ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อของ Focal และ Naim คือสองแบรนด์ที่นักเล่นเครื่องเสียงระดับสูงทั่วโลกต่างให้การยอมรับ
หนึ่งคือผู้สร้างลำโพงระดับอ้างอิงจากฝรั่งเศส อีกหนึ่งคือผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และระบบสตรีมมิงจากอังกฤษ
และเมื่อทั้งสองแบรนด์ทำงานร่วมกันอีกครั้ง ผลลัพธ์ล่าสุดที่ถือกำเนิดขึ้นก็คือ Focal Diva Alta Utopia ลำโพง Active Wireless ระดับเรือธงรุ่นใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Grande Utopia หนึ่งในลำโพงระดับตำนานของโลก Hi-Fi
นี่คือลำโพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่า ระบบเครื่องเสียงระดับอ้างอิงในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยตู้แร็กและสายสัญญาณจำนวนมากเสมอไป
ถ่ายทอด DNA ของ Grande Utopia สู่โลกไร้สาย
ผลิตขึ้นในประเทศฝรั่งเศส Diva Alta Utopia มาในรูปแบบลำโพงฟลอร์สแตนดิงแบบ 4 ทาง พร้อมตู้เบสรีเฟล็กซ์ขนาดใหญ่
ภายในประกอบด้วยวูฟเฟอร์ W-Cone ขนาด 20.5 เซนติเมตร จำนวน 4 ตัว จัดวางแบบ Push-Push เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของตู้ ร่วมกับไดรเวอร์ Bass-Midrange ขนาด 16.5 เซนติเมตร และมิดเรนจ์ M-Profile W Cone ขนาด 13 เซนติเมตร ซึ่งถูกนำมาใช้ในซีรีส์ Diva Utopia เป็นครั้งแรก
ส่วนย่านเสียงสูงรับหน้าที่โดยทวีตเตอร์ PRISM M-Profile Inverted Dome ขนาด 27 มิลลิเมตร รุ่นใหม่ล่าสุด
เทคโนโลยีสำคัญจากตระกูล Utopia ไม่ว่าจะเป็น Focus Time, W-Cone, TMD Suspension และ IAL Tweeter Loading ต่างถูกถ่ายทอดมาสู่รุ่นนี้อย่างครบถ้วน
PRISM Tweeter นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Focal
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Diva Alta Utopia คือการเปิดตัวเทคโนโลยี PRISM Tweeter เป็นครั้งแรก
Focal ระบุว่า โครงสร้างดังกล่าวใช้วัสดุหลายชนิดร่วมกับพื้นผิวไดอะแฟรมแบบ Micro-Structured เพื่อยกระดับทั้งความละเอียดและความรวดเร็วในการตอบสนอง
ผลลัพธ์ที่ได้คือการถ่ายทอดรายละเอียดระดับจุลภาค พร้อมความเป็นธรรมชาติที่สมกับตำแหน่งเรือธงของแบรนด์
ขุมพลัง 600 วัตต์ต่อข้าง พร้อมภาคขยาย Class AB แยกอิสระ
ภายในลำโพงแต่ละข้างติดตั้งภาคขยาย Class AB จำนวน 4 ชุด ให้กำลังขับรวมสูงถึง 600 วัตต์ต่อข้าง
ระบบประมวลผลสัญญาณทั้งหมด ทั้ง DAC และ DSP ถูกติดตั้งเอาไว้ภายในอย่างสมบูรณ์
การสื่อสารระหว่างลำโพงทั้งสองข้างใช้เทคโนโลยี Ultra Wideband (UWB) Wireless เพื่อลดข้อจำกัดด้านความหน่วงและความเสถียรของสัญญาณ
สำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพสูงสุด ยังสามารถเชื่อมต่อลำโพงทั้งสองด้วยสาย Hi-Res Link ที่ให้การส่งผ่านสัญญาณความละเอียดสูงถึง 192kHz/24-bit ได้อีกด้วย
พลังสตรีมมิงจาก Naim Pulse Platform
ระบบสตรีมมิงทั้งหมดถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ Pulse Platform จาก Naim
รองรับไฟล์เสียงความละเอียดสูงสูงสุดถึง 384kHz/32-bit พร้อมรองรับบริการสตรีมมิงยอดนิยมอย่าง
Spotify Connect
TIDAL Connect
Qobuz Connect
QQ Music
รวมถึง Internet Radio และ UPnP
ด้านการเชื่อมต่อยังครบครันด้วย Wi-Fi 6, Ethernet, Bluetooth 5.3 พร้อม aptX Adaptive, Apple AirPlay และ Google Cast
ขณะที่ช่องเชื่อมต่อแบบมีสายประกอบด้วย HDMI eARC, Optical, RCA Analog Input และ USB
รวมถึงรองรับระบบ Multiroom ผ่าน Ecosystem ของ Focal & Naim
ควบคุมทุกอย่างผ่านแอปเดียว
ผู้ใช้งานสามารถควบคุมระบบทั้งหมดผ่านแอป Focal & Naim สำหรับ iOS และ Android
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงบริการสตรีมมิง การฟังวิทยุออนไลน์ การจัดการระบบ Multiroom หรือการตั้งค่าลำโพง
ภายในแอปยังมีระบบ ADAPT Room Optimisation ซึ่งช่วยปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมกับสภาพอะคูสติกของห้องและรสนิยมของผู้ฟัง
พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri และ Google Assistant
ดีไซน์ระดับ Utopia สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่
Diva Alta Utopia ถูกออกแบบมาสำหรับห้องฟังขนาดใหญ่สูงสุดถึง 120 ตารางเมตร
ตัวลำโพงมีความสูงถึง 148 เซนติเมตร และมีน้ำหนักมากถึง 107 กิโลกรัมต่อข้าง
งานออกแบบยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล Utopia เอาไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแผงข้างแบบ Floating Side Panels วงแหวนทวีตเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงโลโก้ด้านหน้าที่มีระบบไฟส่องสว่าง
ผู้ใช้งานสามารถเลือกพื้นผิวได้ทั้งแบบ Grey Felt และ Ivory Felt
รวมถึงสีเคลือบเงาระดับ High Gloss อย่าง Black High Gloss, Off White High Gloss และ Dune High Gloss
ราคาและการวางจำหน่าย
Focal Diva Alta Utopia พร้อมวางจำหน่ายผ่านตัวแทน Focal Powered by Naim ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
รุ่นหุ้มผ้า Felt มีราคา
€190,000
$199,999
£165,000
ส่วนรุ่นเคลือบเงา High Gloss มีราคา
€199,990
$210,000
£175,000
บทสรุปแบบ What Hi-Fi? Thailand
ในอดีต หากต้องการคุณภาพเสียงระดับอ้างอิงจากลำโพง Utopia ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเตรียมพื้นที่สำหรับแอมป์ ปรีแอมป์ DAC สตรีมเมอร์ รวมถึงสายสัญญาณจำนวนมหาศาล
แต่ในปี 2026 Focal และ Naim กำลังพิสูจน์ว่า ทุกสิ่งเหล่านั้นสามารถถูกรวมเข้าไว้ในลำโพงเพียงคู่เดียวได้
และเมื่อมองไปที่ Diva Alta Utopia ก็อาจกล่าวได้ว่า นี่ไม่ใช่เพียงลำโพงไร้สายที่ดีที่สุดเท่าที่ Focal เคยสร้างขึ้น
แต่มันอาจเป็นหนึ่งในระบบ All-in-One ระดับอัลตร้าไฮเอนด์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของโลกเครื่องเสียงในยุคปัจจุบันเลยก็เป็นได้
