What HI-FI? Thailand

Kurt Magnus Atterberg (1887 – 1974) Concerto for Cello and Orchestra in C minor, Op. 21

ลำดับที่ 55

Kurt Atterberg เป็นคีตกวีและวิศวกรชาว Swedish เกิดที่ Gothenburg คุณพ่อของ Kurt Atterberg คือ Anders Johan Atterberg เป็นวิศวกร คุณแม่ของ Kurt Atterberg คือ Elvira Uddman ซึ่งเป็นบุตรีของนักร้อง Opera ชายที่มีชื่อเสียง

ในปี ค.ศ. 1902 Kurt Atterberg เริ่มศึกษา Cello 6 ปีต่อมา Kurt Atterberg เป็นหนึ่งในบรรดาผู้บรรเลงแห่ง The Stockholm Concert Society ซึ่งในปัจจุบัน คือ The Royal Stockholm Philharmonic Orchestra รวมทั้งได้ตีพิมพ์เผยแผ่คีตนิพนธ์ที่สำเร็จสมบูรณ์บทแรก คือ The Rhapsody for Piano and Orchestra, Op. 1 หลังจากนั้นไม่นาน ตามด้วยการตีพิมพ์เผยแผ่ String Quartet No. 1 in D major, Op. 2

Kurt Atterberg

ในขณะที่ Kurt Atterberg กำลังศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าที่ The Royal Institute of Technology นั้น Kurt Atterberg ได้เข้ารับการศึกษาที่ The Royal College of Music, Stockholm ในปี ค.ศ. 1910 ซึ่ง Atterberg ศึกษาการประพันธ์และ Orchestration กับ Andreas Hallen (1846 – 1925) คีตกวีชาว Swedish แห่งยุค Romantic

Andreas Hallen

ในปี ค.ศ. 1912 Kurt Atterberg อำนวยคีตนิพนธ์เป็นครั้งแรก ณ คอนเสิร์ตซึ่งเป็นการนำซิมโฟนี หมายเลข 1 และ Concert Overture in A minor, Op. 4 ออกบรรเลงเป็นครั้งแรกที่ Gothenburg

Kurt Atterberg ถึงแก่มรณกรรมที่ Stockholm เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1974 ศพของ Kurt Atterberg ได้รับการฝังไว้ที่ The Northern Cemetery, Stockholm

Kurt Atterberg ประพันธ์คีตนิพนธ์ในสไตล์แห่งยุค Romantic Kurt Atterberg เป็นคีตกวีชั้นนำของรุ่นที่ 2 แห่งยุค Romantic ตอนปลายของ Sweden ซึ่งได้ดำเนินตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สร้างขึ้นมาโดย Wilhelm Peterson-Berger (1867 – 1942), Wilhelm Stenhammar (1871 – 1927), และ Hugo Alfven (1872 – 1960)

Wilhelm Peterson-Berger

Wilhelm Stenhammar

Hugo Alfven

Kurt Atterberg ประพันธ์คีตนิพนธ์ไว้มากมาย ดังต่อไปนี้:

1. ประเภท Symphony อาทิ:

Symphony No. 1 in B minor, Op. 3 (1909 – 1911);

Symphony No. 2 in F major, Op. 6 (1911 – 1913);

Symphony No. 3 in D major, Op. 10 “Vastkustbilder” (1914 – 1916);

Symphony No. 4 in G minor, Op. 14 “Sinfonia piccola” (1918);

Symphony No. 5 in D minor, Op. 20 “Sinfonia funebre” (1919 – 1922);

Symphony No. 6 in C major, Op. 31 “Dollar Symphony) (1927 – 1928);

Symphony No. 7, Op. 45 “Sinfonia romantica” (1942);

Symphony No. 8, Op. 48 “Pa Svenska Folkmotiv” (1944);

Symphony No. 9, Op. 54 “Sinfonia visionaria” for Solists (Mezzo-Soprano & Baritone), Chorus, and Orchestra (1955 – 1956);

