ลำดับที่ 54
Karl Goldmark คีตกวีชาว Hungarian, Viennese เป็นชาวยิว เกิดที่ Keszthely, Hungary คุณพ่อ คือ Ruben Goldmark ในระหว่างปี ค.ศ. 1842 – 1844 Karl Goldmark ได้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นนักไวโอลินที่ The Musical Academy of Sopron สองปีต่อมา คุณพ่อ Ruben Goldmark ได้ส่ง Karl Goldmark ไป Vienna เพื่อเข้ารับการศึกษาที่ The Vienna Technische Hoschschule และหลังจากนั้นที่ The Vienna Conservatory เพื่อศึกษาทางด้านไวโอลินกับ Joseph Bohm (1795 – 1876) ซึ่งเป็นนักไวโอลินและคีตกวีชาว Hungarian และศึกษาทางด้านการประสานเสียงกับ Gottfried von Preyer (1807 – 1901) ซึ่งเป็นคีตกวี วาทยกร และครูชาว Austrian
Joseph Böhm
Gottfried Von Preyer
ในปี ค.ศ. 1850 Karl Goldmark ได้เป็นสมาชิกแห่ง Vienna’s Carl Theater ในปี ค.ศ. 1872 เป็นผู้ที่มีความสำคัญในการก่อตั้ง The Vienna Wagner Society และเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์แห่ง The Gesellschaft der Musikfreunde และ แห่ง The Accademia di Santa Cecilia, Rome
Karl Goldmark ถึงแก่มรณกรรมที่ Vienna และได้รับการฝังไว้ที่ Zentralfriedhof (Central Cemetary)
Karl Goldmark ประพันธ์คีตนิพนธ์ไว้มากมาย ดังต่อไปนี้:
1. ประเภท Symphony อาทิ Rustic Wedding Symphony – Symphony No. 1 in E-flat major, Op. 26; และ Symphony No. 2 in E-flat major, Op. 35
2. Works for Orchestra ได้แก่ Sakuntala, Op. 13 (Concert Overture); Scherzo in E minor, Op. 19, Penthesilea, Op. 31 (Concert Overture); Im Fruhling (In Springtime), Op. 36 (Concert Overture); Sappho, Op. 44 (Concert Overture); Scherzo in E major, Op. 45; Zrinyi, Op. 47 (Symphonic Poem); Im Italien (In Italy), Op. 49 (Concert Overture); และ Aus Jugendtagen (From Youthful Days), Op. 53
3. ประเภท Concerto อาทิ Violin Concerto No. 1 in A minor, Op. 28; และ Violin Concerto No. 2 (Unpublished)
4. ประเภท Opera ได้แก่ Die Konigin von Saba (The Queen of Sheba); Merlin; Das Heimchen am Herd (adapted from Dickens’s The Cricket on the Hearth); Der Fremdling (The Changeling); และ Die Kriegsgefangene (The Prisoner of War)
5. Chamber Music, Piano Works, Choral Works, และ Lieder อีกมากมาย
Karl Goldmark ประพันธ์ Rustic Wedding Symphony, Op. 26 ในปี ค.ศ. 1875 Rustic Wedding Symphony ได้รับการนำออกบรรเลงเป็นครั้งแรกที่ Vienna ในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1876 โดยมี Hans Richter (1843 – 1916) เป็นผู้อำนวยคีตนิพนธ์
Hans Richter
Johannes Brahms (1833 – 1897) ซึ่งเป็นเพื่อนของ Goldmark ได้บอก Goldmark ว่า “Rustic Wedding Symphony เป็นคีตนิพนธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ท่านได้ประพันธ์ โดยเป็นคีตนิพนธ์ที่มีความชัดเจน และไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ทั้งสิ้น
