


* ชุดลำโพงในภาพคือ ระบบลำโพงมอนิเตอร์ระดับสตูดิโออ้างอิงขนาดใหญ่ (Main Studio Monitoring System) รุ่นตำนานอย่าง Quested: HM412 (หรือรุ่นย่อยเช่น HM412FS) วางคู่กับตู้ซับวูฟเฟอร์ด้านล่าง ตู้บนประกอบด้วยวูฟเฟอร์ขับเสียงเบสขนาด 12 นิ้วถึง 4 ดอก, เสียงกลาง (Midrange) และทวีตเตอร์เสียงแหลม (Tweeter) จัดวางแบบสมมาตร เพื่อให้มิติเสียงแม่นยำ โดยเป็นลำโพงระบบ Active/Passive ที่ต้องใช้แอมป์ภายนอกกำลังขับสูงมากในการควบคุม มักจะฝังอยู่ในผนังห้องบันทึก หรือวางตั้งพื้นในห้องควบคุมขนาดใหญ่ เพื่อใช้มิกซ์เสียงและมาสเตอริ่งภาพยนตร์หรือดนตรีที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงสุด
** The Quested HM412FS, a large 5-way system, is like a high-precision magnifying glass that reveals every detail of the sound, making it an important reference for many high-end recording studios
ขอเกริ่นนำว่า บังเอิญไปสะดุดตากับรูปลำโพงรุ่นหนึ่งบน Instagram เข้าอย่างจัง ซึ่งด้วยประสบการณ์จากความคุ้นชินเมื่อเห็นโครงสร้างหน้าตาดอกลำโพงที่เป็นห้าแฉกแยกเหมือนก้านแม็กซ์รถยนต์ของตัวลำโพงวูฟเฟอร์ จึงคิดว่า เป็นรุ่นใหม่ของแบรนด์ PMC หรืออย่างไร? แต่ทำไม? ถึงไม่ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับรูปลำโพงรุ่นนี้จาก PMC …คิดอีกที หรือว่านี่เป็นรุ่นลับเฉพาะ ‘Customized monitor system’ ของ PMC กระนั้นรึ?
ซึ่งใครก็ตามที่คิดแบบผมนั้น ปรากฏว่า ‘ผิด’ ครับ เพราะลำโพงในรูปบน Instagram นั้น มิใช่เป็นของแบรนด์ PMC แต่อย่างใดนะขอรับฯพณฯท่าน จากการสืบค้นข้อมูล ทำให้ทราบว่า เป็นลำโพงรุ่น “ HM412FS ” – 5-way custom monitoring system ของแบรนด์ Quested Monitoring Systems ซะงั้น – นั่นแสดงว่า Quested Monitoring Systems กับ PMC (Professional Monitor Company) นั้น ‘ใจตรงกัน’ แบบเป๊ะ ๆ ที่เลือกใช้เบสไดรเวอร์ของ VOLT …เด๊ะ ๆ โอ้ โฮ เฮะ
Quested Monitoring Systems (เรียกสั้น ๆ ว่า Quested) นั้นเป็นแบรนด์อังกฤษแท้ ๆ และยืนยันว่า ยังคงประกอบและผลิตอย่างสมบูรณ์ในอังกฤษอยู่ ณ ปัจจุบัน สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ตั้งอยู่ที่ Finnimore Trading Estate เมือง Ottery St Mary ในแคว้น Devon ประเทศอังกฤษ ซึ่งที่นี่ยังเป็นโรงงานและฐานการผลิตหลักในปัจจุบันของผลิตภัณฑ์ Quested ลำโพงทุกคู่ของ Quested ตั้งแต่รุ่นเล็กแบบวางหิ้ง (เช่น ซีรีส์ S-Series, V-Series) ไปจนถึงรุ่นยักษ์สำหรับฝังผนังห้องบันทึก ยังคงใช้กระบวนการ Handcrafted (ผลิตด้วยมือ) โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษในโรงงานแห่งนี้