Symphony for Strings, Op. 53

2. Orchestral Suites ได้แก่

Suite No. 1 “Orientale” (1913);

Suite No. 2 “Fem stycken” for Chamber Orchestra (1915):

Suite No. 3 for Violin, Viola and String Orchestra, Op. 19, No. 1 (1917);

Suite No. 4 “Turandot” or “Chinese Suite” for String Quartet, Op. 19, No. 2 (1920);

Suite No. 5 “Barocco” for Flute, Oboe, Clarinet and String Orchestra, Op. 23 (1923);

Suite No. 6 “Orientalische Legende” for Flute, Oboe, Clarinet, Percussion, Piano and String Orchestra, Op. 30 (1925);

Suite No. 7 for String Orchestra after Music for a Scene of Antoine et Cleopatre of Shakespeare, Op. 29 (1926);

Suite No. 8 “Suite pastorale in modo antico” for Small Orchestra, Op. 34 (1931);

Suite No. 9 “Suite dramatica” for Chamber Orchestra, Op. 47 (1944)

3. ประเภท Concerto อาทิ:

Rhapsody for Piano and Orchestra, Op. 1 (1909);

Concerto for Violin and Orchestra in E minor, Op. 7 (1913);

Concerto for Cello and Orchestra in C minor, Op. 21 (1922);

Concerto for Horn and Orchestra in A minor, Op. 28 (1926);

Concerto for Piano and Orchestra in B-flat minor, Op. 37 (1935);

Double Concerto for Violin, Cello, and String Orchestra, Op. 57 (1959 – 1960)

4. ประเภท Other Orchestral Works, Opera, Ballet, Music for the Theater, Vocal, Chamber Music, และ Piano and Organ Works อีกมากมาย 

Kurt Atterberg ประพันธ์ Cello Concerto ในกุญแจเสียง C minor, Op. 21 ระหว่าง ค.ศ. 1917 – 1922 (ซึ่งในระหว่างนั้น Atterberg ได้ประพันธ์ซิมโฟนี หมายเลข 5 ควบคู่กันไป) และได้รับการนำออกบรรเลงเป็นครั้งแรกที่ Berlin ในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1923 โดยมี Hans Bottermund (1892 – 1949) เป็นผู้เดี่ยว Cello พร้อมด้วย Berlin Philharmonic Orchestra และ Kurt Atterberg เป็นผู้อำนวยคีตนิพนธ์

เชลโล คอนแชร์โต ในกุญแจเสียง C minor ของ Atterberg เป็นเชลโล คอนแชร์โต ที่ทรงคุณค่าแห่งดุร ยางคศิลป์ ที่มีความไพเราะจับโสตและจับจิต รวมทั้งเต็มเปี่ยมด้วยจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ความเศร้าโศก พลานุภาพ และความล้ำลึกซึ้ง

เชลโล คอนแชร์โต ในกุญแจเสียง C minor ของ Atterberg ได้รับการตีพิมพ์เผยแผ่เป็นครั้งแรกโดย Breitkopf und Hartel, Leipzig ในปี ค.ศ. 1923

เชลโล คอนแชร์โต ในกุญแจเสียง C minor ของ Atterberg คือ คีตนิพนธ์แห่งความเศร้าโศก เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งจิตและบริบูรณ์ไปด้วยทำนองที่กรีดบาดอารมณ์      

สกอร์ของเชลโล คอนแชร์โตในกุญแจเสียง C minor ของ Atterberg กำหนดให้บรรเลงด้วยเครื่องดนตรี ดังต่อไปนี้: เดี่ยวเชลโล, 2 ฟลูต (2nd Piccolo), 2 โอโบ, 2 แคลริเน็ต, 2 บาสซูน, 2 เฟรนช์ฮอร์น, 2 ทรัมเป็ต,2 ทรอมโบน, กลองทิมปานี และวงเครื่องสาย

เชลโล คอนแชร์โตในกุญแจเสียง C minor ของ Atterberg  

ประกอบด้วย 1 ลีลา (1 Movement) ซึ่งประกอบด้วย 4 ท่อน (4 Sections) และบรรเลงต่อเนื่องกันไป โดยปราศจากการหยุด ดังต่อไปนี้:

ท่อนที่ 1: Andante cantabile – Allegro – (ช้าปานกลางด้วยลักษณะแห่งการขับร้อง – เร็ว –)

เปิดฉากการบรรเลงท่อนที่ 1 ด้วยการบรรเลงนำ ซึ่งอยู่ในความเร็ว – ความช้าของการบรรเลง (Tempo): ช้าปานกลางด้วยลักษณะแห่งการขับร้อง (Andante cantabile) ที่มีความสำคัญอย่างมาก จากการบรรเลงของผู้เดี่ยวเชลโลซึ่งแผ่ความรู้สึกแห่งความเศร้าโศก วิปโยคที่ลึกลับ การครุ่นคิด และการไตร่ตรอง ตามด้วยการบรรเลงทำนองหลักที่เป็นหลักและมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อท่อนที่ 1 โดยบรรเลงอยู่ใน Tempo: เร็ว (Allegro) ซึ่งมีลักษณะแห่งการแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่เร่าร้อนเข้มข้น

หลังจากการบรรเลงช่วงสั้น ๆ ที่สำคัญ (Passage) ที่มีลักษณะแห่งการสะท้อนถึงความคิดที่ล้ำลึกซึ้งโดยผู้บรรเลงเดี่ยว ก็มีการบรรเลงท่อน (Section) ซึ่งมีคีตลักษณ์ Scherzo ที่มีลักษณะแห่งความคล่องแคล่วว่องไว ซึ่งยึดครองการบรรเลงที่เหลือของท่อนที่ 1 ต่อมา การบรรเลงก็ได้บรรลุถึงจุดสุดยอดของท่อนที่ 1 ตามด้วยการบรรเลงที่แผ่วเบา และในที่สุด ท่อนที่ 1 ก็สิ้นสุดลงด้วยความสงบ และเข้าสู่ท่อนที่ 2 โดยปราศจากการหยุด

สิ่งที่สำคัญของท่อนที่ 1 คือ การสร้างสรรค์และการพัฒนาทำนองหลักต่าง ๆ ที่มีความไพเราะประดุจดั่งการขับร้องที่เศร้าซึ้งและสงบ รวมทั้งทำนองหลักที่ทรงพลานุภาพ ความยิ่งใหญ่ และความขัดแย้ง ซึ่งแสดงให้ประจักษ์ถึงอัจฉริยภาพของ Atterberg  

ท่อนที่ 2: – Allegro molto – (– เร็วมาก –)

ลักษณะที่สำคัญของท่อนที่ 2 คือ ความมีชีวิตชีวา พลัง และความตื่นเต้นเร้าใจ รวมทั้งมีเส้นสายแห่งทำนองหลักที่ชัดเจน พรั่งพร้อมด้วยช่วงย่อยสั้น ๆ ที่มีความประณีตละเอียดอ่อนสำหรับผู้เดี่ยวเชลโลและวงดุริยางค์       

            การบรรเลงท่อนที่ 2 คือ การบรรเลงที่รวดเร็ว ไหลลื่นคล่องแคล่ว ว่องไว และทะลุทะลวง เต็มเปี่ยมด้วยพลังผลักดันไปข้างหน้าและมีชีวิตชีวา ซึ่งให้อารมณ์ความรู้สึกแห่งความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยม และเมื่อถึงจุดสุดยอดแห่งการบรรเลงของท่อนที่ 2 หลังจากนั้น การบรรเลงมีลักษณะแห่งความช้าลง การผ่อนคลายความเร็ว และความทรงพลังให้น้อยลง ตามด้วยการบรรเลงที่รวดเร็วและไหลลื่นอีกครั้งหนึ่งและในที่สุดการบรรเลงก็ได้บรรลุถึงจุดสุดยอดที่เฉียบขาดและทรงพลัง ซึ่งเป็นการสิ้นสุดท่อนที่ 2 และเข้าสู่ท่อนที่ 3 โดยปราศจากการหยุด

