ในโลกของลำโพงระดับ Ultra High-End ชื่อของ
Magico
มักถูกกล่าวถึงเสมอในฐานะผู้ผลิตที่ผลักขอบเขตของวิศวกรรมเสียงไปไกลกว่ามาตรฐานทั่วไป
และล่าสุดแบรนด์จากแคลิฟอร์เนียได้เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ที่สร้างกระแสในวงการทันที
Magico S7 (2026)
ลำโพงรุ่นเรือธงของตระกูล S Series ที่เข้ามาแทนรุ่น S7 เดิมซึ่งอยู่ในตลาดมานานกว่าสิบปี พร้อมนำเทคโนโลยีระดับเดียวกับซีรีส์เรือธง M Series มาถ่ายทอดลงสู่รุ่นนี้
ที่น่าสนใจคือ
เทคโนโลยีเดียวกันนั้นถูกใช้ใน Magico M9
ลำโพงระดับ Reference ที่มีราคาสูงเกือบ หนึ่งล้านปอนด์
Diamond-Coated Beryllium Tweeter
เทคโนโลยีเดียวกับลำโพงระดับล้านปอนด์
หัวใจของ S7 (2026) คือทวีตเตอร์ขนาด 28 มม.
ซึ่งใช้
Diamond-Coated Pure Beryllium Diaphragm
วัสดุชนิดนี้มีคุณสมบัติสำคัญคือ
อัตราส่วนความแข็งต่อน้ำหนักสูงมาก
การตอบสนองทรานเชียนต์รวดเร็ว
ความเพี้ยนต่ำ
เมื่อผสานกับ Neodymium Motor System
ผลลัพธ์คือเสียงแหลมที่ให้
รายละเอียดสูง
โปร่งใส
มี texture และ nuance ของดนตรีอย่างชัดเจน
ด้านหลังไดรเวอร์ยังถูกออกแบบ Acoustic Back Chamber ด้วยการจำลอง FEA (Finite Element Analysis) เพื่อควบคุมการสะท้อนและเพิ่มความแม่นยำของเสียง
Nano-Tec Gen 8 Drivers
วัสดุระดับอากาศยานเพื่อเสียงที่บริสุทธิ์
Magico ใช้ไดรเวอร์รุ่นใหม่ Nano-Tec Gen 8
โครงสร้างของกรวยลำโพงประกอบด้วย
แกน Aluminium Honeycomb
ชั้น Carbon Fiber Reinforced Graphene
การออกแบบแบบ Sandwich นี้ช่วยให้ได้
น้ำหนักต่ำ
ความแข็งแรงสูง
damping ที่ดีเยี่ยม
ซึ่งส่งผลให้เสียงมี
ความเพี้ยนต่ำ
ความแม่นยำสูง
การตอบสนองไดนามิกที่รวดเร็ว
ระบบไดรเวอร์ 4 ทาง
พลังเสียงเต็มย่านความถี่
Magico S7 (2026) ใช้โครงสร้างไดรเวอร์
4-Way Loudspeaker System
ประกอบด้วย
ทวีตเตอร์ 28 มม.