“Quested” ได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ปี 1985 โดย Roger Quested อดีตซาวด์เอ็นจิเนียร์และโปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงมาตั้งแต่ยุค 60s ซึ่งก่อนจะมาทำลำโพง ‘Roger Quested’ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นเด็กฝึกงานคุมม้วนเทป (Tape Operator) ที่สตูดิโอชื่อดังอย่าง Olympic Studios ในปี 1968 และได้ไต่เต้าจนกลายเป็นผู้ช่วยและวิศวกรเสียงเต็มตัว เขาได้ร่วมงานในอัลบั้มเปิดตัวของวง Led Zeppelin (Led Zeppelin I) ร่วมกับ Glyn Johns รวมถึงทำการมิกซ์เสียงและบันทึกเสียงให้ศิลปินระดับประวัติศาสตร์มากมาย เช่น The Rolling Stones, Pink Floyd (ในอัลบั้ม Obscured by Clouds), The Kinks, Cat Stevens, Paul Simon, John Denver
…จากการทำงานในสตูดิโอต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน ทำให้ Roger พบปัญหาว่า ลำโพงมอนิเตอร์ในยุคนั้นส่วนใหญ่ยังให้เสียงที่ไม่เที่ยงตรงพอ มิติสเตอริโอไม่ชัดเจน และทำให้หูล้าได้ง่ายเมื่อทำงานติดต่อกันนาน ๆ เขาจึงเริ่มหันมาศึกษาด้านอะคูสติกและทดลองออกแบบลำโพงไว้ใช้เองในสตูดิโอที่เขาทำงานอยู่ ต่อมาในปี 1985, Roger ตัดสินใจเปิดบริษัท Quested Monitoring Systems อย่างเป็นทางการ โดยรุ่น Quested Q212 นับเป็นลำโพงระดับโปรดักชันรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งถูกนำไปติดตั้งใช้งานที่ Rooster Studios ในกรุงลอนดอนเป็นที่แรก
สิ่งที่ทำให้ “Quested” แตกต่างและโด่งดังขึ้นมาในทันที คือ การเลือกใช้เทคโนโลยี Soft Dome Drivers (ตัวขับเสียงกลาง/แหลมแบบ โดมผ้าเนื้อนุ่ม) ซึ่งสวนกระแสกับเทรนด์ในยุคนั้นที่มักนิยมใช้ Compression Drivers (ไดรเวอร์แบบ ฮอร์น/ปากแตรที่มีแรงอัดสูง) ลำโพงของ Quested จึงขึ้นชื่อเรื่องน้ำเสียงที่เป็นธรรมชาติอย่างเหลือเชื่อ มีมิติเวทีเสียงที่กว้างลึก จนรู้สึกเหมือนลำโพงล่องหนหายไป เหลือไว้เพียงเสียงดนตรีที่สมจริง
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นตราประทับความสำเร็จของแบรนด์เกิดขึ้นในปี 1986 เมื่อ Roger Quested ได้รับหน้าที่ออกแบบระบบลำโพงให้กับสตูดิโอแห่งใหม่ของ Hans Zimmer (คอมโพสเซอร์ภาพยนตร์ระดับโลกเจ้าของรางวัลออสการ์) ที่มีชื่อว่า Lillie Yard …ความประทับใจในครั้งนั้นทำให้ Hans Zimmer กลายเป็นพันธมิตรและผู้ใช้งานหลักของ Quested มาอย่างยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ จนถึงปัจจุบันที่ศูนย์สร้างสรรค์ดนตรีภาพยนตร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ของเขาอย่าง Remote Control Productions ในแคลิฟอร์เนีย ก็ยังคงใช้ระบบลำโพงมอนิเตอร์ของ Quested เป็นหลักในการทำเพลงประกอบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวูด ส่งผลให้เหล่านักแต่งเพลงชื่อดังในเครือข่าย เช่น Harry Gregson-Williams ต่างก็เลือกใช้ Quested ตามไปด้วย
เอกลักษณ์ของ Quested จากการเติบโตแบบ “ปากต่อปาก”
นับเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับไฮ-เอนด์ไม่กี่แบรนด์ที่ไม่เน้นการทำโฆษณา หรือการตลาดที่หวือหวา ทว่า “Quested” สร้างชื่อเสียงผ่าน คำแนะนำแบบปากต่อปากของเหล่าโปรดิวเซอร์, เอ็นจิเนียร์ และศิลปินระดับแถวหน้าของโลก โดยสตูดิโอชั้นนำระดับโลกอย่าง Abbey Road Studios และ SARM West Studios (ของ Trevor Horn) ต่างก็เลือกใช้ Quested ในห้องอัดเสียงหลักของตนเอง
