Revox มีประวัติยาวนานกว่า 75 ปี ก่อตั้งโดย Willi Studer (17 ธันวาคม 1912 – 1 มกราคม 1996) ในเมืองเฮริเซา (Herisau) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1948 โดยเริ่มจากเครื่องบันทึกเทป ‘Dynavox’ ก่อนที่จะกำหนดให้ Revox เป็นแบรนด์สำหรับเครื่องเสียงภายในบ้าน และ Studer เป็นแบรนด์สำหรับอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ “Revox” (เป็นโลโก้ของ REVOX ซึ่งใช้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ โดยมีตัว “V” ใหญ่กว่าตัวอักษรอื่น ๆ) ใช้เป็นชื่อแบรนด์ที่จดทะเบียนโดย Studer เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1951 จนกระทั่งโด่งดังในด้านเครื่องเล่นรีลทูรีลเทปคุณภาพสูงและล้ำสมัย ซึ่งนำคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอมาสู่บ้านเรือน เช่น A77 และ B77 ภายใต้การพัฒนาจนสามารถนำเสนอระบบเสียงระดับพรีเมียมในแบบของ Integrated Audio Systems ที่ขึ้นชื่อในด้านวิศวกรรมที่แม่นยำและคุณภาพเสียงอันเป็นตำนาน
Willi Studer
Dynavox เป็นเครื่องบันทึกเทปรุ่นแรกที่ออกแบบโดย Studer ซึ่งหลังจากการผลิตเครื่องบันทึกเทป Dynavox รุ่นแรกออกจำหน่าย บริษัทได้ทำการตลาดใหม่ภายใต้ชื่อ ELA AG ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1950 และจากนั้น Revox ได้ถูกนำมาใช้เป็นชื่อแบรนด์สำหรับเครื่องบันทึกสมัครเล่น (ใช้งานในบ้าน) ในขณะที่เครื่องบันทึกระดับมืออาชีพยังคงใช้ชื่อ Studer
โดยที่ T26 คือ เครื่องบันทึกเทปรุ่นแรกของ Revox ที่ออกแบบในปี 1952 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก Dynavox 100 จากนั้นในปี 1954, Revox ก็ได้ออกจำหน่าย A36 ซึ่งเป็นเครื่องบันทึกรุ่นแรกในซีรีส์ 36 (36-Series) ด้วยคุณสมบัติที่แปลกใหม่ในยุคนั้น ได้แก่ การทำงานของระบบส่งกำลังด้วยโซลินอยด์ (Pushbutton Solenoid Transport Operations) แบบปุ่มกด และกว้านขับหมุน แบบขับเคลื่อนตรง (Direct-drive Capstan) ที่ไม่มีสายพานหรือล้อเฟือง และแล้ว B36 ที่ออกจำหน่ายในปี 1956 ถือเป็นรุ่นแรกที่มี 3 หัวเทป โดยแยกหัวล้าง (Erase), หัวบันทึก (Record) และหัวเล่นกลับ (Playback) ออกจากกัน
จากนั้น D36 ที่ออกจำหน่ายในปี 1960 ถือเป็นรุ่นแรกที่มีระบบสเตริโอ (The First Stereo Model) สำหรับการบันทึกแบบสอง หรือ สี่แทร็ก ด้วยภาคขยายเสียงที่พัฒนาขึ้นใหม่หมดจด สำหรับการบันทึกและเล่นกลับ ทั้งนี้ D36 ได้เปิดโอกาสให้นักดนตรีสมัครเล่น และนักบันทึกเสียงสมัครเล่นสามารถบันทึกสัญญาณเสียงสเตริโอคุณภาพสูงได้ ด้วยไมโครโฟน 2 ตัว โดยที่ G36 นับเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้หลอดสุญญากาศ ซึ่งล้วนได้รับการยกย่องและประสบความสำเร็จทางการค้าอย่างมาก
ทั้งนี้บริษัทได้ย้ายไปยังเมืองลอฟฟิงเงน (Löffingen) และบอนน์ดอร์ฟ (Bonndorf) ประเทศเยอรมนีตะวันตก ในปี 1966 เนื่องจากปัญหาแรงงานในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ได้มีการสร้างโรงงานแห่งที่สองขึ้นที่เมืองเรเกนส์ดอร์ฟ (Regensdorf) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 1967 และเปิดดำเนินการในปี 1968