Johannes Brahms
สำหรับการนำ Rustic Wedding Symphony ออกบรรเลงเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกานั้น เกิดขึ้น ณ คอนเสิร์ตของ New York Philharmonic Society โดยมี Theodore Thomas (1835 – 1905) เป็นผู้อำนวยคีตนิพนธ์ ในวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1877
Theodore Thomas
Rustic Wedding Symphony ได้รับการตีพิมพ์เผยแผ่เป็นครั้งแรกโดย B. Schott’s Sohne ที่ Mainz, Germany ในระหว่างปี ค.ศ. 1876 – 1877
สกอร์ของ Rustic Wedding Symphony ของ Goldmark กำหนดให้บรรเลงด้วยเครื่องดนตรี ดังต่อไปนี้: 2 ฟลูต, 2 โอโบ, 2 แคลริเน็ต (Bb/A), 2 บาสซูน, 4 เฟรนช์ฮอร์น (Eb/F), 2 ทรัมเป็ต (Eb/F), 3 ทรอมโบน, กลองทิมปานี, ไทรเองเกิล, กลองเบส, ฉาบ และวงเครื่องสาย
Rustic Wedding Symphony, Op. 26 ของ Goldmark บริบูรณ์ด้วยเสน่ห์ ความร่าเริง ความรื่นเริง และอารมณ์ที่เบิกบานสำราญใจแห่งยุโรปกลาง ซึ่ง Goldmark ได้ตั้งชื่อไว้สำหรับแต่ละลีลา เพื่อเป็นการเสนอแนะแง่มุมต่าง ๆ ของการแต่งงานในชนบท
Rustic Wedding Symphony, Op. 26 ของ Goldmark ประกอบด้วย 5 ลีลา ดังต่อไปนี้
ลีลาที่ 1 : Hochzeitsmarsch. Variationen (มาร์ชแห่งการแต่งงาน การแปรเปลี่ยน)
ลีลาแรก คือ มาร์ชแห่งการแต่งงาน (Wedding March) (Hochzeitsmarsch) (บรรเลงอยู่ใน Tempo: ปานกลางมาก Molto moderato) ซึ่งทำนองหลักแห่งมาร์ช ได้รับการป่าวประกาศอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นทำนองหลักแห่งความดั้งเดิมที่เต็มเปี่ยมด้วยความปีติยินดีปรีดาปราโมทย์ ตามด้วยการบรรเลงกลุ่มของ 13 การแปรเปลี่ยน (A Set of 13 Variations) (การแปรเปลี่ยนที่มีความเป็นอิสระ – Independent Variations) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ปรกติอย่างมากที่สุด ที่จะมี 13 การแปรเปลี่ยนปรากฎอยู่ในลีลาที่ 1 โดยที่ 13 การแปรเปลี่ยนเป็นการเสนอการเปลี่ยนแปลงมากมายหลากหลายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของTempo ห้องการบรรเลง อัตราจังหวะ จังหวะ อารมณ์ความรู้สึก และการประสานเสียง รวมทั้งเป็นการแสดงให้ประจักษ์ถึงความเป็นนักคิดสร้างสรรค์ทางด้านคีตดุริยางคศิลป์ที่ประณีตละเอียดอ่อนและเป็นเลิศ
ทำนองหลักของมาร์ชแห่งการแต่งงาน บรรเลงโดยกลุ่มเชลโลและดับเบิ้ลเบส ในหลายช่วงคู่แปด (Octaves) (Octave หมายถึง ช่วงเสียงระหว่างโน้ตตัวหนึ่งไล่สูงขึ้นหรือต่ำลงตามลำดับ จนถึงโน้ตที่มีชื่อเดียวกันนั้น ระยะ 1 ช่วงคู่แปด ห่างกันเป็นระยะ 8 ขั้นตัวโน้ต สำหรับระยะ 2 ช่วงคู่แปด ห่างกันเป็นระยะ 15 ขั้นตัวโน้ต)
การแปรเปลี่ยนที่ 1 (Variation 1) บรรเลงโดยกลุ่มเฟรนช์ฮอร์น กลุ่มแคลริเน็ต และกลุ่มฟลูต
การแปรเปลี่ยนที่ 2 (Variation 2) บรรเลงอยู่ใน Tempo: Poco animato (ร่าเริงน้อย) บรรเลงโดยกลุ่มไวโอลิน
การแปรเปลี่ยนที่ 3 (Variation 3) บรรเลงโดยวงดุริยางค์ทั้งวง
