนการเลือกใช้ฟังกชั่น Dirac Live ให้ได้ประสิทธิภาพ ผู้เขียนแนะนำว่าควรจะเซ็ตลำโพงในห้องให้อยู่ในตำแหน่งที่เราพอใจมากที่สุดเสียก่อน จากนั้นค่อยใช้ไมค์วัดเสียงวางบนขาตั้ง และปรับตำแหน่งให้ตรงกับตำแหน่งนั่งฟังและอยู่ในระนาบเดียวกับหูผู้ฟัง ก่อนทำการคาลิเบรทระดับความดังของเสียงเทสโทนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ไมค์สามารถวัดค่าแต่ละตำแหน่งออกมาได้อย่างถูกต้องมากที่สุด จากนั้นจึงทำการเลือกปรับแต่งเฉพาะย่านความถี่ที่มีปัญหาจริง ๆ หากห้องฟังมีปัญหารุนแรงด้านอคูสติกส์ Dirac Live ก็จะช่วยแก้ไขการตอบสนองความถี่ของลำโพงในห้องให้ราบเรียบ และมีรายละเอียดเสียงที่เคลียร์ชัดเจนขึ้น

เสียง

โทนเสียงของ C 658 ยังคงคล้ายคลึงกับอินทิเกรตแอมป์ Classic ซีรียส์รุ่นใหม่ของ NAD ที่เน้นความใสสะอาดของน้ำเสียงเป็นแก่น ให้พื้นเสียงที่มีความสงัดปลอดสัญญานรบกวน ทำให้อิมเมจของชิ้นดนตรีสกัดหลุดลอยออกมาจากฉากหลังได้เด็ดขาดไม่คลุมเครือ มีความเป็นกลางในน้ำเสียงสูง สามารถแสดงความแตกต่างของโทนเสียงเวลาเปลี่ยนอุปกรณ์ในระบบได้ค่อนข้างชัดเจน

เนื้อเสียงนอกจากสะอาดแล้วยังแน่น ผิวเสียงเกลี้ยงเกลา ไม่ถึงกับเนียนละเอียดเป็นผงแป้งเหมือนพวกแอมป์เพียวคลาสเอ แต่ก็ไม่มีความหยาบกระด้างแฝงอยู่ให้รำคาญหู ให้เวทีเสียงกว้าง โอ่โถง อิมเมจของเสียงออกไปทางกระชับแน่น มีช่องว่างช่องไฟที่ชัดเจน

นอกจากนี้ด้วยความเป็นกลางและเที่ยงตรงของ C 658 ทำให้สามารถแม็ตชิ่งกับเพาเวอร์แอมป์ได้หลากหลาย นอกจากเพาเวอร์แอมป์สเตอริโอ NAD C 298 ที่ใช้ภาคขยาย Class D เทคโนโลยีใหม่ Purifi Eigentakt™ ซึ่งทางบริษัทตั้งใจออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันแล้ว ผู้เขียนพบว่ากับเพาเวอร์แอมป์รุ่นเก๋าอย่าง NAD 216THX ก็เข้ากับ C 658 ได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย สังเกตุได้จากการควบคุมไดนามิกดัง-เบาของบทเพลงนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นในทุกระดับความดัง เนื้อเสียงอิ่มแน่นสมบูรณ์

หากใครที่มีเพาเวอร์แอมป์รุ่นเก่าเก็บสะสมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น NAD หรือแบรนด์อื่น ๆ ลองเอามาจับคู่กับ C 658 ดูเถิด มันอาจจะช่วยชุบชีวิตให้เพาเวอร์แอมป์รุ่นเก๋า กลับมาโลดแล่นในโลกของดิจิทัลสตรีมมิ่ง โดยยังคงเสหน่ห์เพาเวอร์แอมป์ตัวเก่งของคุณเอาไว้ได้อย่างน่าฟัง