ท่อนที่ 3: – Adagio – Poco piu mosso – Adagio – (– ช้า – เร็วขึ้นทีละน้อย – ช้า –)

เริ่มต้นการบรรเลงท่อนที่ 3 ด้วยลักษณะแห่งความล้ำลึกซึ้ง ความเศร้าซึ้งจิต และการรำพึงรำพัน ซึ่งบรรเลงอยู่ใน Tempo: ช้า (Adagio) โดยผู้เดี่ยวเชลโลและวงดุริยางค์ ซึ่งแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกที่ลึกซึ้งแห่งความโศกเศร้า ความหวานซึ้ง การกรีดบาดอารมณ์ ความวิปโยค อาดูรย์ และความรัก ตามด้วยการบรรเลงอยู่ใน Tempo: เร็วขึ้นทีละน้อย (Poco piu mosso) และมีความปั่นป่วนเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนและบริบูรณ์ด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ และความรักที่ไม่มีการตอบรับแห่งความรักกลับ หลังจากนั้น การบรรเลงก็ได้หวนกลับสู่ Tempo: ช้า (Adagio) ซึ่งให้ความรู้สึกแห่งความเศร้าโศกอีกครั้ง และแล้ว ท่อนที่ 3 ก็ได้จบลงด้วยความสงบ

ท่อนที่ 3 นี้ คือ หนึ่งในบรรดาความสมบูรณ์แบบและความเป็นเลิศแห่งความเศร้าซึ้งที่ Romantic  ความไพเราะ ความงาม ความบริบูรณ์ ลึความสละสลวยแห่งคีตดุริยางคศิลป์ คือคุณลักษณะสำคัญของท่อนที่ 3 ซึ่งท่อนที่ 3 คือ อารมณ์ความรู้สึกแห่งความหวนไห้รำลึกถึงอดีต ความประณีตละเอียดอ่อนที่ไพเราะและหวานซาบซึ้งจิต

ท่อนที่ 4: – Allegro – Cadenza – Allegro – Con moto – Maestoso – Molto allegro (– เร็ว – คาเด็นซา – เร็ว – ด้วยการเคลื่อนไหวไปข้างหน้า – สง่างาม – เร็วมาก)

เริ่มต้นการบรรเลงท่อนที่ 4 ด้วยการบรรเลงรัวกลองทิมพะนีที่แผ่วเบา ตามด้วยการบรรเลงที่แผ่อารมณ์และความรู้สึกแห่งความมีชีวิตชีวา พลังผลักดัน และความสง่างาม ช่วงก่อนที่จะสิ้นสุดท่อนนี้ มีการบรรเลงที่ช้าลง ตามด้วยการบรรเลงที่เร็วขึ้น เร็วขึ้น และในที่สุด เชลโล คอนแขร์โตบทนี้ก็ได้จบลงด้วยลักษณะแห่งความเฉียบขาดและความฉับพลัน ซึ่งอุดมด้วยพลานุภาพ ความสง่างาม และชัยชนะ

ทั้งสี่ท่อน หนึ่งลีลาแห่งเชลโล คอนแชร์โตของ Atterberg คือ ความท้าทายแห่งการบรรเลงเชลโลที่แสดงให้ประจักษ์ถึงความเป็นศิลปินเดี่ยวที่ยอดเยี่ยมระดับชั้นเลิศ (Bravura) ของผู้เดี่ยวเชลโล

เชลโล คอนแชร์โต ของ Atterberg เป็นคีตนิพนธ์ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความไพเราะ ความหวานซึ้ง ความเร้าใจ พลัง และความเข้มข้นแห่งความรู้สึกที่เฉียบขาด นอกจากนี้ยังเป็นคีตนิพนธ์แห่งอารมณ์ความรู้สึกที่ Romantic

Discography

1. ศิลปินเดี่ยวเชลโล: Nikolai Schneider

วงดุริยางค์: NDR Philharmonie Hannover

วาทยกร: Ari Rasilainen

บันทึก: Grosser Sendesaal, NDR Hannover, 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007