ลำโพงทุกคู่ของ Quested ล้วนได้รับการผลิตอย่างพิถีพิถัน ไดรเวอร์ทุกตัวต้องผ่านการคัดสรร และจับคู่แมตช์ค่าพารามิเตอร์อย่างละเอียด (Calibrated) เพื่อให้มั่นใจว่า เสียงที่ได้จะมีความเที่ยงตรงสูงสุดตามมาตรฐานที่ Roger วางรากฐานไว้ นอกจากจะใช้ในงานสตูดิโอระดับอาชีพแล้ว ในยุคหลังแบรนด์ยังได้ขยายไลน์สินค้าไปสู่ระบบ Home Theater ระดับ Ultra-Luxury (เช่นตระกูล Z-Series) เพื่อนำเสียงระดับอ้างอิงของสตูดิโอฮอลลีวูดเข้ามาสู่บ้านพักอาศัยส่วนบุคคลอีกด้วย
ปรัชญาความเที่ยงตรงที่ Quested เน้นย้ำอย่างหนักแน่น นั่นคือ ลำโพงสองข้างในรุ่นเดียวกัน จะต้องมีลักษณะอะคูสติกภายในที่เสียงเหมือนกันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเหตุนี้ ลำโพงทุกคู่จึงต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกไดรเวอร์ทีละตัว และทำการ Calibrate (ปรับแต่งและวัดค่าเสียงอย่างละเอียด) โดยวิศวกรเสียงชาวอังกฤษก่อนจะทำการประกอบและบรรจุลงกล่องเพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แบบเน้นจำนวน (Mass Production) ไม่สามารถทำได้ ลำโพงของ Quested จึงเปรียบเสมือนงานศิลปะทางวิศวกรรมเสียง (Acoustic Engineering) ที่เป็นของกลุ่มศิลปินและสตูดิโอระดับโลกอย่างแท้จริง
ดอกลำโพงชั้นหัวกะทิที่คัดสรรสุดยอดจากแบรนด์ Volt Loudspeakers
ในส่วนของดอกลำโพง หรือไดรเวอร์ตัวขับเสียง ที่มีโครงสร้างแปลกตาเป็นแฉก ๆ เหมือนก้านแม็กซ์รถยนต์ของลำโพงขับเบสที่เราเห็นใช้อยู่ใน Quested และ PMC นั้น – ไม่ใช่เทคโนโลยีที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งลอกเลียนแบบกัน หรือหยิบจับของอีกฝ่ายมาพัฒนาต่อยอดแต่อย่างใด ทว่าทั้ง Quested และ PMC ต่างเลือกซื้อไดรเวอร์ตัวขับเสียงต่ำ หรือ วูฟเฟอร์มาจากผู้ผลิตซัพพลายเออร์รายเดียวกัน (ในลักษณะของ OEM) นั่นคือบริษัท Volt Loudspeakers แบรนด์ผู้ผลิตไดรเวอร์ระดับพระกาฬของประเทศอังกฤษนั่นเอง
โครงสร้างก้านแปดแฉกนี้ถูกคิดค้นและจดสิทธิบัตรในปี 1990 โดย David Lyth ผู้ก่อตั้งบริษัท Volt Loudspeakers เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดของลำโพงระดับสตูดิโออ้างอิงและงานคอนเสิร์ต นั่นคือ “Power Compression” (ความร้อนสะสมย่านเบส) …ทั้งนี้ขดลวดวอยซ์คอยล์และแม่เหล็กของลำโพงโดยทั่วไปจะซ่อนอยู่ภายในตู้ลำโพง เมื่อเปิดเสียงดังเป็นเวลานาน ความร้อนจะสะสมอยู่ข้างในตู้ ส่งผลให้ค่าความต้านทานสูงขึ้น เสียงเบสจะเริ่มเพี้ยน เบลอ และพลังเสียงลดลง (เบสหาย)
ในขณะที่ Volt พลิกแพลงด้วยการย้ายโครงสร้างอะลูมิเนียมหล่อ (Die-cast Chassis) มาโอบอุ้มไว้ที่ด้านหน้าของดอกลำโพง โดยยึดก้านแฉกตรงเข้ากับใจกลางชุดแม่เหล็กโดยตรง อันเป็นจุดกำเนิดเทคโนโลยี Radial™ ของ Volt ด้วยโครงสร้างแปดแฉกด้านหน้าทำหน้าที่เป็น “ซิงค์ระบายความร้อน” (Massive Heatsink) ออกสู่อากาศภายนอกตู้โดยตรง ทำให้วอยซ์คอยล์ลำโพงเย็นลงกว่าลำโพงทั่วไปถึง 50% เบสจึงนิ่ง สะอาด และคงเส้นคงวาแม้จะเปิดใช้งานยาวนานข้ามวันข้ามคืน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Quested และ PMC กับ Volt Loudspeakers
