Network Switch ออดิโอเกรดเพิ่มคุณภาพสตรีมมิ่งได้อย่างไร?

DAWN NATHONG

ผู้เขียนเคยเขียนบทความถึงเทรนด์การเล่นสตรีมมิ่งยุคนี้ไว้ว่า เน็ตเวิร์คสวิตช์แบบออดิโอเกรดจะกลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมสำคัญ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำหรับผู้ที่ต้องการรีดเร้นประสิทธิภาพของการฟังหรือชมสื่อดิจิทัลมีเดียผ่านการสตรีมมิ่งแบบจริงจังกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงผ่านคลาวด์เซอร์วิสด้วย TIDAL, Qobuz, Spotify หรือการชมภาพยนตร์ผ่านผู้ให้บริการอย่างเช่น Netflix, Apple TV หรือแม้แต่ YouTube ก็ตาม

แม้ว่าการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คผ่าน Router มายังเน็ตเวิร์คสวิตช์ทั่วไปด้วยสายแลนนั้นจะทำหน้าที่ตามมาตรฐานของมันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ด้านคุณภาพนั้นถือว่ายัง “ไม่สุด” ที่จะนำมาใช้งานร่วมกับซิสเต็มดูหนังฟังเพลงของนักเล่นที่พิถีพิถันในรายละเอียด แถมการนำอุปกรณ์ที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับใช้งานกับเครื่องเสียงโดยเฉพาะนั้น อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ตลอดระยะเวลาที่ผู้เขียนได้สัมผัสกับคุณภาพการเล่นสตรีมมิ่งผ่านอินเตอร์เน็ต พบว่าคุณภาพโดยรวมนั้นยังเป็นรองการเล่นไฟล์จาก NAS ที่บ้านอยู่เสมอ ๆ มากบ้างน้อยบ้างตามคุณภาพของอุปกรณ์ที่นำมาทดสอบ สามารถฟังออกได้อย่างชัดเจนไม่ใช่อุปาทานแต่อย่างใด

สาเหตุที่คุณภาพการเล่นสตรีมมิ่งผ่านอินเตอร์เน็ตด้อยกว่า มาจากสองเหตุผล หนึ่งคือชุดข้อมูล (Packet) ต่าง ๆ นั้นถูกรบกวนจากการส่งผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่เซิฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย เช่น คอมพิวเตอร์, เร้าท์เตอร์, สวิตช์ และจุดเชื่อมต่อสารพัด กว่าจะส่งมาถึงบ้านของเรา รวมถึงคุณภาพเทคโนโลยีในการอัพสตรีมเครือข่ายของผู้ให้บริการด้วยว่าดีแค่ไหน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหา Packet Loss จากค่า Latency ที่มีความผันผวนสูงหรือ Jitter นั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น TIDAL นั้นก็เคยมีกรณีที่เซิฟเวอร์ของผู้ให้บริการมีปัญหา มีอาการหน่วงหรือค้างเวลาเล่นเพลงให้เห็นอยู่บ่อย ๆ หรืออย่างการใช้ Video call จังหวะที่ Jitter พุ่งขึ้นสูง ก็จะทำให้ภาพสะดุด เสียงสนทนาจะขาดหายไปในบางจังหวะ ซึ่งปัจจัยจาก “ต้นทาง” เหล่านี้ไม่สามารถควบคุมได้และไม่ค่อยจะเสถียรนัก

เหตุผลที่สอง เน็ตเวิร์คสวิตช์ที่ใช้ในวงการ IT เกรดทั่วไป แม้จะนำมาใช้งานกับชุดเครื่องเสียงได้ก็จริง แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นขจัดสัญญาณรบกวนต่าง ๆ แถมตัวมันเองก็มีโอกาสที่จะเพิ่มสัญญาณรบกวนเข้าไปในระบบจากภาคจ่ายไฟสวิตชิ่งคุณภาพต่ำ

เน็ตเวิร์คสวิตช์ออดิโอเกรดจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะออกแบบมาเพื่อเน้นจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้โดยตรง ส่วนของใครจะได้ผลมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของผู้ผลิต

ในทางปฏิบัติ การวัดค่าด้วยเครื่องมือดิจิตอลอาจไม่เห็นผลเปลี่ยนแปลงในทางตัวเลขชัดเจน แต่สำหรับการฟังเพลง เราสามารถฟังออกด้วยหูว่าเสียงนั้นมีความแตกต่าง โดยส่วนใหญ่จะถูกปรับปรุงในด้านความนิ่ง สะอาด เป็นตัวตนของเสียง เหมือนดังกับการผลิตเครื่องเสียงชั้นดีทั้งหลายที่แม้จะวัดค่าออกมาได้ตามมาตรฐานที่กำหนดแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องอาศัยการฟังทดสอบด้วยหูเพื่อจูนเสียงในท้ายสุดอยู่ดี

นอกจากนี้ท่านใดที่ชมภาพยนตร์ผ่านสตรีมมิ่งก็จะทำให้ภาพสวย สีสันถูกต้องมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสามารถดูออกง่าย ๆ ด้วยตาเปล่าเช่นเดียวกัน

ของแบบนี้สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นหรือหูฟัง ขอเพียงลองด้วยตัวเองให้รู้ชัดแจ้งเสียก่อน แล้วถึงค่อยตัดสินเท่านั้นเอง