การแปรเปลี่ยนที่ 4 (Variation 4) บรรเลงอยู่ใน Tempo: Andante con moto (ช้าปานกลางด้วยการเคลื่อนไหว การดำเนินไปข้างหน้า) บรรเลงอยู่ในกุญแจเสียง B flat minor และบรรเลงทำนองหลักโดยกลุ่มไวโอลิน
การแปรเปลี่ยนที่ 5 (Variation 5) บรรเลงอยู่ใน Tempo: Allegretto (ค่อนข้างเร็ว) บรรเลงโดยกลุ่มดับเบิ้ลเบส กลุ่มบาสซูน และ กลุ่มเฟรนช์ฮอร์น
การแปรเปลี่ยนที่ 6 (Variation 6) บรรเลงอยู่ใน Tempo: Allegro vivace (เร็วอย่างมีชีวิตชีวา) บรรเลงโดยกลุ่มเฟรนช์ฮอร์น กลุ่มบาสซูน กลุ่มฟลูต และกลุ่มไวโอลิน
การแปรเปลี่ยนที่ 7 (Variation 7) บรรเลงอยู่ในกุญแจเสียงไมเนอร์
การแปรเปลี่ยนที่ 8 (Variation 8) บรรเลงอยู่ใน Tempo Allegro scherzando (เร็วด้วยความสนุกสนานร่าเริง) บรรเลงโดยวงเครื่องสาย กลุ่มฟลูต กลุ่มโอโบ และกลุ่มแคลริเน็ต
การแปรเปลี่ยนที่ 9 (Variation 9) บรรเลงอยู่ในกุญแจเสียงไมเนอร์บรรเลงโดยกลุ่มดับเบิ้ลเบส กลุ่มไวโอลิน และกลุ่มฟลูต
การแปรเปลี่ยนที่ 10 (Variation 10) บรรเลงอยู่ใน Tempo: Molto vivace (มีชีวิตชีวามาก) บรรเลงโดยกลุ่มไวโอลิน และวงเครื่องสายอื่น ๆ ซึ่งบรรเลงในลักษณะของการใช้นิ้วดีดสาย (Pizzicato)
การแปรเปลี่ยนที่ 11 (Variation 11) บรรเลงอยู่ใน Tempo: Andante con moto (ช้าปานกลางด้วยการเคลื่อนไหว การดำเนินไปข้างหน้า) บรรเลงโดยกลุ่มไวโอลิน กลุ่มโอโบ และกลุ่มแคลริเน็ต
การแปรเปลี่ยนที่ 12 (Variation 12) บรรเลงทำนองหลักใหม่ โดยทำนองหลักใหม่พัฒนามาจากทำนองหลักดั้งเดิม บรรเลงโดย 1 โอโบ, 1 บาสซูน, 2 วิโอลา และ 2 ไวโอลิน
การแปรเปลี่ยนที่ 13 (Variation 13) หลังจากมีการบรรเลงในลักษณะแห่งการประโคมโหมสั้นๆ (Brief Fanfare) แล้ว ทำนองหลักดั้งเดิมได้รับการบรรเลงอยู่ใน Tempo ดั้งเดิม (Original Tempo) จากการบรรเลงของวงดุริยางค์ทั้งวง และในที่สุดลีลาที่ 1 ก็ได้สิ้นสุดลงด้วยความสงบเงียบ
ลีลาที่ 2 : Brautlied. Intermezzo (เพลงแห่งเจ้าสาว บทบรรเลงคั่น)
ลีลาที่ 2 คือ เพลงแห่งเจ้าสาว (Bridal Song) (Brautlied) ลีลานี้เป็นลีลาที่มีความไพเราะ ความสง่างาม และความหวานซึ้ง รวมทั้งบรรยากาศแห่งปีติ ความยินดี ความปรีดาปราโมทย์ และความรู้สึกแห่งความสุขระคนกัน ลีลานี้สิ้นสุดลงด้วยความสงบ
ลีลาที่ 3 : Serenade. Scherzo
ลีลานี้อยู่ในคีตลักษณ์ Serenade ซึ่งบรรเลงอยู่ใน Tempo: เร็วปานกลางด้วยความสนุกสนานร่าเริง (Allegro moderato scherzando) เริ่มต้นการบรรเลงด้วยการบรรเลงทำนองหลักโดย 2 โอโบ ตามด้วยการบรรเลงของวงเครื่องสาย และต่อมาบรรเลงโดย 1 โอโบ, 1 แคลริเน็ต, 1 บาสซูน และกลุ่มเชลโล
ลีลาที่ 3 อยู่ในคีตลักษณ์ Scherzo และ Trio พร้อมด้วย 2 ทำนองหลัก ที่มีความสนุกสนานร่าเริง ความเบิกบาน และความอิ่มเอิบใจ
ลีลาที่ 4 : Im Garten. Andante (ในสวน ช้าปานกลางหรือช้าก้าวย่างสบาย)
ลีลานี้เป็นลีลาที่มีความไพเราะซาบซึ้งจิต แผ่บรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ และการลอยละล่องของทำนองหลัก สำหรับในท่อนกลางของลีลาที่ 4 มีการบรรเลงที่เคลื่อนไปสู่กุญแจเสียง E-flat minor ลีลานี้สิ้นสุดลงด้วยความสงบ