ซึ่งด้วยหน้าตาตัวขับเสียงเบสที่มีก้านแปดแฉกโผล่ออกมาด้านหน้าของทั้งแบรนด์ Quested และ PMC ที่ “เหมือนกัน” เพราะใช้หัวใจในการขับขานย่านเสียงต่ำจากสำนัก Volt แห่งลอนดอนเหมือนกัน แต่เสียงที่ได้นั้น “ต่างกัน” เพราะ Quested นำไปจูนใช้กับระบบตู้เปิด (Bass Reflex) ส่วน PMC นำไปทำงานร่วมกับท่อทางเดินเสียงขนาดยาวแบบเขาวงกตที่เรียกว่า Advanced Transmission Line (ATL) ของตัวเอง
ทั้ง Quested และ PMC นับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบตู้ลำโพง, วงจรครอสโอเวอร์ และระบบอะคูสติกภายในห้องบันทึก (Studio monitor) แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ผลิตดอกลำโพงขับเบสเป็นของตัวเองตั้งแต่ต้น โดยที่ “Quested” เลือกใช้ไดรเวอร์ย่านเสียงต่ำแบบ Radial Technology ของ Volt มาอย่างยาวนานหลายสิบปีในลำโพงมอนิเตอร์ระดับ Main Monitor ตัวท็อป (รวมถึงตู้รุ่นยักษ์อย่าง HM412 ที่อยู่ในภาพข้างต้น) ส่วนทาง “PMC” ก็นิยมเลือกใช้บริการไดรเวอร์เบสระดับสั่งทำพิเศษ (Custom made) จาก Volt ในตระกูลสตูดิโอ มอนิเตอร์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน (อย่างเช่นรุ่นยอดฮิต PMC MB2 SE หรือ MB3)
จุดตัดความถี่ (Crossover Points) ที่แตกต่าง ส่งผลต่อย่านเบสและเสียงกลาง
แม้จะใช้ตัวขับเสียงเบสของ Volt เช่นเดียวกัน แต่ทั้งสองแบรนด์ออกแบบวงจรตัดกรองความถี่ (Crossover) เพื่อกำหนดหน้าที่ให้ดอกเบสทำงานในย่านความถี่ที่ต่างกัน โดยที่ PMC จะปล่อยให้เบสลงลึกและทอดยาว ซึ่ง PMC มักตัดความถี่ต่ำค่อนข้างต่ำ (เช่น ราว ๆ 380 Hz ในรุ่น 3 ทาง) แล้วปล่อยหน้าที่ย่านเบสลึกต่ำกว่านั้นให้ทำงานร่วมกับระบบท่อวงกต Advanced Transmission Line (ATL) ของตนเองอย่างเต็มที่ ดอกเบสของ PMC จึงเน้นพลังงานในส่วน “Sub-bass” และ “Low-bass” ที่สะอาด ลึก และแผ่กว้าง ในขณะที่วงจรครอสโอเวอร์ของ Quested มักยอมให้ดอกเบส Volt ทำงานลากยาวขึ้นมาครอบคลุมย่าน mid-bass มากขึ้น เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้กับซาวด์ดนตรี ผลลัพธ์คือ เสียงกลองทอม, กลองสแนร์ หรือกีตาร์เบส จะมีมวลหนา และให้แรงปะทะ (Punch) ที่อิ่มและส่งต่อความอบอุ่นไปยังเสียงร้องได้ดีกว่า
# แนวเสียงโดยรวมของ Quested – ใช้ระบบตู้เปิด (Ported) เป็นลำโพงมอนิเตอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความ “เป็นดนตรี” (Musical) สูงมาก โทนเสียงจะมีความหวาน อบอุ่น ฟังสบาย ไม่แห้งแล้ง หรือขุดคุ้ยจนน่ารำคาญใจ
# แนวเสียงโดยรวมของ PMC – โดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยีท่อทางเดินเสียงแบบ Advanced Transmission Line (ATL) ทำให้ได้ซาวด์ที่มีความโปร่งใส เปิดกว้าง และให้ย่านต่ำที่ทอดตัวลงลึกเกินขนาดตู้ไปมาก
…………………………………………………………………………………………………………………


























