อัลบั้ม “Bright Size Life” (วางจำหน่ายในปี ค.ศ.1976 โดยค่าย ECM Records) คือ อัลบั้มเปิดตัวในฐานะผู้นำวง (Debut Album as a Leader) ของ Pat Metheny ในวัยเพียง 21 ปี อัลบั้มนี้ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในอัลบั้มเปิดตัวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊สร่วมสมัย เนื่องจากมันไม่ได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ Pat แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่ปฏิวัติวงการกีตาร์แจ๊สและเบสแจ๊สไปตลอดกาล
แม้ในช่วงที่วางจำหน่ายแรก ๆ ในปี 1976 อัลบั้มนี้จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ยอดขายมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันกลายเป็น “Masterpiece” ที่ทรงคุณค่า อัลบั้มนี้แสดงให้เห็นว่า Pat Metheny ค้นพบ “เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง” ตั้งแต่อายุ 21 ปี และมันได้วางรากฐานทางดนตรีที่ผสมผสานเมโลดี้อันงดงามเข้ากับความซับซ้อนทางแจ๊ส ซึ่งกลายมาเป็นรากฐานของวง Pat Metheny Group ในเวลาต่อมา
อัลบั้มนี้บันทึกเสียงในรูปแบบวง 3 ชิ้น (Trio) ที่เป็นการรวมตัวของอัจฉริยะรุ่นใหม่ในระยะนั้น
Pat Metheny : กีตาร์โปร่งไฟฟ้า 6 สาย และ 12 สาย
Jaco Pastorius : มหาเทพเบสไฟฟ้า (Fretless Bass) ซึ่งในขณะนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อัลบั้มนี้จึงแจ้งเกิดให้กับ Jaco ควบคู่ไปกับ Pat ด้วย
Bob Moses : มือกลองแจ๊สฝีมือฉกาจที่ร่วมงานกับ Pat ในวงของ Gary Burton มาก่อน

ประกอบด้วย 8 เพลง ได้แก่ Bright Size Life, Sirabhorn, Unity Village, Missouri Uncompromised, Midwestern Nights Dream, Unquity Road, Omaha Celebration และปิดท้ายด้วย Round Trip/Broadway Blues โดยเป็นอัลบั้มแนวแจ๊สฟิวชันที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง
อย่างที่บอก, อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มเปิดตัว (Debut Album) ของ Pat Metheny ในขณะที่เขามีอายุเพียง 21 ปี ซึ่งก่อนหน้าที่อัลบั้มนี้จะออกผลงาน มือกีตาร์แจ๊สส่วนใหญ่จะเน้นการเล่นคอร์ดที่หนาหน่วง หรือโซโล่ด้วยความเร็วสูงตามแบบฉบับ Bebop แต่ Pat นำเสนอสิ่งตรงกันข้าม นำเสนอโทนเสียงที่โปร่งและนุ่มนวล Pat ใช้กีตาร์ Gibson ES-175 ผสมกับการปรับแต่งเสียง (Chorus Effect) ที่ให้ความรู้สึกละมุน อบอุ่น และอิ่มเอิบ ดำเนินทำนองแบบเล่าเรื่อง การโซโล่ของเขาเน้นการเว้นช่องไฟ ลื่นไหลคล้ายเสียงร้อง (Lyrical) มากกว่าการอวดความเร็ว จึงนับเป็นการปฏิวัติสุ้มเสียงกีตาร์แจ๊ส
อีกทั้งงานเพลงมีส่วนผสมของดนตรีโฟล์ก (Folk), คันทรี (Country) และป๊อป ผสมผสานเข้ากับดนตรีแจ๊สได้อย่างแนบเนียน สะท้อนผ่านชื่อเพลงในอัลบั้ม อย่างเช่น Missouri Uncompromised, Midwestern Nights Dream และ Omaha Celebration โดยมีบทเพลงเด่นในอัลบั้มนี้หลายเพลงด้วยกัน
– Bright Size Life : เพลงเปิดอัลบั้มที่เป็นดั่งลายเซ็น ของ Pat โดดเด่นด้วยท่วงทำนองที่สดใส มองโลกในแง่ดี และไลน์เบสอันเป็นตำนานของ Jaco
– Missouri Uncompromised : โชว์การเดินคอร์ดและการเปลี่ยนคีย์ (Modulation) ที่ซับซ้อนแต่ฟังลื่นไหล
– Round Trip/Broadway Blues : เพลงเดียวในอัลบั้มที่ Pat ไม่ได้แต่งเอง แต่เป็นผลงานของ Ornette Coleman (ปรมาจารย์ Avant-Garde Jazz) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลึกๆ แล้ว Pat มีความหลงใหลในดนตรีแจ๊สสายทดลองมาตั้งแต่ต้น