ในปี 1967 เครื่องบันทึกเทปในชุด 36-Series ได้ยุติการผลิตลงด้วยรุ่น G36 ที่ใช้หลอดสุญญากาศ และถูกแทนที่ด้วยรุ่น A77 ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ พร้อมแคปสแตนแบบขับหมุนโดยตรง ควบคุมด้วยเซอร์โว (Servo-controlled Direct Drive Capstan)
Revox A77 (1967–1977)
ทั้งนี้รวมแล้วเครื่องบันทึกเทปในชุด 36-Series ผลิตไปถึงกว่า 80,000 เครื่อง ในขณะที่รุ่น A77 ถือเป็นก้าวสำคัญ มันคือ เครื่องบันทึกเทปแบบโซลิด-สเตต 3 มอเตอร์ ที่นำคุณสมบัติและประสิทธิภาพระดับมืออาชีพสู่ตลาดผู้บริโภค และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งวิศวกรรมเสียงที่ได้รับการผลิตขึ้นมากกว่า 460,000 เครื่อง ทั้งยังได้รับการเสริมทัพด้วยเครื่องขยายเสียงแบบอินทิเกรตแอมป์รุ่น A78 และ FM จูนเนอร์รุ่น A76
ต่อมาในช่วงต้นทศวรรษ 1980, Revox ได้มีการเปิดตัวซีรีส์ “B7xx” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฮ-ไฟ ที่ต่อมาถูกแทนที่ด้วยซีรีส์ B2xx ในช่วงกลางทศวรรษ 1980, ซีรีส์ B2xx มีพัฒนาการที่หลากหลายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น เครื่องขยายเสียงรุ่น B250 มีอินพุตสัญญาณ 10 ช่อง แต่ละช่องมีการปรับเทียบความไวอัตโนมัติ และมีคุณสมบัติครบครัน โดยทุกองค์ประกอบมีไมโครโปรเซสเซอร์
Revox B77
เป็นที่กล่าวขานในวงการว่า เครื่องบันทึกเทปโอเพ่นรีล (Open-reel Tape Recorders) “ReVox” เป็นอุปกรณ์เสียงระดับไฮ-เอนด์ รุ่นที่โด่งดังที่สุดคือ G36 (แบบ หลอดสุญญากาศ), A77 (แบบโซลิด-สเตต พร้อมรีเลย์ควบคุม) และ B77 (แบบโซลิด-สเตต พร้อมลอจิกควบคุม และไดเรกต์ ไดรฟ์) โดยที่รุ่น A700 เป็นเครื่องระดับท็อปในยุค 1970s ที่ใช้แคปสแตน ควอตซ์ PLL (3-Speed Quartz PLL Capstan) 3 สปีด หรือเช่นเดียวกับ B77 ซึ่งเปิดตัวในปี 1979 ที่สามารถปรับความเร็วเทปได้ตั้งแต่ 2.5 ถึง 22.5 นิ้วต่อวินาที ในขณะที่ PR99 Mk2 ซึ่งเป็นรุ่นย่อยของ B77 สำหรับผู้ใช้ระดับมืออาชีพ แตกต่างจาก B77 ตรงที่มีไลน์อิน / เอาต์แบบสมดุล (Balanced Line In/Out) พร้อมตัวนับแบบเรียลไทม์ และตัวระบุตำแหน่งอัตโนมัติ ซีรีส์ PR99 ถูกแทนที่ด้วยซีรีส์ C270 ซึ่งมีให้เลือกใช้ในรูปแบบมัลติแทร็ก (C274, C278)
Revox PR99 Mk II, a 1/4 inch tape recorder. Produced from about 1985
“Revox” ยังผลิตเครื่องบันทึกเทปคาสเซ็ต (Cassette Tape Recorders) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น B710 และรุ่นต่อมาคือ B215 ซึ่งใช้ระบบขับหมุนสายเทป (Transport) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบเดียวกับรุ่น Studer A710 และ Studer A721 ที่มีราคาแพงกว่า ตามลำดับ…อย่างไรก็ตาม, เป็นที่น่าสังเกตว่า เครื่องบันทึกเทปคาสเซ็ต Revox H11 และ C115 ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ Revox หรือ Studer แท้ แต่เป็นการนำแบรนด์ Philips รุ่น FC60 มาติดตราใหม่ ด้วยเหตุนี้ เครื่องบันทึกเทปคาสเซ็ตเหล่านี้จึงไม่ตรงตามมาตรฐานประสิทธิภาพที่เข้มงวดของ B710, B215 และ H1 ซึ่ง Studer ออกแบบและสร้างขึ้นมา
Revox B 215, 4-motors Cassette deck without belts (1985-1992)
