Wharfedale เปิดตัว Elysian R Series ลำโพงระดับเรือธงเจเนอเรชันที่สองอย่างเป็นทางการ โดยสานต่อความสำเร็จของ Elysian Series รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 2020 พร้อมอัปเกรดทั้งด้านวิศวกรรม การออกแบบ และรายละเอียดภายใน เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงให้ก้าวไปอีกขั้น
แม้จะไม่ได้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่ทีมพัฒนาชุดเดิมที่นำโดย Peter Comeau ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบอะคูสติกของบริษัท ได้เลือกแนวทางการปรับแต่งแพลตฟอร์มเดิมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปรัชญาที่ Wharfedale เชื่อมั่นมาโดยตลอด
ลำโพงทั้ง 5 รุ่น รองรับทั้งระบบ Stereo และ Home Cinema
Wharfedale Elysian R Series ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 5 รุ่น ครอบคลุมการใช้งานทั้งระบบสองแชนเนลและมัลติแชนเนล เริ่มจาก Elysian 1R ลำโพง Bookshelf แบบ 2 ทาง ขณะที่ Elysian 2R ยกระดับขึ้นเป็นลำโพง Bookshelf แบบ 3 ทาง พร้อมไดรเวอร์เสียงกลางโดยเฉพาะ
ด้านลำโพงตั้งพื้นประกอบด้วย Elysian 3R และ Elysian 4R ซึ่งเป็นระบบ 3 ทางเช่นเดียวกัน ส่วน Elysian CR รับหน้าที่เป็นลำโพงเซ็นเตอร์สำหรับระบบโฮมเธียเตอร์ โดยลำโพง Elysian 1R, Elysian 2R และ Elysian CR ยังมีขาตั้งเฉพาะรุ่นให้เลือกใช้งานเพิ่มเติม
AMT Tweeter รุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมความละเอียดที่เหนือกว่าเดิม
หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของ Elysian Series ยังคงเป็น Air Motion Transformer หรือ AMT Tweeter ซึ่งใน Elysian R Series ได้รับการพัฒนาใหม่ด้วยไดอะแฟรม PET รุ่นล่าสุด พร้อมเพิ่มห้องดูดซับเสียงด้านหลังแบบ Acoustically Damped Rear Chamber
Wharfedale ระบุว่าการปรับปรุงครั้งนี้ช่วยเพิ่มความละเอียดของรายละเอียดเสียง รวมถึงตอบสนองต่อสัญญาณฉับพลันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้การถ่ายทอดเสียงแหลมมีทั้งความโปร่งและความแม่นยำมากกว่าเดิม
Midrange ใหม่ เพิ่มความเป็นธรรมชาติ ลดความเพี้ยน
ลำโพงทุกโมเดล ยกเว้น Elysian 1R จะมาพร้อมไดรเวอร์เสียงกลางขนาด 150 มิลลิเมตร แบบ Woven Glass Fibre Matrix ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งโครงสร้างกรวย ระบบแม่เหล็ก และการควบคุมแรงสั่นสะเทือน
ผลลัพธ์คือการถ่ายทอดเสียงร้องและเครื่องดนตรีที่มีความแม่นยำมากขึ้น พร้อมลดความเพี้ยนให้ต่ำลง และรักษาความเป็นธรรมชาติของน้ำเสียงเอาไว้ได้ดียิ่งกว่าเดิม
วูฟเฟอร์ Glass Fibre พร้อมระบบ SLPP เอกสิทธิ์ของ Wharfedale
ย่านความถี่ต่ำรับหน้าที่โดยวูฟเฟอร์แบบ Glass Fibre Matrix ขนาด 180 มิลลิเมตร หรือ 220 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น
สำหรับรุ่นขนาดใหญ่ยังคงใช้ระบบ Slot-Loaded Profiled Port (SLPP) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Wharfedale ที่ช่วยควบคุมการไหลของอากาศภายในตู้ ลดอาการเบสบวม และทำให้การจัดวางลำโพงภายในห้องทำได้ง่ายกว่าลำโพง Bass Reflex ทั่วไป
Crossover และตู้ลำโพงได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด
Wharfedale ได้ออกแบบวงจร Crossover ใหม่ทั้งซีรีส์ พร้อมปรับเลย์เอาต์แผงวงจรและคัดเลือกชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้การทำงานร่วมกันระหว่างไดรเวอร์แต่ละตัวมีความกลมกลืนมากที่สุด
ขณะเดียวกัน ตู้ลำโพงยังใช้ระบบ Panel Resonance Optimisation System (PROS) เวอร์ชันล่าสุด โดยอาศัยการสร้างตู้หลายชั้นร่วมกับการเสริมโครงสร้างภายในในตำแหน่งสำคัญ เพื่อควบคุมแรงสั่นสะเทือนและลดสีสันของเสียงที่ไม่ต้องการ
รูปลักษณ์ใหม่ เรียบหรูร่วมสมัยยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการปรับปรุงด้านเสียง Elysian R Series ยังได้รับการปรับโฉมภายนอกใหม่ ด้วยตัวเลือกสี Matt Black และ Matt Grey ซึ่งเข้ามาแทนที่สี High Gloss Black และ White ในรุ่นเดิม
ขณะที่สี Piano Walnut ยังคงได้รับการสืบทอดต่อไป พร้อมพื้นผิวเคลือบเงาแบบเปียโนที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับตัวลำโพง
Wharfedale Elysian R Series พร้อมวางจำหน่ายปลายเดือนมิถุนายน 2026
ด้วยการรักษาจุดแข็งของ Elysian รุ่นแรกเอาไว้ พร้อมเติมเต็มด้วยการปรับปรุงในรายละเอียดแทบทุกจุด Elysian R Series จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Wharfedale ในการยกระดับลำโพงเรือธงของตนเอง
และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาลำโพงระดับไฮเอนด์ที่ผสมผสานทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความประณีตแบบอังกฤษ และบุคลิกเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Wharfedale เอาไว้ด้วยกัน Elysian R Series อาจเป็นคำตอบที่น่าสนใจที่สุดของแบรนด์ในเวลานี้
Wharfedale Elysian R Series มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ปี 2026