ลีลาที่ 4 เป็นลีลาแห่งการนำเสนอการบรรเลงในลักษณะแห่งการสนทนาของเครื่องดนตรีที่มีความประณีตละเอียดอ่อน ซึ่งหมายถึง การพรรณาและการอธิบายถึง คู่สมรสกำลังพูดคุยกัน ซึ่งมีความสวยงามมากและมีความประณีตละเอียดอ่อนอย่างมาก ทั้งทางด้านทำนองและทางด้านความดั้งเดิม
ลีลาที่ 5 : Tanze. Finale (การเต้นรำ ลีลาสุดท้าย)
ลีลานี้เป็นเพียงลีลาเดียวของคีตนิพนธ์บทนี้ซึ่งอยู่ในรูปแบบ Sonata เริ่มการบรรเลงลีลาที่ 5 ด้วยการบรรเลงทำนองหลักแห่งการเต้นรำ (The Dance Theme) ในลักษณะการไล่ล้อเลียน (Fugue) หลังจากนั้น มีการบรรเลงทำนองหลักแห่งในสวน (In Garden Theme) สั้น ๆ ก่อนที่จะมีการบรรเลงทำนองหลักแห่งการเต้นรำ ซึ่งนำไปสู่การสิ้นสุดของลีลานี้ที่บริบูรณ์ไปด้วยความเบิกบาน ความสุข ความเร้าใจ พลัง และความชีวิตชีวา
ลีลาที่ 5 คือ การเฉลิมฉลอง และการสร้างความสุขแห่งชนบท พร้อมด้วยจิตวิญญาณแห่งชนบทของชาว Austrian Rustic Wedding Symphony ของ Goldmark คือ หนึ่งในบรรดาคีตนิพนธ์ชั้นแนวหน้าแห่งดนตรีประเภทซิมโฟนี ซึ่งบริบูรณ์ด้วยความเบิกบานจิต ความอิ่มเอิบใจ ความสุข และสีสันแห่งดุริยางคศิลป์ที่เป็นเลิศ ซึ่งให้ความอภิรมย์ยิ่ง
Discography
1.วงดุริยางค์: New York Philharmonic Orchestra
วาทยกร: Leonard Bernstein (1918 – 1990)
บันทึก: 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1965
สังกัด: Sony Classical
หมายเลขแผ่น: SICC 2184
Leonard Bernstein
การอำนวยคีตนิพนธ์ การบรรเลง ความสมดุล และการไหลของโครงสร้างของ Rustic Wedding Symphony ของ Goldmark โดย Bernstein และ New York Philharmonic Orchestra นั้น เป็นเลิศแห่งความอภิรมย์และความประทับจิตยิ่ง ให้ความสุดยอดในหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก ได้แก่ การเต็มเปี่ยมด้วยพลัง การแปรเปลี่ยนที่มากมายหลากหลาย ความเบิกบาน ความร่าเริง ความมีชีวิตชีวา ความสง่างาม ความไหลลื่นต่อเนื่องที่ราบรื่น ความนุ่มนวลอ่อนโยน ความพึงพอใจ ปีติ การเต้นรำ การเฉลิมฉลองงานแต่งงาน ความสุขที่ไม่สิ้นสุด ความสดใสบรรเจิด รวมทั้งความบริบูรณ์ด้วยสีสันแห่งเสียง
ความสมดุลในทุกองค์ประกอบแห่งคีตดุริยางคศิลป์ที่แท้จริง และการบรรลุถึงแก่นแท้แห่งคีตนิพนธ์บทนี้ เป็นผลจากการตีความและการบรรเลงที่สุดยอดเยี่ยมและเป็นเลิศของ New York Philharmonic Orchestra และ Leonard Bernstein ซึ่งได้ร่วมกันสร้างบันทึกซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่บรรจุอยู่ใน CD นี้ ที่บริบูรณ์ด้วยคุณค่าแห่งการรับฟังเป็นอย่างยิ่ง
ละเลียดและดูดดื่มด่ำให้ประทับจิตและอยู่ในความทรงจำตลอดไป…
สรุปการประเมินคุณภาพ
การบรรเลงของ New York Philharmonic Orchestra ★★★★★
การอำนวยคีตนิพนธ์ของ Leonard Bernstein ★★★★★
การไหลของโครงสร้าง ★★★★★
ความสมดุลโดยรวม ★★★★★
การบันทึก ★★★
บันทึกนี้ คือ หนึ่งในบรรดาสุดยอดการบรรเลงแห่งคีตนิพนธ์อมตะบทนี้
2. วงดุริยางค์: Royal Philharmonic Orchestra
วาทยกร: Sir Thomas Beecham
บันทึก: –
สังกัด: Past Classics
หมายเลขแผ่น: –
……………..