ในทำนองเดียวกัน เครื่องเล่นซีดี Revox B225 และ B226 ก็มีพื้นฐานมาจากเครื่องเล่นซีดีระดับมืออาชีพ Studer A725 และ A727 อย่างมาก เช่นเดียวกัน, เครื่องรับวิทยุ FM ของ Revox ก็แทบจะเหมือนกับรุ่นมืออาชีพของ Studer เลยทีเดียว เครื่องเล่นซีดี B226 รุ่นผลิตจำนวนจำกัด ถูกผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของ Studer เครื่องเล่นนี้ได้รับฉายาว่า “The Signature” มีแผงหน้าปัดสีดำ (ต่างจาก B226 สีเงิน อะลูมิเนียมอะโนไดซ์ ในขณะนั้น) และใช้ DAC Chip Philips TDA1541 รุ่น Silver Crown ประสิทธิภาพสูง ซึ่งต่อมาได้นำมาใช้ในรุ่นที่ไม่ใช่เวอร์ชัน Signature B226-S
นอกจากนี้ Revox เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรกๆ ที่วางจำหน่ายโทรทัศน์พลาสมารุ่น E542 ในปี 1999 ซึ่งก่อนหน้านั้น บริษัทได้มอบหมายให้ Loewe ผลิตเครื่องบันทึกวิดีโอเทป S-VHS และ VHS จำนวนจำกัด รวมถึงโทรทัศน์ CRT ที่ใช้ชื่อ Revox ส่วนเครื่องเล่นดีวีดีที่ใช้ชื่อ Revox (รุ่น S27) ผลิตโดยบริษัท Micromega จากฝรั่งเศส
ทั้งนี้ในช่วงทศวรรษ 1990 ได้มีการปรับเปลี่ยนความเป็นเจ้าของกลุ่ม Studer รวมถึง Revox ถูกขายให้กับ Motor-Columbus AG และได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยการขายกลุ่ม Studer ให้กับ Harman International Inc. ในเดือนมีนาคม 1994 โดยที่กลุ่ม Revox ถูกแยกออกและขายให้กับนักลงทุนเอกชน โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างเป็นอิสระ กระทั่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1994, Harman International Industries ได้เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการและซื้อหุ้น Studer Revox AG ทั้งหมดจาก Motor-Columbus AG
ทุกวันนี้, ผลิตภัณฑ์ Revox มีชื่อเสียงในเรื่อง “คุณภาพเสียงสตูดิโอที่แท้จริง” และการออกแบบเหนือกาลเวลา พร้อมด้วยชุมชนผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ และศูนย์ประสบการณ์ “Revox World” ทางกายภาพในสวิตเซอร์แลนด์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ของผลิตภัณฑ์
“ยุคสมัยใหม่”
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา Revox มุ่งเน้นไปที่ลำโพงระดับไฮ-เอนด์ ระบบเสียงแบบมัลติรูมแบบ แยกส่วน (Smart Home Integration) และการผสานรวมระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home Integration) ทว่าในปี 2024 บริษัทได้ประกาศการกลับมาของเครื่องบันทึกเทปแบบ รีลทูรีลรุ่นใหม่ “B77 MKIII” ซึ่งเชื่อมโยงมรดกอันคลาสสิกเข้ากับความต้องการของนักเล่นเครื่องเสียงสมัยใหม่
Revox B77 MK III
การกลับมาอีกครั้งของเครื่องเล่นเทปแบบ รีลทูรีล
ในเดือนพฤษภาคม 2016, Revox ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นเทปแบบรีลทูรีลอีกครั้ง โดยจะวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปี 2017 เครื่องเล่นนี้ผลิตและพัฒนาร่วมกับ HORCH HOUSE (บริษัทในเครือ Lutz Precision k.s.) โดยในช่วงแรกจะเป็นเพียงเครื่องเล่นสำหรับเล่นเทปเท่านั้น ต่อมาจะมีเครื่องบันทึก / เล่นเทปตามออกมา และแล้วในปี 2024, Revox ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องบันทึกเทปรุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จในอดีตของรุ่น B77 นั่นคือ B77 MK3 เครื่องบันทึกเทปสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงระดับท็อปสำหรับใช้ในบ้าน