มิดเรนจ์ 6 นิ้ว
วูฟเฟอร์ 10 นิ้ว จำนวน 3 ตัว
วูฟเฟอร์ทั้งสามตัวถูกจัดวาง เรียงแนวตั้ง
เพื่อแก้ปัญหา Floor Bounce
ช่วยให้เสียงเบสมีความสม่ำเสมอและควบคุมได้ดีกว่า
Elliptical Symmetry Crossover (ESXO)
เพื่อให้ไดรเวอร์ทุกตัวทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์
Magico ใช้ระบบครอสโอเวอร์
Elliptical Symmetry Crossover
ซึ่งออกแบบมาเพื่อ
ควบคุม Phase
รักษา Frequency Linearity
ลด Intermodulation Distortion
ภายในยังใช้ชิ้นส่วนเกรดออดิโอไฟล์ เช่น
คาปาซิเตอร์จาก Mundorf
CAST PP Radial capacitors จาก Duelund Coherent Audio
Near-Field Scanner (NFS)
เทคโนโลยีวัดเสียงระดับห้องแล็บ
Magico ใช้หุ่นยนต์วัดเสียง Near-Field Scanner (NFS)
เครื่องมือเดียวกับที่ใช้พัฒนา M Series
ระบบนี้สามารถสร้าง
Acoustic Map ของลำโพงแบบ 360°
ทำให้วิศวกรสามารถปรับจูน
การตอบสนองความถี่
การกระจายเสียง
การทำงานร่วมกันของไดรเวอร์
ได้อย่างละเอียดระดับไมโคร
ตู้อลูมิเนียมโค้ง ลดเรโซแนนซ์ภายใน
ตัวตู้ของ S7 ถูกสร้างจาก
Curved Aluminium Enclosure
ซึ่งผ่านการจำลอง 3D Simulation
เพื่อ
ลดการสะท้อนภายใน
ลด diffraction
เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง
Magico ยังใช้เครื่องมือ Laser Vibrometer
วิเคราะห์แรงสั่นสะเทือนของตู้ลำโพงอย่างละเอียด
เพื่อกำจัด vibration ที่เล็กที่สุด
เป้าหมายคือ
“No audible coloration”
หรือการทำให้เสียงไม่มีสีสันจากตัวตู้ลำโพง
ปริมาตรตู้เพิ่มขึ้น
เบสลึกขึ้นอีก 5Hz
S7 รุ่นใหม่เพิ่มปริมาตรตู้จาก
135 ลิตร → 180 ลิตร
ช่วยให้การตอบสนองเสียงต่ำลึกขึ้น
อีก 5Hz
โดยยังคง sensitivity ของลำโพงไว้
ผลลัพธ์คือ
เบสลึกกว่า
พลังมากกว่า
ควบคุมได้ดีขึ้น
โครงสร้าง Driver Chassis รุ่นใหม่
โครงสร้างไดรเวอร์รุ่นที่ 3 ถูกพัฒนานานกว่า 3 ปี
เพื่อปรับปรุง
การกระจายแรง
geometry ของ suspension
การควบคุมแรงตึงของ voice coil
โครงสร้าง Dual-Post Architecture
ช่วยเพิ่ม
ความแข็งแรงของโครง
airflow ภายใน
ลด resonance
ขนาดและสัดส่วนที่ยิ่งใหญ่
Magico S7 (2026) เป็นลำโพงขนาดใหญ่
ความสูงประมาณ
4 ฟุต 6 นิ้ว
หรือราว 137 ซม.
ขนาดนี้ช่วยให้ลำโพงสามารถสร้าง
เวทีเสียงขนาดใหญ่
ไดนามิกระดับคอนเสิร์ต
ได้อย่างสมจริง
ตัวเลือกสีระดับ Luxury
Magico S7 มีให้เลือก 12 สี
แบ่งเป็น
Softec Finish (Powder Coat)
6 สี
ราคา
£159,000 ต่อคู่
และ
High Gloss Automotive Finish
6 สี
ราคา
£178,000 ต่อคู่
กำหนดวางจำหน่าย
Magico S7 (2026)
มีกำหนดวางจำหน่าย
ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
บทสรุปแบบ What Hi-Fi? Thailand
Magico S7 (2026) คือการนำเทคโนโลยีระดับเรือธงจาก M Series มาถ่ายทอดสู่ S Series อย่างจริงจัง
จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
Diamond-Coated Beryllium Tweeter
Nano-Tec Gen 8 Drivers
Elliptical Symmetry Crossover
Near-Field Scanner tuning
Aluminium Curved Enclosure
วูฟเฟอร์ 3 ตัวขนาด 10 นิ้ว
แม้ราคาจะสูงถึงหลัก £180,000
แต่เมื่อพิจารณาว่าเทคโนโลยีเดียวกันถูกใช้ในลำโพงระดับ เกือบหนึ่งล้านปอนด์
Magico S7 อาจเป็นหนึ่งในลำโพงที่ให้คำจำกัดความใหม่ของคำว่า
“Value in Ultra High-End Audio” 🔊🎶