รวมถึง “Sirabhorn” ซึ่งเป็นแทร็กลำดับที่ 2 ในอัลบั้ม ซึ่งเพลงนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของแรงบันดาลใจจากความเป็นไทย และ ความลึกซึ้งทางทฤษฎีดนตรีแจ๊ส กระทั่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดของ Pat Metheny
…คุณรู้ไหม? ที่มาของชื่อเพลงมาจากสุภาพสตรีไทย ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ Pat ได้แต่งเพลง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ ชื่อเพลงนี้ตั้งตามชื่อของ “คุณกะทิ-ดร. สิราภรณ์ มันตาภรณ์” (Sirabhorn “Ti” Muntarbhorn) ที่เป็นหนึ่งในนักเรียนกีตาร์แจ๊สหญิงชาวไทยยุคแรก ๆ ของวิทยาลัยดนตรี Berklee College of Music ในช่วงกลางทศวรรษ 1970
ซึ่งในเวลานั้น Pat Metheny ทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาการด้นสด (Improvisation) ที่ Berklee College of Music ด้วยวัยเพียง 19 ปี ทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์เป็นเพื่อนสนิทกัน เดิมทีนั้น Pat แต่งทำนองนี้ขึ้นมา โดยไม่มีชื่อเพลง (มักตั้งชื่อชั่วคราวว่า Exercise #…) แต่เนื่องจากเขารู้สึกว่า ท่วงทำนองมีความงดงามและอ่อนโยน เขาจึงขออนุญาตนำชื่อจริงของคุณติมาตั้งเป็นชื่อเพลงนี้ เพลงเปิดมาด้วยเสียงคอร์ดกีตาร์โปร่งไฟฟ้าที่เปิดสายโล่ง (Open Chords) ให้ความรู้สึกโปร่ง เบาสบาย และเต็มไปด้วยจินตนาการ สะท้อนกลิ่นอายแบบทุ่งหญ้าอเมริกา บ่งบอกภูมิหลังของ Pat ที่เติบโตในรัฐมิสซูรี

เพลงนี้เดินด้วยสัดส่วนจังหวะ 3/4 ที่นุ่มนวล ไม่ได้เป็นแจ๊สสวิงที่ดุดัน แต่เป็นลักษณะเพลงบัลลาด (Ballad) ที่เน้นการสร้างบรรยากาศหม่นปนหวาน อีกทั้งในเพลงนี้ Jaco Pastorius แสดงให้เห็นว่า เบสไฟฟ้า Fretless ไม่จำเป็นต้องเดินโน้ตโคนคอร์ด (Root) เสมอไป เขาใช้เทคนิคการเล่นเสียงฮาร์โมนิกส์ (Harmonics) และไลน์เบสที่ลื่นไหลสอดประสานคู่ไปกับเมโลดี้กีตาร์ของ Pat กลายเป็นปฏิสัมพันธ์ระดับมาสเตอร์พีซระหว่าง Pat และ Jaco
ช่วงกลางเพลงที่เปิดโอกาสให้โซโล่ ทั้งคู่ไม่ได้พยายามเล่นโน้ตให้เร็ว หรือโชว์เทคนิคที่หวือหวา แต่เป็นการ “ส่ง-รับ” อารมณ์ที่ยอดเยี่ยม เสมือนเป็นบทสนทนาไร้คำพูด โดยมี Bob Moses คอยประคองจังหวะฉาบ (Cymbal) และสแนร์ไว้อย่างเบามือและมีรสนิยม
ด้วยความอัจฉริยะของ Pat Metheny ในเพลงนี้ ทำให้ทางเดินคอร์ดที่ซับซ้อนและมีการเปลี่ยนคีย์อยู่ตลอดเวลา ฟังดูราบรื่นราวกับสายน้ำ บทเพลงมีความยาวไม่มาก แต่มีการเปลี่ยนคีย์ถึง 3 ครั้ง อย่างแนบเนียน เมโลดี้หลักแกว่งไกวอยู่ระหว่างเซ็นเตอร์ของคีย์ต่าง ๆ ทำให้นักดนตรีที่จะโซโล่เพลงนี้ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบสูงมาก ในการเลือกใช้สเกลให้เข้ากับคอร์ดที่เปลี่ยนไปทุกๆ ห้อง
ซึ่งน่าจะเพราะเหตุนี้ บวกกับว่า เพลง “Sirabhorn” มีทางเดินคอร์ดที่สวยงามและทำนองที่ละเมียดละไมเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้นักดนตรีแจ๊สและศิลปินระดับโลกหลายคนเลือกนำเพลงนี้ไปคัฟเวอร์, เรียบเรียงใหม่ หรือแสดงสดในเวอร์ชันต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Jaco Pastorius (ในอัลบั้ม The Word is Out, 2006); Leo Amuedo; Bill Frisell และแม้แต่ตัวของ Pat เองในเวอร์ชันใหม่ (อัลบั้ม Side-Eye NYC, 2021)
ที่สำคัญ เป็นที่ยอมรับกันว่า อัลบั้ม Bright Size Life ได้สำแดงถึง “เคมีที่สมบูรณ์แบบ และการหลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ” ของทั้ง Pat และ Jaco Pastorius ที่ได้ทำให้ ‘เบส’ เป็นมากกว่าเครื่องคุมจังหวะ Jaco Pastorius ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เดินเบสอยู่เบื้องหลัง แต่เขาใช้เบสไร้เฟรต (Fretless Bass) เล่นทำนองสอดประสาน (Contrapuntal) คู่ไปกับกีตาร์ของ Pat เกิดเป็นมิติเสียงที่แปลกใหม่ และเปี่ยมพลัง
อีกทั้งแบบฉบับการบันทึกเสียงแบบ ECM ภายใต้การควบคุมของโปรดิวเซอร์ ‘Manfred Eicher’ เสียงดนตรีในอัลบั้มนี้ จึงมีความใส เคลียร์ และจัดตำแหน่งสเตริโอ (Stereo Panning) ให้กีตาร์อยู่ข้างหนึ่งและเบสอยู่อีกข้างหนึ่งอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ฟังได้ยินปฏิสัมพันธ์ (Interplay) ของทั้งคู่ได้อย่างยอดเยี่ยม
…………………………………………………….


