การเลือกสรรของเหล่าศิลปิน
อัลบั้ม “Sergeant Pepper’s Lonely Hearts Club Band” อันเป็นตำนานของวงเดอะบีเทิลส์ ถือได้ว่าเป็นอัลบั้มเพลงป๊อปที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคปี 1967 บันทึกเสียงโดย Studer “J37” ที่ Abbey Road Studios ในลอนดอน บริษัท Studer / Revox ครองความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสตูดิโอขั้นสูงมานานหลายทศวรรษ นอกจากนี้, นักดนตรีมากมายต่างชื่นชมคุณภาพอันโดดเด่นของเครื่องบันทึกเทป Studer / Revox มาโดยตลอด ความสำเร็จครั้งสำคัญคือ อัลบั้ม Sgt. Pepper อันเป็นตำนาน และนำเทรนด์ของวงเดอะบีทเทิลส์ และศิลปินและนักดนตรีท่านอื่นๆ อย่าง David Barenboim, James Brown, Eric Clapton, Genesis, U2, Pink Floyd หรือ Vienna Philharmonic Symphony ที่เป็นเพียงตัวอย่างของ “ศิลปินชื่อดัง” ในวงการเพลงที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงด้วยเครื่องของ Studer / Revox
Revox “A77” ตำนานแห่งวงการ
ช่วงทศวรรษ 1960-1970 : Revox เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีคุณภาพระดับสตูดิโอที่ใช้งานในบ้าน เช่นเครื่องบันทึกสเตริโอ D36 (ปี 1960) และต่อมาได้รับชื่อเสียงอย่างล้นหลามจากเครื่องบันทึกเทปแบบ รีลทูรีล A77 ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ (ปี 1967) ซึ่งนำพาเสียงระดับมืออาชีพมาสู่ผู้ที่ชื่นชอบ ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และประสบการณ์อันยาวนานเกือบ 20 ปีจากโลกแห่งเทคโนโลยีสตูดิโอ ก่อกำเนิดเครื่องบันทึกเทปที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของบริษัท นั่นคือ Revox A77 ทั้งนี้ “A77” ได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยการเพิ่ม FM จูนเนอร์รุ่น A76 และเครื่องขยายเสียงแบบ อินทิเกรตแอมป์รุ่น A78 จัดเป็นชุดเข้าคู่กัน ส่งผลให้ระบบเสียงไฮ-ไฟได้รับการออกแบบอย่างเป็นเอกภาพ
การก้าวมาถึงรีลทูรีลรุ่นใหม่ อย่าง B77 ในปี 1977 ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของ A77 ที่มีระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น กลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่น “B77” ประสบความสำเร็จต่อจาก A77 ด้วยระบบควบคุมลอจิกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น อีกทั้งบริษัทยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ เช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง B790 ที่มาพร้อม Tangential Tonearm และเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ต B710 ที่มีคุณภาพสูง
Revox B790, Linear tracking record player (1977-1982)
Innovation In Vinyl