สังกัด: CPO

หมายเลขแผ่น: 999 874-2 (DDD)

Nikolai Schneider

Ari Rasilainen

Nikolai Schneider, NDR Philharmonie Hannover และ Ari Rasilainen ซึ่งบริบูรณ์ด้วยคีตศิลป์แห่งการตีความ การบรรเลง และเทคนิคแห่งการบรรเลงเชลโล คอนแชร์โต ของ Atterberg ที่เป็นเลิศ ได้แผ่ให้ประจักษ์โสตด้วยหลากหลายอารมณ์และความรู้สึกแห่งความเศร้าโศก ความวิปโยคที่ลึกลับ ความมีชีวิตชีวา ความตื่นเต้น ความเร้าใจ ความล้ำลึกซึ้ง ความซึ้งจิต การรำพึงรำพัน ความมีชีวิตชีวา พลังผลักดัน ความสง่างาม พลานุภาพ และชัยชนะ รวมทั้งความเฉียบคมแห่งคีตศิลป์ที่สุดยอดของ Nikolai Schneider

        ส่วนประสมแห่งการตีความและการบรรเลงเชลโล คอนแชร์โต ของ Atterberg ในบันทึกนี้ คือ ความครบเครื่องโดยเฉพาะการแผ่บรรยากาศแห่งความหวานเศร้าซึ้งที่เข้าถึงแก่นแท้แห่งคีตนิพนธ์อมตะบทนี้ซึ่งทรงคุณค่าสูงแห่งคีตดุริยางคศิลป์ แต่ไม่เป็นที่นิยมรับฟังกัน 

สรุปการประเมินคุณภาพ

การบรรเลงของ Nikolai Schneider                                    ★★★★★

การบรรเลงของ NDR Philharmonie Hannover                   ★★★★★

การอำนวยคีตนิพนธ์ของ Ari Rasilainen                              ★★★★★

ความสมดุลระหว่างการบรรเลงของ Shneider  และการอำนวยคีตนิพนธ์ของ Rasilainen           ★★★★★                                  

การบันทึก                                                                         ★★★★

Nikolai Schneider, NDR Philharmonie Hannover และ Ari Rasilainen ได้ร่วมกันตีความและบรรเลงที่เป็นเลิศให้กับเชลโล คอนแชร์โตแห่งความเศร้าโศกและความล้ำลึกที่ตราตรึงจิตของ Atterberg คุ้มค่าในการสดับสำหรับท่านผู้รักเสียงเชลโลและวงดุริยางค์เพื่อความอภิรมย์แห่งคีตจินตนาการ และความอิ่มจิต  

2. ศิลปินเดี่ยวเชลโล: Werner Thomas-Mifune

วงดุริยางค์: Rundfunk-Symphonieorchester Berlin

วาทยกร: Karl Anton Rickenbacher

บันทึก: ค.ศ. 1996

สังกัด: Koch Schwann

หมายเลขแผ่น: 3-1585-2 G1 (DDD)

…………………….

3. ศิลปินเดี่ยวเชลโล: Truls Mork

วงดุริยางค์: The Symphony Orchestra of NorrlandsOperan

วาทยกร: Kristjan Jarvi

บันทึก: ค.ศ. 2006

สังกัด: BIS

หมายเลขแผ่น: –

บรรณานุกรม

1. https://en.m.wikipedia.org > wiki

2. https://imslp.org > wiki >

3. https://www.hyperion-records.co.uk >

4. https://www.pinterest.com (Kurt Atterberg)

5. https://www.discogs.com (Andreas Hallen)

6. https://www.gettyimages.com (Wilhelm Peterson-Berger)

7. https://www.swedishmusicalheritage.com (Wilhelm Stenhammar)

8. https://www.last.fm.com (Hugo Alfven)

9. https://www.hannover.de.com (Nikolai Schneider)

10. https://www.operaandballet.com (Ari Rasilainen)

_________________________

Exit mobile version