Master Fidelity แบรนด์เครื่องเสียงระดับ Super High-End ที่โดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยนวัตกรรมชิป ASIC ที่พัฒนาขึ้นเอง

0

Master Fidelity เป็นแบรนด์เครื่องเสียงระดับ Super High-End จากประเทศแคนาดา ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ณ เมืองแวนคูเวอร์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท Merging Fidelity Inc. โดยมีปรัชญาของแบรนด์ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักฟังเพลง (Audiophiles) และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ (Professional Users) 

ผลิตภัณฑ์สร้างชื่อจนเป็นที่จดจำ

MERGING+CLOCK : ได้รับการยกย่องจากโปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัล Grammy® ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “เปลี่ยนระดับคุณภาพเสียง” (Transformational Product)

NADAC-D : เครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอะนาลอกที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดความจริงของเสียงในทุกตัวโน้ต ที่สำคัญ ตระกูล NADAC (Network Attached Digital to Analogue Converter) นี้ของ Master Fidelity ยังได้สร้างชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับอย่างมาก ในการได้รับเลือกให้เป็นเครื่องกำเนิดสัญญาณเสียง (Reference DAC) ในงานแสดงเครื่องเสียงระดับโลกอย่าง HIGH END Munich อย่างต่อเนื่องหลายปี

ทำไมถึงได้รับเลือกเป็น Reference DAC

เทคโนโลยี True 1-bit : เป็นนวัตกรรมที่ Master Fidelity พัฒนาขึ้นเองโดยใช้ชิป ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) เพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงที่เป็นธรรมชาติและมีรายละเอียดระดับสูง พร้อมด้วยความแม่นยำระดับห้องบันทึกเสียงมืออาชีพ ด้วยพื้นฐานจาก Merging Technologies ที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงระดับโปรฯ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความเที่ยงตรงสูงมาก

True 1-bit

ทั้งนี้ชิป ASIC ที่ Master Fidelity พัฒนาขึ้นเองถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์ก้าวข้ามขีดจำกัดของชิป DAC สำเร็จรูปในท้องตลาด โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญเฉพาะตัวอย่างมาก นับตั้งแต่ :

• สถาปัตยกรรม True 1-bit Native ชิป ASIC ต่างจากชิป DAC สำเร็จรูปส่วนใหญ่ที่ใช้โครงสร้างแบบ Multi-bit Delta-Sigma ซึ่งต้องมีการประมวลผลหลายขั้นตอน ทว่าชิป ASIC ของ Master Fidelity ออกแบบมาเพื่อประมวลผลสัญญาณแบบ 1-bit โดยตรงตั้งแต่อินพุตจนถึงเอาต์พุต จึงรองรับการถอดรหัสสัญญาณ DSD สูงสุดได้ถึงระดับ DSD512 (Native DSD512) โดยไม่มีการแปลงเป็น PCM ก่อน

• สำหรับกระบวนการ PCM to DSD Conversion เพื่อการถอดรหัสข้อมูล PCM นั้น ชิป ASIC จะใช้อัลกอริทึมเฉพาะในการ Upsampling สัญญาณให้เป็น DSD (เช่น 96kHz เป็น DSD128) ก่อนเข้าสู่กระบวนการ 1-bit conversion ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ Master Fidelity เลือกสั่งผลิตชิป ASIC สุดพิเศษ (Custom-made) แทนการใช้ชิปสำเร็จรูปหรือ FPGA ทั่วไป คือ การจัดการกับปัญหาความไม่เป็นเชิงเส้น (Non-linearity)

นอกจากนี้ชิป ASIC ยังทำงานร่วมกับอุปกรณ์ประเภท Passive (ตัวต้านทานและตัวเก็บประจุ) ที่มีความแม่นยำสูงในลักษณะของ Discrete Composite DA เพื่อให้การทำงานของวงจร DA มีความต่อเนื่องและเที่ยงตรงที่สุด ตั้งแต่เสียงที่เบาที่สุดไปจนถึงดัง

ที่สุด อีกทั้งชิป ASIC ตัวนี้ ยังถูกออกแบบระบบการจัดการ “เวลา” (Time Management) อย่างดีที่สุด โดยให้ทำงานร่วมกับระบบ Super Isolation Unit และ Clock ภายในอย่างแนบแน่น ด้วยสถาปัตยกรรมภายในชิปที่ช่วยลดค่า Jitter (ความคลาดเคลื่อนของเวลา) ลงไปถึงระดับ Femtosecond ซึ่งต่ำกว่าที่ชิป DAC มาตรฐานทั่วไปจะทำได้ ควบคู่กับการออกแบบแหล่งจ่ายไฟแบบ Oven Control แยกส่วนเฉพาะสำหรับชิป ASIC ในรูปแบบ Dedicated Power Reference เพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ส่งผลให้การประมวลผลสัญญาณมีความเสถียรสูงสุด 

ทั้งนี้ทั้งนั้นการพัฒนาชิป ASIC ขึ้นเองของ Master Fidelity แบบนี้ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากในวงการเครื่องเสียงไฮ-เอนด์ปัจจุบัน เพราะต้องใช้เงินทุนมหาศาลและทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง (เทียบกับที่ Philips เคยทำในตำนานรุ่น TDA 1547) ซึ่งนอกเหนือจากได้รับการยอมรับอย่างมากที่งาน Munich แล้ว ยังได้รับรางวัลจากสื่อชั้นนำทั่วโลก เช่น Stereo Sound Grand Prix 2025 สำหรับรุ่น NADAC-D 

ผลิตภัณฑ์รุ่นหลักที่ได้รับการยกย่อง

• Master Fidelity NADAC-D : เครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นแอนาลอก (Reference DAC) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “The reference DAC” ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดความจริงของเสียงในทุกตัวโน้ต

• NADAC Full Setup : ในงานมักจะจัดแสดงแบบเต็มระบบ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อความแม่นยำสูงสุด ได้แก่ :

NADAC-D (DAC) : หัวใจหลักในการแปลงสัญญาณแบบ True 1-bit Native

NADAC-C (Master Clock) : ตัวควบคุมเวลาที่มีสัญญาณรบกวนต่ำพิเศษเพื่อลด Jitter

NADAC-L (Preamplifier) : ปรีแอมป์ระดับเรือธงที่รักษาความบริสุทธิ์ของสัญญาณ 

จุดเด่นของความเป็น Master Fidelity

• เน้นความแม่นยำสูงสุดในการนำเสนอคุณภาพเสียง

• งานประกอบประณีตระดับงานศิลปะ

• ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดของไฟล์เพลงดิจิทัลออกมาให้ได้รับฟัง

                                  …………………………………………………………………………………………………………