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Revox B790 ซึ่งนับเป็น “นวัตกรรมแห่งการแผ่นเสียงไวนิล” โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนโดยตรงที่ควบคุมด้วยควอตซ์ และโทนอาร์มแบบ Tangential ไม่เพียงแต่น่าตื่นเต้น เพราะดีไซน์ที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมการใช้งานที่ครบครันอีกด้วย “B790” ได้ผสานรวมความปลอดภัย และการใช้งานที่ง่ายดายเข้าด้วยกัน นับเป็นการนำเสนอโซลูชันใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเดิม ๆ ในแวดวงเครื่องเล่นแผ่นเสียง
ทั้งนี้ Revox เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายแรกๆ ที่วางจำหน่ายโทรทัศน์พลาสมา รุ่น E542 ในปี 1999 ก่อนหน้านั้น, ทางบริษัทได้ว่าจ้าง Loewe ให้ผลิตเครื่องบันทึกวิดีโอเทป S-VHS และ VHS รวมถึงโทรทัศน์ CRT จำนวนจำกัดภายใต้แบรนด์ Revox ส่วนเครื่องเล่นดีวีดีที่ใช้ชื่อ Revox รุ่น S27 นั้นผลิตโดยบริษัท Micromega จากประเทศฝรั่งเศส
กลุ่ม Revox เข้าซื้อกิจการบริษัท purSonic
ด้วยการเข้าซื้อกิจการ (Takeover) บริษัท purSonic เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2021 และการรวมเข้าเป็นบริษัทแยกต่างหากในกลุ่ม Revox โดยที่แบรนด์ Revox และ purSonic จะได้รับประโยชน์จากทรัพยากรการพัฒนาร่วมกันในด้านลำโพงแบบ ซ่อนเร้น (Invisible Loudspeakers) ความร่วมมืออย่างเข้มข้นระหว่างบริษัท purSonic และ Revox ซึ่งปัจจุบันรวมกันอยู่ในกลุ่ม Revox Group เปิดโอกาสมากยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ล้ำสมัยและสร้างสรรค์ นับเป็นการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Invisible Loudspeakers ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านคุณภาพในตลาดลำโพงติดผนังคุณภาพสูง ด้วยนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลมากมาย
Studio Sound Quality
Revox ได้ชื่อว่า นำคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอสู่บ้านคุณ การฟังเพลงของคุณเสมือนได้รับการบันทึกในสตูดิโอโดยศิลปิน ด้วยคุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่แท้จริง และเทคโนโลยีล้ำสมัยคือ มาตรฐาน…กว่า 70 ปี ที่ Revox ได้ผลิตผลิตภัณฑ์เสียงระดับพรีเมียมคุณภาพสูงสุดที่โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบที่ชัดเจน สมดังสโลแกน “MUSIC IS A MATTER OF TASTE. THE SOUND IS NOT” (ดนตรีเป็นเรื่องของรสนิยม แต่เสียงนั้น ไม่ใช่)
Revox Blank Cassette
เทปคาสเซ็ตเปล่า Revox มีวางจำหน่ายแล้ว…
…แน่นอน มันกลับมาแล้ว : เทปคาสเซ็ตเปล่า… เป็นที่ทราบกันดีว่า Revox นั้นไม่เคยผลิตเทปคาสเซ็ตมาก่อน ทว่าเมื่อวันที่ 10/12/2025 ทาง Revox ได้ประกาศวางจำหน่ายเทปคาสเซ็ตเปล่าสู่ตลาด สำหรับใช้งานกับเครื่องบันทึกเสียงอะนาลอกคาสเซ็ตเทป เพื่อการรับฟังแบบอะนาลอก
…มีเพียง Revox เท่านั้นที่พร้อมส่งมอบเสียงอะนาลอกจากเทปคาสเซ็ตเปล่า (Blank Cassette) พร้อมต่อการบันทึกเพลงแบบอะนาลอกจนกระทั่งการเล่นกลับแบบอะนาลอกที่บ้าน! *ทั้งยังบ่งบอกได้ว่า Revox นั้นได้เตรียมความพร้อมต่อการออกจำหน่ายเทปคาสเซ็ตที่บันทึกสำเร็จจากโรงงาน อย่างที่เรียกว่า Pre-recorded Cassette ซึ่งจะออกจำหน่ายสู่ตลาดในอีกไม่ช้า (ซึ่งต้องจับตามองกันต่อไปว่า จะมีผลงานอะไร? จากศิลปินใดบ้าง?)