ก่อนที่จะได้ C 658 มาทดสอบผู้เขียนเคยทดลองภาคปรีแอมป์ของอินทิเกรต C 368 ไปแม้จะมีคุณภาพเสียงที่ดีแต่ก็ไม่โดดเด่นไปกว่าการใช้งานเป็นอินทิเกรตแอมป์ตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับภาคปรีเอาท์ของอินทิเกรตแอมป์ Bryston B-60 แต่กับ C 658 นั้นให้คุณภาพเสียงที่ “ดีกว่า” B-60 ชัดเจน โดยเฉพาะความโปร่งสะอาดและรายละเอียดหยุมหยิม แถมด้วยความนุ่มนวลและต่อเนื่องลื่นไหลแบบพอเหมาะพอเจาะ ถูกที่ถูกทาง ไม่ทำลายเนื้อหาสาระสำคัญของดนตรี ลองฟังแทร็คที่มีเสียงเครื่องสายอย่างพวกเชลโลหรือไวโอลินดู

การใช้งาน C 658 ร่วมกับ Roon นั้นเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็กต์มาก จะด้วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์ตัวล่าสุดหรืออะไรก็แล้วแต่ ผู้เขียนรู้สึกว่ามันทำให้ C 658 สำแดงประสิทธิภาพที่แท้จริงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จริงอยู่ว่าแม้การใช้แอพ BluOS ที่ออกแบบมาด้วยกันจะดีมากอยู่แล้ว แต่เมื่อใช้งานร่วมกับ Roon โดยแอพจะมองเห็น C 658 (รองรับ roon ready) เป็น Endpoint โดยอัตโนมัตินั้น จะให้น้ำเสียงที่กลมกลึง อิ่ม มีน้ำมีนวลมากขึ้นไปอีกระดับ

ไฮไลท์อีกอย่างที่น่าสนใจคือการงาน TIDAL connect นั้นทำให้การเล่นสตรีมมิ่งมิวสิคจาก TIDAL นั้นมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่เวลาจะเล่น TIDAL จะต้องเล่นผ่านแอพ bluOS หรือ Roon คราวนี้แค่หยิบมือถือขึ้นมาเปิด TIDAL แล้วเลือกอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อบนเมนูของเล่นเพลงของ TIDAL ได้เลย (หลักการคล้าย ๆ กับ Spotify) แถมได้คุณภาพเสียงที่ดีและลัดตรงที่สุด เพราะเราเพียงแค่ใช้แอพ TIDAL บนมือถือเป็นตัวสั่งงาน (รีโมท) เพื่อให้เล่น TIDAL บนตัว C 658 โดยตรง

หรือหาใครอยากจะเล่น YouTube Music หรือมิวสิคแอพอื่น ๆ ที่ไม่มีในตัว แอพ BluOS ก็สามารถสตรีมผ่านบลูทูธคุณภาพสูงระดับ AptX HD ในตัว C 658 แทนได้เช่นกัน แถมเสียงดีกว่า AptX ธรรมดา ใสสะอาด ชัดเจน โฟกัสชัด (มือถือต้องส่งบลูทูธเป็น AptX HD ได้ด้วย)

สรุป

NAD C 658 เป็นปรีแอมป์ที่มีควานน่าสนใจสำหรับงบประมาณไม่เกิน 7-8 หมื่นบาท ในแง่คุณภาพเสียงที่โปร่งใส สะอาด มีความเป็นกลางสูง แม็ตชิ่งกับชุดเครื่องเสียงอื่นได้ง่ายและไม่ไปกลบเกลื่อนบุคลิกเสียงของอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน เหมาะสำหรับใครที่อยากอัพเกรดชุดเครื่องเสียงเดิมให้เล่นสตรีมมิ่งมิวสิคได้ โดยมีฟังก์ชั่นปรีแอมป์คุณภาพสูงในตัว มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุม ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ของแถม รวมถึงมีฟังก์ชั่นล้ำ ๆ อย่าง Dirac Live ที่ใช้แก้ปัญหาอคูสติกส์ของห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำให้หาโอกาสทดลองฟังสักครั้งครับ

ขอขอบคุณ บริษัท Conice Electronic โทร. 02 276 9644 ที่เอื้อเฟื้อสินค้าสำหรับการทดสอบ