3. วงดุริยางค์: Pittsburgh Symphony Orchestra
วาทยกร: Andre Previn
บันทึก: –
สังกัด: Warner
หมายเลขแผ่น: –
……………..
4. วงดุริยางค์: Los Angeles Philharmonic Orchestra
วาทยกร: Jesus Lopez-Cobos
บันทึก: –
สังกัด: London
หมายเลขแผ่น: MHS 512160L
……………..
5. วงดุริยางค์: Utah Symphony Orchestra
วาทยกร: Maurice Abravanel
บันทึก: –
สังกัด: Vanguard Classics
หมายเลขแผ่น: –
……………..
6. วงดุริยางค์: Royal Philharmonic Orchestra
วาทยกร: Yondani Butt
บันทึก: –
สังกัด: ASV
หมายเลขแผ่น: –
……………..
7. วงดุริยางค์: Westphalian Symphony Orchestra
วาทยกร: Hubert Reichert
บันทึก: ค.ศ. 1970
สังกัด: Vox Allegretto
หมายเลขแผ่น: ACD 8173 (ADD)
……………..
8. วงดุริยางค์: National Symphony Orchestra of Ireland
วาทยกร: Stephen Gunzenhauser
บันทึก: The National Concert Hall, Dublin; 27 และ 28 กันยายน ค.ศ. 1993
สังกัด: Naxos
หมายเลขแผ่น: 8.550745 (DDD)
……………..
9. วงดุริยางค์: The Polish National Radio Symphony Orchestra
วาทยกร: Michael Bartos
บันทึก: –
สังกัด: Newport Classic Premiere
หมายเลขแผ่น: NPD 85503 (DDD)
……………..
10. วงดุริยางค์: Philharmonie Festiva
วาทยกร: Gerd Schaller
บันทึก: ค.ศ. 2011
สังกัด: Profil Medien
หมายเลขแผ่น: PH10048 (DDD)
……………..
Vinyl (LP)
1. วงดุริยางค์: New York Philharmonic Orchestra
วาทยกร: Leonard Bernstein
บันทึก: 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1965
สังกัด: CBS
หมายเลขแผ่น: MS 7761
……………..
2. วงดุริยางค์: Pittsburgh Symphony Orchestra
วาทยกร: Andre Previn
บันทึก: The Heinz Hall, Pittsburgh, 17 และ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1979
สังกัด: EMI
หมายเลขแผ่น: ASD 3891
……………..
3. วงดุริยางค์: Los Angeles Philharmonic Orchestra
วาทยกร: Jesus Lopez-Cobos
บันทึก: –
สังกัด: London
หมายเลขแผ่น: LDR 71030
……………..
4. วงดุริยางค์: Utah Symphony Orchestra
วาทยกร: Maurice Abravanel
บันทึก: –
สังกัด: Vanguard Classics
หมายเลขแผ่น: VSL 11051
บรรณานุกรม
1. https://en.m.wikipedia.org >
2. https://imslp.org >wiki >
3. https://www.hudobnecentrum.com (Karl Goldmark)
4. https://www.wikipedia.com (Joseph Bohm)
5. https://www.wikipedia.com (Gottfried von Preyer)
6. https://www.wikipedia.com (Hans Richter)
7. https://www.worldhistory.org.com (Johannes Brahms)
8. https://www.fromthearchives.worldpress.com (Theodore Thomas)
9. https://www.lacienciadelcafe.com (Leonard Bernstein)
……………………………..