ทั้งนี้เทปคาสเซ็ตเปล่า (Blank Cassette) ของ Revox ที่พร้อมวางจำหน่าย ณ ขณะนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ผลิตในรุ่นความยาว C60 และ C90 :-
Revox Grandmaster Audio Cassette-C60-Type 1
Revox Grandmaster Audio Cassette-C90-Type 1
ซึ่งทั้งคู่จะเป็นเนื้อเทปแบบ Type 1 หรือ Low Noise ที่สามารถใช้งานได้อย่างมีคุณภาพกับเครื่องเล่น / บันทึกเทปคาสเซ็ตโดยทั่วไป ทั้งนี้ Revox ได้ระบุว่า เป็นความร่วมมือกันของบริษัท Revox Group จากสวิตเซอร์แลนด์ กับบริษัท National
Audio Company Inc. จากสหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตและนำเสนอเทปคาสเซ็ตเพลง (Music Cassettes) และเทปเปล่า (Blank Cassette) คุณภาพสูงสำหรับจำหน่ายทั่วโลก เป็นสื่อสำหรับการเล่นและบันทึกเสียงคุณภาพสูงในตลาดเสียงเทปคาสเซ็ต
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ทั้งสองบริษัทได้ผสานรวมความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ชั้นนำในตลาดที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษในด้านการผลิตเทปคาสเซ็ตของ National Audio และการผลิตระบบเสียงและการบันทึกเพลง เช่น มาสเตอร์เทป ของ Revox…สิ่งนี้ช่วยให้คุณได้สัมผัสกับเสียงอะนาลอกระดับพรีเมียม ด้วยเทปคาสเซ็ตที่บ้านในแบบฉบับเสียงอะนาลอกต้นฉบับที่บันทึกในสตูดิโอ
จากความร่วมมือนี้ Revox จึงกลายเป็นผู้นำตลาดทั้งในด้านเทปคาสเซ็ตเปล่า และเทปคาสเซ็ตเพลง ด้วยการดำเนินงานโรงงานผลิตเทปคาสเซ็ตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยการติดตั้งสายงานการผลิตเทปคาสเซ็ตของ National Audio ที่โรงงาน Revox ในเมืองวิลลิงเงน (Villingen) ประเทศเยอรมนี เพื่อให้สามารถผลิตเทปคาสเซ็ตเสียงคุณภาพสูงได้ในสถานที่ของ Revox เอง และมีความเป็นไปได้ที่ Revox จะนำเสนอผลิตภัณฑ์เทปคาสเซ็ตคุณภาพสูงนี้แก่ค่ายเพลง, ผู้ผลิตอุปกรณ์ดั้งเดิม และศิลปิน รวมทั้งผลงานเพลงของ Revox เองภายใต้แบรนด์ Revox | Horch House…ซึ่งจากการร่วมมือกับ National Audio ทำให้ Revox ได้รับสิทธิ์ในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนอกทวีปอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม Revox จะยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ Revox เองในทวีปอเมริกาเหนือ
ตลับเทปคาสเซ็ตของ Revox มีตัวเรือนแบบยึดด้วยสกรู 5 จุด สุดพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับ Revox โดยเฉพาะ (เอกสิทธิ์เฉพาะของ Revox ผลิตในยุโรป) พร้อมตัวล็อคการบันทึกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นพื้นฐานสำหรับกลไกการทำงานของเทปคาสเซ็ตที่ทนทาน หากถอดตัวล็อคการบันทึกออก จะไม่สามารถบันทึกลงในเทปคาสเซ็ตได้ เนื้อเทปคาสเซ็ตที่ใช้เป็นรุ่นล่าสุด และผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับ Revox เท่านั้น คุณภาพเสียงอะนาลอกที่ยอดเยี่ยมของเทปคาสเซ็ต Revox รุ่นใหม่นี้เป็นไปได้ด้วยสูตร Grandmaster ในตำนาน เทปคาสเซ็ต Revox นี้ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อตั้งค่า Ferro/ Normal Position Type I บนเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ตทุกเครื่อง
National Audio เป็นผู้ผลิตเทปคาสเซ็ตคุณภาพระดับมืออาชีพรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 1969, National Audio เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงสิบสองปีแรก จนกลายเป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำของเทปบันทึกเสียง Ampex และตลับเสียงออกอากาศ Fidelipac สำหรับตลาดระดับมืออาชีพ, ในปี 1980 บริษัทเริ่มผลิตเทปคาสเซ็ตที่โรงงานสปริงฟิลด์ รัฐมิสซูรี เมื่อความต้องการเทปคาสเซ็ตคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น การผลิตก็ขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เทปคาสเซ็ต “Audio Pro” ของ National Audio ได้สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมด้านความเป็นเลิศในการผลิตเทปคาสเซ็ต National Audio ขยายโรงงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนมีพื้นที่ 135,000 ตารางฟุต เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ในขณะที่ผู้ผลิตเทปคาสเซ็ตรายใหญ่ๆ หันไปเน้นการผลิตซีดี National Audio ตระหนักถึงความต้องการเทปคาสเซ็ตที่ยังคงมีอยู่ บริษัท National Audio ได้ขยายบริการทำสำเนาเทป โดยซื้ออุปกรณ์จากผู้ผลิตสำเนาเทปรายใหญ่ที่สุดหลายแห่งในประเทศ และเพิ่มฐานลูกค้า โดยยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์และการบริการลูกค้า ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวด้านนวัตกรรมและคุณภาพในการทำสำเนาเทปเสียง
……………………………………………..
